นายวิชัยตั้งโต๊ะแถลงกรณี คิงเพาเวอร์เข้าเทคโอเวอร์ แอร์เอเชีย เผยเป็นการต่อยอดร้ายค้าปลอดภาษี หวังเจาะขยายฐานลูกค้านักช็อปจากจีน เตรียมควักอีกหมื่นล้าน ทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์ 23 มิ.ย.นี้ ธรรศพลฐ์ แจงราคาหุ้นที่ขายเหมาะสมแม้ต่ำกว่าราคาตลาด เหตุมีข้อจำกัดในการหาคนที่มีกำลังซื้อสูงสัญชาติไทย ยันเดินหนาแผนธุรกิจเดิม ทั้งเพิ่มเส้นทางการบิน และเครื่องบินใหม่
นายวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท คิงพาวเวอร์ เปิดเผยในงานแถลงข่าวการเข้าซื้อหุ้นของ บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (AAV) ในสัดส่วน 39% มูลค่ารวม 7,945 ล้านบาท จากนายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ และครอบครัวว่า การเข้าซื้อหุ้นในครั้งนี้ เพื่อต้องการเสริมสร้างความแข็งแกร่งธุรกิจที่มีอยู่ในปัจจุบันที่เป็นธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอยู่แล้ว ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้เป็นการลงทุนระยะยาวเนื่องจากแอร์เอเชียมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่ 15-20% ต่อปี และยังมีพื้นฐานทางธุรกิจที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวโดยเชื่อว่าจะช่วยสนับสนุนให้ลูกค้าของทางคิงเพาเวอร์มีอัตราขยายการเติบโตที่เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มีลูกค้าให้บริการอยู่ที่ประมาณ 6-7 ล้านคนต่อปี โดยเฉพาะลูกค้าจากประเทศจีนที่ทางแอร์เอเชียมีเส้นทางบินและมีแผนที่จะเปิดเส้นทางการบินเพิ่มเติมอยู่แล้ว โดยอีก 3 ปีข้างหน้าแม้จะมีการแข่งขันสูงก็เชื่อว่าจะสามารถแข่งขันได้เพราะแอร์เอเชียมีแผนเรื่องการเพิ่มเส้นทางการบินไปยังประเทศต่างๆ และการบริหารการจัดการที่มีคุณภาพอยู่แล้ว
“ยืนยันว่า กลุ่มคิงเพาเวอร์พร้อมจะถือหุ้นระยะยาว ไม่มีนโยบายนำหุ้นออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมทั้งมีแผนการลงทุนในอนาคต จากปัจจุบันในปี 2559 ไทยแอร์เอเชียมีฝูงบินรวม 51 ลำ ซึ่งเห็นว่าสามารถเพิ่มฝูงบินเพื่อตอบสนองการเดินทางได้อีกในอนาคต และได้มอบหมายให้นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา, นายอภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา และนายสมบัตร เดชาพานิชกุล เข้ามารับตำแหน่งคณะกรรมการบริษัทเพื่อร่วมกำหนดวิสัยทัศน์และนโยบายกับไทยแอร์เอเชีย เพื่อร่วมกันกับการบริหารของนายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์เเละผู้บริหารชุดเดิม”
ด้านนายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ กล่าวว่า ราคาที่กลุ่มคิงเพาเวอร์ซื้อหุ้น AAV ที่ 4.20 บาทต่อหุ้น ขณะที่ราคาตลาดอยู่ที่ 6 บาท ยืนยันว่า เป็นราคาที่เหมาะสม เพราะการเป็นการลงทุนระยะยาว และส่วนตัวยังทำหน้าที่บริหารต่ออีกอย่างน้อย 5 ปี หลังจากนั้นเป็นการตัดสินใจของผู้ถือหุ้น
“ราคานี้เหมาะสมแล้วไม่ควรมองภาพสะท้อนของราคาตลาดมากนักโดยสัดส่วนหุ้นและราคาที่ขาย ก็ได้สะท้อนถึงข้อจำกัดการเข้าถือครองหุ้นของสายการบินในประเทศไทย ตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการเดินอากาศ ที่ได้กำหนดสัดส่วนผู้ถือครองหุ้นว่า ผู้ถือหุ้นต้องเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยไม่น้อยกว่า 51% ซึ่งข้อจำกัดนี้ทำให้ยากที่จะหาผู้ที่มีความประสงค์และมีกำลังซื้อสูงพอที่จะซื้อหุ้นจำนวนมากได้ รวมถึงมองว่าเป็นโอกาสดีของไทยแอร์เอเชียที่จะได้พันธมิตรที่มีความสามารถทางการแข่งขันสูงมาช่วยต่อยอดธุรกิจให้เติบโตและมั่นคงขึ้น”
สำหรับการลงทุนตามแผนธุรกิจปี 2559 นี้ บริษัทจะเดินหน้าแผนตามเดิมที่เคยตั้งไว้ว่าจะสั่งซื้อเครื่องบินอย่างน้อยปีละ 5 ลำ เพื่อรองรับผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น 5% ต่อปี จากในปีนี้ที่คาดว่าจะมีผู้โดยสารอยู่ที่ 17 ล้านคน แต่อาจต้องพิจารณาถึงปริมาณนักบินว่าเพียงพอหรือไม่ แต่เชื่อว่าการร่วมมือกันในครั้งนี้จะทำให้ผลประกอบการด้านรายได้ของแอร์เอเชียเติบโตได้มากกว่า 20%
ด้าน นายโทนี่ เฟอร์นานเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มสายการบินแอร์เอเชีย กล่าวว่า การลงทุนที่เกิดขึ้นดังกล่าวเป็นการพิสูจน์ไทยแอร์เอเชียเป็นบริษัทที่มีมูลค่าเหมาะสมกับการลงทุน จากการที่มีครอบครัวนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จให้ความสนใจเข้ามาลงทุน การผสานพลังระหว่างแอร์เอเชียเเละกลุ่มคิง เพาเวอร์ บริษัทผู้ให้บริการสินค้าปลอดภาษีของประเทศไทย จะเป็นการเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจให้เติบโตขึ้น และเราก็พร้อมที่จะทำงานร่วมกัน ไม่ใช่เเค่เพียงในประเทศไทย แต่จะขยายครอบคลุมไปทั่วภูมิภาคอาเซียน
ด้านนายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ ซึ่งจะเข้ารับตำแหน่งคณะกรรมการบริษัทของ AAV และไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า ทั้ง 2 บริษัทยังดำเนินนโยบายในธุรกิจหลักที่เข้มแข็ง แต่จะร่วมกันสร้างโอกาสใหม่ในธุรกิจ โดยเฉพาะการมีฐานลูกค้าขนาดใหญ่ในตลาดประเทศจีนและกลุ่มอาเซียน ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งไทยแอร์เอเชียก็เป็นสายการบินที่มีเส้นทางบินเชื่อมไทย-จีน และขนส่งผู้โดยสารจีนมากที่สุดเช่นกัน การเพิ่มช่องทางจำหน่ายและกระจายสินค้าในธุรกิจค้าปลีกของกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ รวมทั้งการพัฒนาแบรนด์ร่วมกันในระดับนานาชาติ อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือที่เกิดขึ้นจะยังตอกย้ำการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดทั้งด้านการช็อปปิ้งและการเดินทาง ด้วยมาตรฐานยอมรับที่เป็นสากล
ด้านนายกวี ชูกิจเกษม รองกรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย กล่าวถึงกรณีที่นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) ขายหุ้น AAV หรือไทยแอร์เอเชีย 39% ให้กลุ่มนายวิชัย ศรีวัฒนประภา ผู้บริหารกลุ่มคิงเพาเวอร์ นั้น มองว่าเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยเสริมธุรกิจซึ่งกันและกัน เนื่องจากกลุ่มคิงเพาเวอร์เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในธุรกิจสินค้าปลอดภาษี หรือดิวตี้ฟรี โดย บล.กสิกรมองว่าภาพรวมของอุตสาหการการบินที่อยู่ในทิศทางที่ดี เนื่องจากราคาน้ำมันอยู่ในราคาต่ำ โดยคาดว่า AAV จะอยู่ที่ 7 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้ ประเด็นที่ต้องติดตามระยะกลางเเละยาว คือ ราคาน้ำมันที่อาจจะแพงขึ้นส่งผลต่อต้นทุน ซึ่งในระยะ 5-10 ปี การแข่งขันก็จะรุนเเรงขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บมจ.เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) เช้านี้ (14มิถุนายน) ราคาร่วงลงอยู่ที่ 5.80 บาท ลดลง 0.20 บาท เมื่อเวลา 12.05 น. โดยเปิดตลาดที่ 5.55 บาท ราคาปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ 5.80 บาท และราคาปรับตัวลงต่ำสุดที่ 5.55 บาท โดยบริษัทได้รับแบบประกาศเจตนาในการเข้าถือหุ้นเพื่อครอบงำกิจการจากนายวิชัย ศรีวัฒนประภา ผู้บริหารกลุ่ม King Power ซึ่งจะทำคำเสนอซื้อหุ้น AAV ส่วนที่เหลือจำนวน 60.17% และคาดจะเสนอซื้อที่ราคาหุ้นละ 4.20 บาท คิดเป็นมูลค่าราว 12,300 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถยื่นคำเสนอซื้อหุ้น(เทนเดอร์ออฟเฟอร์) AAV อย่างเป็นทางการในวันที่ 23 มิ.ย. 2559 โดยมีธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เป็นผู้จัดเตรียมคำเสนอซื้อ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี