วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569
จนมุม”เจ๊ง”จำนำข้าว
รัฐบาลร่อแร่!
ลดเหลือ1.2หมื่น/ตัน
มติกขช.เคาะตัวเลข
ห้ามเกินรายละ5แสน
เริ่มทันที1กรกฏาคม
บุญทรงปัดรัฐถังแตก
อ้างรักษาวินัยการคลัง
“ปู”พล่านถกด่วนครม.
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)เมื่อวันที่ 18 มิถุนายนถึงโครงการรับจำนำข้าวที่ถูกโจมตีอย่างหนักถึงตัวเลขขาดทุนสูงถึง 2.6 แสนล้านบาทว่า ครม.รับทราบรายงานจากคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) และนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รวมถึงความเห็นของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ส่วนประเด็นลดราคาจำนำข้าวนั้น ยังไม่ได้มีมติจากกขช.
ตั้งเซอร์เวเยอร์ตรวจสต๊อกข้าว
ทั้งนี้ รัฐบาลสั่งให้รมว.พาณิชย์ตั้งคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกบริษัทตรวจสอบคุณภาพข้าว (เซอร์เวเยอร์) เป็นตัวกลางตรวจสอบโกดัง โดยมีตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เข้าร่วมตรวจสอบและรายงานกลับมาให้ครม.รับทราบ เนื่องจากข้อมูลจำนำข้าวที่ยังไม่ตรงกันคือ ตัวเลขสต๊อกคงค้าง และการคำนวณมูลค่าสต๊อกคงค้าง ซึ่งรมว.พาณิชย์ ได้รายงานว่า กขช.ให้ตั้งคณะทำงานฯลงไปตรวจสอบรายละเอียดสต๊อกจริงว่ามีเท่าใด
“ปูไม่รู้”ขายข้าวให้ใครโยนถามจนท.
“ตัวเลขที่ผ่านมา ที่มีการขายแล้วรับรู้จริงตรงกันหมด แต่ขายให้กับบริษัทไหน เราไม่ทราบตรงนั้น เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่” น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าว และว่า สำหรับประเด็นเรื่องข้าวเน่าในโกดังที่เข้าร่วมโครงการนั้น ต้องตั้งเซอร์เวเยอร์มาตรวจสอบ เพราะบางครั้งอาจมีข่าวลือ รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ อยากขอให้เจ้าหน้าที่ทำงาน และเจ้าหน้าที่จะเป็นผู้ชี้แจงเอง
อ้างแค่ขาดทุนตัวเลขในบัญชี
ผู้สื่อข่าวถามว่า โครงการจำนำข้าวนาปี ปี 54/55 และนาปรังปี 55 ขาดทุน 1.36 แสนล้านบาท รัฐบาลจะปรับลดราคารับจำนำลงหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ในทางบัญชีอาจเรียกว่าขาดทุน แต่ความเป็นจริงราคาส่วนต่างที่รับมาคือ การดูแลเกษตรกร ซึ่งตรงกับนโยบายที่ต้องดูแลเกษตรกรและดูแลราคาพืชผล ซึ่งตรงนี้จะกลับไปยังเกษตรกร และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) จ่ายเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง ทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียน
ยันทำศก.หมุนเวียนจีดีพีเพิ่ม
ถามย้ำว่า ตัวเลขขาดทุน 1.36 แสนล้านบาท กับเงินที่ลงไป 6.7 แสนล้านบาทคุ้มทุนหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จำนวนชาวนาเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายในการดูแลโครงการก็ไปหมุนทำให้ตัวเลขเศรษฐกิจดีขึ้น จากรายงานสศช.จะเห็นว่า จีดีพีเพิ่มขึ้น ส่วนกรณีที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งเพดานขาดทุน ก็ต้องไปถามกระทรวงพาณิชย์
อุ้ม“บุญทรง”-ดตอบปรับครม.
ถามต่อว่ารมว.พาณิชย์ยังอยู่ในตำแหน่งต่อหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า “เดี๋ยว นายวราเทพ จะแถลงตัวเลขทั้งหมด” ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า แล้วทำไมไม่ให้รมว.พาณิชย์ชี้แจง นายกฯ ระบุว่า รมว.พาณิชย์ก็ชี้แจงได้ แต่เพื่อให้ทุกฝ่ายสบายใจ ต้องให้คนกลางมาชี้แจงรายละเอียดตัวเลขทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เมื่อถามอีกว่า รมว.พาณิชย์ ยังเหมาะสมทำหน้าที่ต่อไปหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า วันนี้ ก็ยังทำงานอยู่ และครม.ก็ต้องติดตามการทำงานของทุกกระทรวงเหมือนเดิม ส่วนการปรับครม.เมื่อไหร่จะบอกให้ทราบ
“วราเทพ”ชงครม.เจ๊ง1.36แสนล.
จากนั้นนายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในฐานะผู้ได้รับมอบหมายจากนายกฯให้รวบรวมข้อมูลโครงการรับจำนำข้าวแถลงว่า ได้รายงานตัวเลขดำเนินโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ตามที่ได้หารือร่วมกับบอร์ด กขช. โดยยึดตัวเลขปิดบัญชี ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2555 ตามรายงานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำสินค้าเกษตร กระทรวงการคลัง สำหรับตัวเลขขาดทุนโครงการจำนำข้าวเปลือกนาปี 54 /55 และนาปรัง ปี 55 ประมาณ 1.36 แสนล้านบาท
อ้างคุ้มช่วยชาวนาแถลุยต่อ
นายวราเทพกล่าวต่อว่า โครงการดังกล่าวถึงจะขาดทุนแต่ก็คุ้มค่า เพราะทำให้ชาวนาได้รับประโยชน์โดยตรงลืมตาอ้าปากได้ เมื่อคำนวณผลประโยชน์ที่เกษตรกรได้รับจากโครงการพบว่า ราคารับจำนำ 15,000 บาทต่อตันของรัฐบาลนั้น สูงกว่าราคาตลาด ซึ่งอยู่ที่ 11,000 บาทต่อตัน ส่งผลให้เกษตรกรได้ประโยชน์ 4,000 บาทต่อตัน เมื่อคูณกับจำนวนข้าวทั้งหมดที่เข้าโครงการ 21.78 ล้านตันจะได้ประโยชน์ประมาณ 8.71 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ เกษตรกรที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการจะได้ประโยชน์จากราคาข้าวในตลาดที่ปรับสูงขึ้นประมาณ 2,500 บาทต่อตัน เมื่อคูณกับข้าว 11.37 ล้านตันที่ไม่นำมารับจำนำ รวมถึงประชาชนก็ได้ประโยชน์ประมาณ 2.84 หมื่นล้านบาท รวมทั้งหมดที่ประชาชนได้ประโยชน์ 1.15 แสนล้านบาท ใกล้เคียงตัวเลขขาดทุน 1.36 แสนล้านบาท จึงเป็นเหตุผลที่รัฐบาลจะเดินหน้าโครงการรับจำนำข้าวในปีต่อไป
สั่งพณ.เช็คข้าวค้างสต๊อค
นายวราเทพกล่าวด้วยว่า จากปัญหาข้าวค้างสต๊อกไม่ตรงกันในส่วนของข้าวเปลือกนาปรัง 2555 ที่รายงานมาว่ายังไม่ได้บันทึกประมาณ 3 ล้านตันนั้น ครม.เห็นชอบให้กระทรวงพาณิชย์ไปตรวจสอบสต๊อกข้าวที่เป็นปัญหาภายใน 1 เดือน เพื่อนำมาปิดบัญชี และจะทำให้ทราบผลการดำเนินงานของโครงการทั้ง 3 ระยะ จากนี้ไปจะให้ปิดบัญชีทุกไตรมาสตามที่ กขช.เสนอ นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นพ้องว่า จากนี้ไปจะใช้หลักการคิดคำนวณผลดำเนินงาน กำไรหรือขาดทุนของโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาล ตามฐานคำนวณของอนุฯปิดบัญชีตามเดิมด้วย
ลดเป้าปี56/57เจ๊งไม่เกิน7หมื่นล.
ขณะที่ ร.ท.หญิง สุนิสา เลิศภควัติ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงเพิ่มเติมว่า ครม.มอบให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ และคณะอนุกรรมการตรวจสอบที่ กขช.แต่งตั้ง ที่มี พล.ต.ต. ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกฯ เป็นประธาน เข้าตรวจสอบโรงสีและโกดังกลางที่อยู่ในโครงการรับจำนำ เนื่องจากมีข้าวสารที่คาดว่าจะหายไปกว่า 3 แสนตัน รวมทั้งตรวจดูว่าโรงสีมีสต็อกลมหรือไม่
นอกจากนี้ กชช.ยังรายงานให้ ครม.รับทราบถึงการปรับลดราคารับจำนำข้าวเปลือกเจ้าในปี 56/67 ให้เหลือ 12,000-13,000 บาทต่อตัน และการจำกัดปริมาณรับจำนำข้าวไม่เกิน 25 ตันต่อครัวเรือน หรือเป็นเงินไม่เกิน 5 แสนบาทต่อราย และกำหนดเป้าหมายต้องขาดทุนไม่เกิน 70,000 ล้านบาท
“บุญทรง”ชงลดราคาจำนำ1.2หมื่น/ตัน
ทั้งรายงานข่าวจากที่ประชุม ครม.แจ้งว่า นายบุญทรงเสนอให้ลดราคาตามโครงการรับจำนำข้าวจาก 15,000 บาทต่อตันเหลือ 12,000 บาทต่อตัน ตามที่ กขช.เสนอ โดยนายอัชพร จารุจินดา เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ทักท้วงว่า อย่าลืมว่าได้หาเสียงและแถลงต่อสภาไปแล้ว หากทำอย่างนั้นต้องหามาตรการมาเสริมให้ มิฉะนั้นถูกร้องเรียนแน่ ทำให้นายกรัฐมนตรีรับทราบตามนั้น และสั่งให้ กขช.ไปพิจารณามาใหม่ว่า หากลดราคารับจำนำเหลือตันละ 12,000 บาท จะมีแนวทางอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ ภายใน 30 วัน
'โต้ง'พลิ้วชงเปลี่ยน'ภาระทางบัญชี'
รายงานข่าวระบุด้วยว่า ระหว่างพิจารณาตัวเลขขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าว นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลังเสนอที่ประชุมกรณีฝ่ายค้านโจมตีหนักโครงการรับจำนำข้าวขาดทุนว่า การสร้างวาทะกรรม“ขาดทุน” ขึ้นมาโจมตีรัฐบาลซึ่งสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ทำโครงการประกันราคาข้าวก็ขาดทุนหลายหมื่นล้านบาทเช่นกันแต่กลับไม่มีการพูดถึง จึงอยากเสนอครม.ว่า ต่อไปหากจะชี้แจงตัวเลขขาดทุนให้เปลี่ยนมาใช้คำว่า'เป็นภาระทางบัญชี'หรือ'ภาระทางงบประมาณจะดีกว่า' แต่นายวราเทพ แย้งว่าไม่ควรเปลี่ยน เพราะถ้าทำให้มีคำถามตามมาว่ารัฐบาลพยายามไปปรับแก้อะไรบางอย่างให้ตัวเอง ในที่สุด ที่ประชุมครม.เห็นควรจะใช้คำว่า'ขาดทุน'เหมือนเดิม
กขช.เคาะเหลือ.2หมื่น/ตันเริ่ม1ก.ค.
ช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เผยภายหลังการประชุมกขช.นัดพิศษที่กระทรวงพาณิชย์ว่า ที่ประชุมมีมติให้ปรับปรุงรายละเอียดโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลฤดูการผลิตนาปรังปี 2556/57 โดยให้ปรับลดราคารับจำนำข้าวเปลือกเจ้า ความชื้น 15% จากราคา 15,000 บาท/ตัน เหลือ 12,000 บาท/ตัน ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2556 เป็นต้นไปและยังจำกัดวงเงินในการนำข้าวเข้าสู่โครงการรับจำนำไม่เกินรายละ 500,000 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย.2556
ปัดถังแตกอ้างรักษาวินัยการคลัง
“การปรับลดรายละเอียดโครงการรับจำนำที่ให้เริ่มตั้งแต่นาปรัง 2556 นี้ ไม่ใช่เป็นเพราะเงินไม่พอ แต่เรามีภาระที่ต้องรับผิดชอบต่องบประมาณในภาพรวม และต้องรักษาวินัยทางการเงินการคลัง เพื่อให้เป้าหมายการจัดทำงบประมาณสมดุลเกิดขึ้นในปี 2560 ซึ่งแต่ละปีได้ตั้งเป้าหมายว่า รัฐบาลจะจำกัดวงเงินภาระค่าใช้จ่ายและผลขาดทุนในโครงการไม่เกินปีละ 1 แสนล้านบาท”
อ้างคำนวณแล้วชาวนายังมีกำไร40%
นายบุญทรงกล่าวว่า ราคารับจำนำที่ลดลงมาดังกล่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการคำนวณต้นทุนการผลิตของเกษตรกรอยู่ที่ 8 พันกว่าบาท/ตัน ซึ่งยังถือว่าเกษตรกรมีกำไรจากต้นทุนประมาณ 40% และราคาดังกล่าวยังเหมาะสมกับราคาตลาดปัจจุบัน และราคาตลาดโลก ซึ่งจากการที่ได้มีการสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเกษตรกร ก็ไม่ขัดข้อง ส่วนใหญ่เห็นด้วย และเห็นใจรัฐบาล
ส่วนการปรับลดราคารับจำนำข้าว ยอมรับว่า จะกระทบกับราคาข้าวในสต๊อก และราคาจำหน่ายข้าวในสต๊อกบ้าง แต่จะพยายามดำเนินการขายให้มีผลกระทบน้อยที่สุด
ปากแข็งไม่ได้ล้มเหลวแต่ช่วยชาวนา
ผู้สื่อข่าวถามว่า การลดราคารับจำนำดังกล่าว เป็นการสะท้อนถึงความล้มเหลวของนโยบายรัฐบาลหรือไม่ นายบุญทรงกล่าวว่า ไม่ถือเป็นนโยบายที่ผิดพลาด ตอนคิดนโยบายรัฐบาล ได้คิดนโยบายไว้เยอะ เช่น รถคันแรก บ้านหลังแรก ค่าจ้างวันละ 300 บาท และจำนำข้าวก็เป็น 1 ในนโยบายที่มุ่งช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้สูงขึ้น และรัฐบาลก็ได้ดำเนินการตามนโยบาย แต่เมื่อถึงเวลาต้องปรับปรุง ก็ต้องปรับปรุง หลังจากที่ได้รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนแล้ว
“ปู”พล่านเรียกถกครม.ด่วน19มิ.ย.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 19 มิถุนายน เวลา 10.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมครม.นัดพิเศษ ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือปัญหาโครงการรับจำนำข้าว อีกครั้งหลัง บอร์ดกขช.มีมติให้ปรับลดลราคารับจำนำข้าวเปลือกปี 2556 / 57 จาก 15,000 บาทต่อตัน เหลือประมาณ 12,000 บาทต่อตัน และจำกัดเกษตรกรรายละไม่เกิน 5 แสนบาท โดยให้มีผลวันที่ 1 ก.ค.
เย้ยรบ.เล็งลดยอดเจ๊งอ้างตัวเลขไม่นิ่ง
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า คณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ ยืนยันว่าต้องตรวจสอบสต๊อคข้าวที่ค้าง ซึ่งตัวเลขนิ่งพอที่จะสรุปบัญชีได้แล้วแต่รัฐบาลเองที่ไม่นิ่งต้องการลดตัวเลขขาดทุนจึงพยายามทำให้ตัวเลขมีปัญหา ซึ่งคณะอนุกรรมการฯสรุปโครงการรับจำนำข้าวนาปี ปี 55/56 ไปแล้วว่าขาดทุน 84,071 ล้านบาทขอยืนยันว่าตัวเลขนี้นิ่งแล้ว แต่รัฐบาลยังไม่ยอมรับตัวเลขขาดทุนในปี 2555/2556
เชื่อลดราคาจำนำไม่รอด-จี้สอบข้าวถุง
นพ.วรงค์ ยังเห็นว่าการลดราคาจำนำข้าวจากเดิม 15,000 บาท เป็น 12,000–13,000 บาทก็ไม่แน่ใจจะไปรอด เพราะปัญหาการจำนำข้าวต้องแก้เรื่องความโปร่งใส รัฐบาลต้องเอาตัวเลขมา ยืนยันว่าจีทูจีขายประเทศไหน ปริมาณเท่าไหร่ ราคาเท่าไหร่ ส่วนปัญหาข้าวถุง ต้องตรวจสอบรายละเอียดว่านำข้าวจากโครงการรับจำนำฤดูกาลใดมาทำข้าวถุง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี