หมวดเจี๊ยบ!ดราม่าหนักมาก ลงทุนขุดประวัติพ่อแม่โยงไล่เผด็จการ

หมวดเจี๊ยบ!ดราม่าหนักมาก ลงทุนขุดประวัติพ่อแม่โยงไล่เผด็จการ

วันอังคาร ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2561, 11.08 น.

ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง (เลิคภควัตร) หรือ หมวดเจี๊ยบ”โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊คส่วนตัว "หมวดเจี๊ยบ Sunisa Divakorndamrong" ยืนยัน จะขอเดินหน้าต่อสู้กับระบอบเผด็จการเพื่อพ่อแม่

วันพุธที่จะถึงนี้ (พุธที่ 24 ม.ค 61 เวลา 9.30 น.) เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เจี๊ยบจะต้องเดินทางไปที่ บก.ปอท. ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคาร B เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ในคดีเป็นภัยต่อความมั่นคง ม.116 และ พรบ. คอมพิวเตอร์ฯ


หลายคนเป็นห่วง และบอกให้เจี๊ยบอยู่นิ่งๆ เพราะถ้ายังไม่หยุดพูด อาจโดนยัดข้อหา จนหมดคุณสมบัติที่จะทำงานการเมืองในอนาคตก็ได้

เจี๊ยบขอขอบคุณทุกท่านที่เป็นห่วง แต่เจี๊ยบได้คิดทบทวนแล้วว่า ในเวลานี้ การปกป้องเสรีภาพของตัวเจี๊ยบเอง คือ เรื่องใหญ่

ส่วนเรื่องจะมีคุณสมบัติในการทำงานการเมืองในวันข้างหน้าหรือไม่ มันคือเรื่องเล็กสำหรับเจี๊ยบไปแล้ว ปล่อยให้เป็นเรื่องของโชคชะตาก็แล้วกันค่ะ

เจี๊ยบยินดีจะเป็นผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง โดยไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่งสำคัญใดๆ ขอเพียงให้ได้ต่อสู้ตามความเชื่อของตัวเองให้ถึงที่สุด เพื่อพิสูจน์ว่ารัฐบาลต่างหากที่เป็นฝ่ายผิด ไม่ใช่เจี๊ยบ

ทุกวันนี้ เจี๊ยบพอใจในสิ่งที่เจี๊ยบเป็นแล้ว

อันที่จริง เจี๊ยบเดินทางมาไกลเกินกว่าที่เคยตั้งใจไว้เสียอีก

ถ้าใครเคยอ่านประวัติของเจี๊ยบ คงทราบดีว่า เจี๊ยบเกิดในครอบครัวชาวบ้านธรรมดาๆ คุณพ่อเป็นเพียงคนขับรถแท็กซี่ คุณแม่ก็มีอาชีพรับจ้างทั่วๆ ไป ใครจ้างทำอะไรก็ทำ เพราะท่านทั้งสองไม่ได้มีความรู้มากมายนัก เรียนจบแค่ชั้นประถมศึกษาเท่านั้น

พ่อและแม่คงไม่อยากให้ลูกลำบากเหมือนตัวเอง จึงทำงานอย่างหนักเพื่อส่งเสียให้ลูกได้เรียนหนังสือสูงๆ

ที่จริง ทั้งพ่อและแม่ก็คงไม่รู้หรอกค่ะ ว่าการเรียนสูง ๆ มันจะทำให้ชีวิตของลูกดีขึ้นได้อย่างไร เพราะพวกท่านก็คงไม่ได้สัมผัสประสบการณ์ในโรงเรียนสักเท่าไหร่ เพราะตอนนั้น พ่อและแม่ก็ยังเป็นเพียงเด็กตัวเล็กๆ เท่านั้นและใช้ชีวิตในโรงเรียนเพียงช่วงสั้น ๆ

เจี๊ยบคิดว่า เหตุผลที่พ่อแม่พยายามเข็นให้เจี๊ยบเรียนโน่นเรียนนี่เยอะๆ ทั้ง ๆ ที่ มันจะทำให้พ่อกับแม่ต้องทำงานหนักขึ้น และมีภาระต้องหาเงินให้มากขึ้น ก็คงเพราะอยากให้เจี๊ยบเป็นตัวแทนของพ่อกับแม่ ไปทำในสิ่งที่พวกท่านไม่มีโอกาส นั่นคือ การเป็นเด็กนักเรียน และได้ใช้ชีวิตวัยเรียนอย่างเต็มที่

นี่คงเป็นวิธีหนึ่งในการบรรเทาความรู้สึกผิดพลาดของตัวท่านเองในอดีต...

ตอนเด็กๆ เจี๊ยบไม่เข้าใจเหตุผลของพ่อกับแม่นัก บางครั้ง รู้สึกเคืองพวกท่านด้วยซ้ำว่าทำไมถึงส่งให้มาเรียนในโรงเรียนเดียวกับบรรดาลูกคนมีสตางค์ ซึ่งมีวิถีชีวิตแตกต่างจากเรามากนัก

ทุก ๆ เช้า พ่อของเจี๊ยบจะขับรถแท็กซี่คู่ใจ คันสีส้ม ๆ ไปส่งเจี๊ยบที่โรงเรียนอยู่เสมอ พ่อคงไม่เคยรู้เลยว่า เหตุที่ลูกคนนี้ต้องก้มตัวลงพับถุงเท้าเป็นเวลานาน ระหว่างทางที่พ่อขับรถแท็กซี่จากหน้าประตูโรงเรียนเข้าไปถึงตัวอาคารเรียน เพื่อไม่ให้เจี๊ยบต้องเดินให้เหนื่อยนั้น ที่จริงแล้วลูกก้มตัวลงไป เพราะลูกไม่อยากให้เพื่อนเห็นว่าลูกมีพ่อเป็นคนขับรถแท็กซี่ต่างหาก...

นี่คือ บาปในใจของลูก ที่ไม่เคยได้มีโอกาสสารภาพกับพ่อ เพราะตอนนี้ พ่อไม่ได้มีชีวิตอยู่บนโลกให้เจี๊ยบได้ขอโทษอีกแล้ว

พ่อจากเจี๊ยบไปเมื่อ 35 ปี ก่อน จากอุบัติเหตุรถชน ตอนตีสอง ขณะที่พ่อกำลังขับรถแท็กซี่หาเงินส่งให้เจี๊ยบได้เรียนในโรงเรียนดีๆ แห่งนั้น โรงเรียนที่มีสิ่งแวดล้อมสูงส่ง จนทำให้เจี๊ยบเกือบลืมพ่อของตัวเอง และอยากลืมว่าตัวเองเป็นใคร

ไม่ว่าดวงวิญญาณของพ่อจะอยู่ที่ไหน พ่อจงรู้ไว้เถอะนะ ว่าพ่อได้ทำหน้าที่ ๆ ยิ่งใหญ่ มากเกินกว่าที่ผู้ชายคนไหน ๆ ในโลกนี้ จะทำให้กับเจี๊ยบได้เท่าที่พ่อได้มอบให้แก่ลูก

เพราะสิ่งที่พ่อมอบให้กับเจี๊ยบ คือชีวิตทั้งชีวิตของพ่อ โดยที่พ่อไม่มีโอกาสได้อยู่เห็นการเจริญเติบโตของเจี๊ยบเลย

อย่างไรก็ตาม เจี๊ยบเชื่อว่า ถ้าวันนี้พ่อยังมีชีวิตอยู่ พ่อคงจะเห็นด้วยกับสิ่งที่เจี๊ยบทำ และคงสนับสนุนให้เจี๊ยบลุกขึ้นสู้กับเผด็จการ

เพราะในความทรงจำของเจี๊ยบ พ่อเป็นคนที่เด็ดเดี่ยว และไม่ยอมก้มหัวให้กับความไม่ถูกต้องเช่นกัน

นี่คงจะเป็น DNA ที่เจี๊ยบได้รับถ่ายทอดมาจากพ่อ ซึ่งเป็นคนใต้ จาก จ. นครศรีธรรมราช ที่เดินทางเข้ามาแสวงโชคในเมืองหลวงตามประสาคนต่างจังหวัดทั่วๆ ไป นั่นเอง.

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top