วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569
ย้อนกลับไปเมื่อครั้งอดีตหลายสิบปีก่อน..ภาพของรถกระบะบ้าง รถบรรทุก 6 ล้อบ้าง ติดเครื่องขยายเสียงและเสาโครงเหล็ก ดูคล้ายจอฉายหนังขนาดเล็ก ตระเวนแล่นไปตามหมู่บ้านต่างๆ ในพื้นที่ชนบท เรียกความสนใจจากชาวบ้านด้วยภาพยนตร์ทั้งไทยและเทศ ก่อนจะโฆษณาชี้ชวนให้ซื้อ “ยาชุด” ที่กล่าวว่ารักษาได้สารพัดโรค
ผู้คนเรียกการตระเวนฉายภาพยนตร์ลักษณะนี้ว่า “หนังขายยา”!!!
วันเวลาผ่านไป..การคมนาคมและการติดต่อสื่อสารที่รวดเร็วทันสมัยทำได้ง่ายและมีราคาถูก โรงภาพยนตร์ชั้นดีจากเมืองหลวงขยายสาขาไปตั้งในตัวเมืองของจังหวัดต่างๆ มากขึ้น ชาวบ้านเข้าถึงภาพยนตร์ดังๆ ได้ง่ายขึ้น ภาพของหนังขายยาที่คุ้นตาจึงค่อยๆ เลือนหายไป
หันไปใช้ “สื่อใหม่” ทั้งวิทยุชุมชน โทรทัศน์ช่องดาวเทียม และโลกออนไลน์!!!
และคราวนี้มากันทั้ง “ยารักษาโรค”, “อาหารเสริม”และ “เครื่องสำอาง”!!!
นายศิริชัย สายอ่อน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเฉลิมพระเกียรติฯ นาม่วง ต.นาม่วง อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการโฆษณาขายยาและอาหารเสริมเป็นจำนวนมากในพื้นที่ ทั้งรูปแบบดั้งเดิมคือเป็นรถเร่ขาย-หนังขายยา รวมถึงรูปแบบใหม่อย่างการโฆษณาผ่านวิทยุชุมชน ซึ่งเมื่อนำตัวอย่างไปตรวจสอบ พบว่ามี “สารอันตราย” มากมายปนเปื้อน ทั้งฟอร์มาลิน สารกันรา และสเตียรอยด์
“จากการดำเนินงานมาตั้งปี 2554-2558 พบว่าตรวจเครื่องสำอางพบสารปรอทแอมโมเนีย 41.67 เปอร์เซ็นต์กรดวิตามินเอ 35.48 เปอร์เซ็นต์ สารไฮโดรควิโนน 20.24 เปอร์เซ็นต์ ตรวจยาสมุนไพรพบสารสเตียรอยด์ 53.46 เปอร์เซ็นต์ ตรวจอาหารพบสารกันรา 17.65 เปอร์เซ็นต์ และสารฟอร์มาลิน 4.69 เปอร์เซ็นต์” นายศิริชัย กล่าว
สอดคล้องกับ ภก.วรวิทย์ กิตติวงศ์สุนทรผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 8 อุดรธานี ที่ระบุว่า “ภาคอีสาน” อาจเรียกได้ว่าเป็น “พื้นที่เสี่ยงพิเศษ”เพราะพบยาและอาหารเสริมที่ปนเปื้อนสารอันตรายบ่อยมาก ซึ่งหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องจะทำงานในเชิงรับ คือการปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิดอย่างเดียวคงไม่ได้ จึงเป็นที่มาของการสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังป้องกัน
ภายใต้ชื่อโครงการ “หน้าต่างเตือนภัยสุขภาพ”!!!
ภก.วรวิทย์กล่าวว่า โครงการนี้ใช้ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ซึ่งก็เป็นคนในชุมชนด้วยกันเอง ช่วยเป็น “ด่านหน้า” เฝ้าระวังเมื่อมีการนำยา อาหารเสริม หรือเครื่องสำอางที่อวดอ้างสรรพคุณต่างๆ เข้ามาจำหน่ายในชุมชน ผ่านแอพพลิเคชั่น “ซิงเกิล วินโดว์” (Single Window) ซึ่งบรรจุฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ปนเปื้อนสารอันตรายไว้ พร้อมคำอธิบายว่าสารดังกล่าวมีอันตรายอย่างไร
ปัจจุบันมีฐานข้อมูล “ผลิตภัณฑ์อันตราย” สะสมไว้แล้วถึง “500 รายการ”!!!
“เมื่อประมาณ 2 เดือนที่แล้วได้มีการใช้แอพพลิเคชั่นนี้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนสามารถทลายเครือข่ายใหญ่ที่มีมูลค่าสินค้าเกือบ 20 ล้านและที่ จ.กาฬสินธุ์กับมหาสารคาม มูลค่าสินค้า 5ล้านบาท ซึ่งเป็นสินค้าที่มีประชาชนนำไปใช้แล้วเสียชีวิต” ภก.วรวิทย์ ระบุ
ด้าน นางเสงี่ยม เคนมา อสม.วิทยาศาสตร์การแพทย์ตำบลนาม่วง กล่าวเสริมว่า สินค้าที่สามารถวางจำหน่ายในชุมชนได้นั้นต้องมีการตรวจจาก อสม.วิทยาศาสตร์การแพทย์ ก่อนทุกอย่าง หากไม่พบฐานข้อมูลอยู่ในหน้าต่างเตือนภัยสุขภาพ เบื้องต้นจะทำการเก็บตัวอย่างมาตรวจที่ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชนก่อน หากพบสารปนเปื้อนก็จะส่งต่อไปยังศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 8 อุดรธานี เพื่อตรวจยืนยันผลอีกครั้ง
ถ้าผลตรวจทั้ง 2 ที่ออกมาตรงกัน..ข้อมูลของผลิตภัณฑ์จะถูกแจ้งเตือนในระบบทันที!!!
“หากเป็นคนที่มาติดต่อจะขายในตลาดก็ต้องมีการขออนุญาตก่อน ในกรณีที่ไม่เจอในหน้าต่างเตือนภัยสุขภาพ อสม.จะทำการตรวจหาสารปนเปื้อน ณ ตอนนั้น ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาทีเท่านั้น โดยการใช้ชุดทดสอบอย่างง่ายซึ่งสามารถรู้ผลได้รวดเร็วว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีสารเสี่ยงอันตรายหรือไม่” นางเสงี่ยม กลาว
นอกจากการสำรวจ เก็บข้อมูล และเตือนภัยผ่านแอพพลิเคชั่นแล้ว ในระยะยาว อสม. ยังมีหน้าที่ให้ความรู้กับประชาชน ไม่ให้หลงเชื่อคำโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ซึ่งนายศิริชัยกล่าวว่า โครงการนี้เริ่มขึ้นในปี 2554 โดยคัดเลือก อสม.ด้วยความสมัครใจหมู่บ้านละ 2-3 คน เพื่อเข้ารับการอบรมหลักสูตร อสม. วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน หลักสูตรใช้เงินกองทุนสุขภาพตำบล มีศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 8 เป็นผู้ทดสอบว่า อสม. มีความชำนาญหรือไม่ หากผ่านการทดสอบก็จะได้วุฒิบัตรรับรองและปลอกแขน
นอกจากช่วยให้ประชาชนปลอดภัยแล้ว..ยังช่วยให้ผู้ประกอบการตระหนักถึงการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพด้วย!!!
“สิ่งที่สำคัญของหน้าต่างเตือนภัยสุขภาพคือ ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายก่อนตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ อีกทั้งยังเป็นการควบคุมกิจการของผู้ประกอบการในระดับชุมชนได้ค่อนข้างดี อสม. วิทยาศาสตร์การแพทย์ จะมีการสุ่มตรวจผลิตภัณฑ์ทุกอย่างที่นำมาขายให้ประชาชน และถ้าหากพบว่าสินค้านั้นมีสารอันตรายปนเปื้อนก็จะมีการประสานงานกลับไปยังผู้ประกอบการและผู้ผลิต เพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป”
ผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเฉลิมพระเกียรติฯ นาม่วง กล่าวทิ้งท้าย ซึ่งประชาชนทั่วไปที่ใช้โทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) สามารถเข้าไปดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นนี้ในชื่อ “Single Window เตือนภัย” ได้ที่เว็บไซต์ Google Play Store โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือหากใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ ก็สามารถเข้าไปดูฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์อันตรายที่เว็บไซต์http://www.tumdee.org/alert/ ได้เช่นกัน
“อโรคยา ปรมาลาภา-ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” คงไม่มีใครปฏิเสธว่าการมีสุขภาพดีตั้งแต่เกิดจนตายมีค่ามากกว่าสิ่งใดๆ ทั้งปวง เพราะบางครั้งแม้ว่ามีเงินมากมายเพียงใดแต่เมื่อเจ็บป่วยก็ไม่สามารถซื้อสุขภาพที่ดีให้กลับคืนมาได้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มนุษย์จะสรรหาหยูกยาและอาหารเสริมมาบำรุงร่างกายของตนให้แข็งแรง ทว่าก็ต้อง “ระมัดระวัง” ด้วยเช่นกัน เพราะหากหลงเชื่อไปใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน..
นอกจากจะเสียเงินเสียทองแล้ว ยังอาจถึงขั้น “เสียชีวิต”!!!
จีรนันท์ แก้วนำ
SCOOP@NAEWNA.COM
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี