วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569
เดี๋ยวนี้หันไปทางไหนก็มีแต่ “ออนไลน์” กันหมด ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ สังคม บันเทิงและอื่นๆ อีกมากมาย องค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐ ธุรกิจเอกชน และเครือข่ายภาคประชาชน ต่างใช้บริการ “สื่อใหม่”ในการเผยแพร่ข้อมูล เพราะสะดวกรวดเร็ว เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้าง ตามยุคสมัยที่คอมพิวเตอร์ แท็บเลตมือถือสมาร์ทโฟน ราคาถูกลงแต่สมรรถนะสูงขึ้นพร้อมๆ กับค่าบริการอินเตอร์เนตที่ไม่แพง คนธรรมดาทั่วๆ ไปยังพอเข้าถึงได้
และแน่นอนว่า..การเผยแพร่ “ธรรมะ” ก็ด้วยเช่นกัน!!!
ที่งานสัมมนาวิชาการ ณ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร(องค์การมหาชน) ถ.บรมราชชนนี กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2559 ที่ผ่านมา มีการเปิดเผยผลการศึกษาเรื่อง “รูปแบบการเผยแพร่พระพุทธศาสนาของพระสงฆ์ผ่านสื่อออนไลน์” ผลงานของ ดร.ณัฐพัชร สายเสนาอาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ซึ่งศึกษาผลงานของพระสงฆ์ 2 รูป ที่ใช้สื่อออนไลน์เผยแพร่ธรรมะอย่างได้ผล
นั่นคือ “พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี” และ“พระมหาสมปอง ตาลปุตโต”!!!
ช่องทางเผยแพร่..ดร.ณัฐพัชร กล่าวว่าพระมหาวุฒิชัย หรือที่พุทธศาสนิกชนคุ้นเคยในชื่อ “ว.วชิรเมธี” ใช้สื่อออนไลน์ที่ “หลากหลาย” ในการเผยแพร่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ค (Facebook), ทวิตเตอร์ (Twitter), ยูทูบ (Youtube), ตำราอิเล็กทรอนิกส์ (E-Books) รวมถึงเว็บไซต์ “ธรรมะทูเดย์” (Dhamma Today)
ขณะที่ทางด้านพระมหาสมปอง เน้นการใช้สื่อออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในขณะนี้อย่างเฟซบุ๊ค นอกจากนี้ยังมีเว็บไซต์ “ธรรมะเดลิเวอรี่” (Dhamma Delivery) ซึ่งเป็นคำนิยามของพระมหาสมปอง ในการเผยแพร่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาด้วย
รูปแบบการเผยแพร่..พระสงฆ์ทั้ง 2 รูป มีจุดเด่นที่เหมือนกันคือ “ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย” หลีกเลี่ยงการใช้ศัพท์เทคนิคทางวิชาการ หรือศัพท์ที่เป็นภาษาของพระ นอกจากนี้ยัง “ใช้สำนวนได้สละสลวย” นำหลักธรรมมาสรุปเป็นคำคมและคำกลอน เพื่อให้ผู้รับสารจดจำได้ขึ้นใจ รวมถึงรู้สึกซาบซึ้งอีกด้วย อาทิ..
“จงรักศัตรูเพราะเขาเป็นครูของเธอ”(พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี)
“หนักเป็นเบาเมื่อเราไม่แบก” (พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี)
“ทำดีตอนที่มีโอกาส ดีกว่าไม่มีโอกาสทำดี” (พระมหาสมปอง ตาลปุตโต)
“ความรักเกิดจากคนสองคน แต่การเลิกกันเกิดจากคนสองใจ” (พระมหาสมปอง ตาลปุตโต)
เนื้อหาที่เผยแพร่..ดร.ณัฐพัชร ระบุว่า สิ่งที่เหมือนกัน คือพระทั้ง 2 รูป จะเลือกหลักธรรมที่เหมาะสมกับผู้ฟังแต่ละกลุ่มแต่ละวัย แต่ที่ต่างกันไปบ้าง พระมหาสมปอง จะเน้นหลักธรรมที่ว่าด้วย “ความกตัญญูกตเวที” เช่น พระคุณของพ่อแม่ เคารพครูบาอาจารย์ รู้หน้าที่ หรือเรื่องอื่นๆ ที่เป็นประเด็นทางสังคม เช่น รักในวัยเรียน ยาเสพติด ขณะที่พระมหาวุฒิชัย จะเน้นหลักธรรมที่อิงกับ “สถานการณ์บ้านเมือง” เช่น ความสามัคคี ความสุข
“จะสังเกตเห็นว่า ที่ไหนที่พระมหาสมปองท่านไปบรรยาย ท่านก็จะไปสรุปลงที่ความกตัญญูกตเวที รวมถึงความจงรักภักดีต่อ 3 สถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทย ถ้าผู้ฟังเป็นเด็กท่านก็จะเน้นที่พฤติกรรมอันพึงประสงค์ เคารพครูบาอาจารย์ โทษของยาเสพติด รักในวัยเรียน การรู้หน้าที่ หรือเรื่องอื่นๆ ที่ผู้คนอยากฟังในเวลานั้น ส่วนพระมหาวุฒิชัย ท่านจะเพิ่มเติมเข้าไปในส่วนของความสุข การเกิดวิกฤติในบ้านเมือง ความสามัคคี” ดร.ณัฐพัชร ระบุ
นอกจากเก็บข้อมูลจากสื่อออนไลน์แล้ว ดร.ณัฐพัชร ยังได้มีโอกาสสัมภาษณ์พระสงฆ์ทั้ง 2 รูป เกี่ยวกับคุณสมบัติที่ดีของ “พระนักเทศน์” ผู้เผยแพร่ธรรมะ ซึ่งพระมหาสมปอง ให้คำนิยามสั้นๆ แต่ชัดเจนว่า “ตลกแบบมีสาระ” เพื่อให้บรรยากาศการฟังเป็นไปอย่างสนุกสนานน่าสนใจ ส่วนพระมหาวุฒิชัยกล่าวว่า “มีความรู้อย่างกว้างขวาง” ทั้งทางโลกและทางธรรม, “มีเทคนิคการสื่อสาร” เพื่อให้เข้าถึงผู้ฟังได้ง่าย
แต่สำคัญที่สุด..พระสงฆ์นั้นต้อง “ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ” ตามหลักพระธรรมวินัย จึงจะได้รับ “ความเชื่อถือ”!!!
ปิดท้ายด้วย “เสียงสะท้อนจากผู้ฟังธรรม” ดร.ณัฐพัชรกล่าวว่า จากการสอบถาม ผู้ที่ติดตามการเผยแพร่ธรรมะของพระสงฆ์ทั้ง 2 รูปผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ พบว่า มีความเห็นไปในทางเดียวกัน คือ “มีประโยชน์มากกับชีวิตประจำวัน” สามารถนำไปใช้กับการดำรงชีวิตในหลายด้าน
“ผู้ชมสื่อออนไลน์ให้ความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่า นำไปใช้กับการดำรงชีวิตในปัจจุบัน ชีวิตประจำวัน ครอบครัว การทำงาน การควบคุมอารมณ์ การอยู่ในสังคม การเรียน” ดร.ณัฐพัชร กล่าวทิ้งท้าย
ทั้งหมดนี้ต้องย้ำว่า..การศึกษาดังกล่าว “ไม่ใช่การเปรียบเทียบ” ระหว่างพระนักเทศน์ผู้มีชื่อเสียงทั้ง 2 รูป หากแต่เพื่อวิเคราะห์ให้เห็นถึง “กลยุทธ์-กุศโลบาย” ในการเผยแพร่หลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาของทั้ง 2 ท่านผ่านเครื่องมือยอดนิยมของยุคนี้อย่างสื่อออนไลน์ จนประสบความสำเร็จ “โดนใจ” พุทธศาสนิกชน โดยเฉพาะ “วัยรุ่น-คนยุคใหม่” ที่รอบตัวเต็มไปด้วยสิ่งเร้าอื่นๆ ได้อย่างกว้างขวาง มีผู้สนใจติดตามกันเป็นจำนวนมาก
ยิ่งทำให้เห็นชัดว่า “ธรรมะของพระพุทธองค์ไม่เคยล้าสมัย”!!!
ขึ้นอยู่กับว่า..ผู้ถ่ายทอดนั้น “เข้าใจ-สื่อสารเป็น” หรือเปล่า?!!!
SCOOP@NAEWNA.COM
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี