543.jpg
เศรษฐศาสตร์วันหยุด : ศก.ครึ่งปีหลัง...ไม่หมูเลย

เศรษฐศาสตร์วันหยุด : ศก.ครึ่งปีหลัง...ไม่หมูเลย

วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

nn มีบทวิเคราะห์ของหลายสำนักวิชาการทางเศรษฐกิจที่ผ่านตาของ...เศรษฐศาสตร์วันหยุด...ชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่าเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในช่วงที่เปราะบางมาก...ด้วยปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขรวมทั้งจากปัจจัยภายนอกที่เข้ามากระทบ...ล่าสุด...ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคาร ไทยพาณิชย์ (SCB EIC)…ก็ได้ระบุว่าเศรษฐกิจไทยครึ่งหลังของปี 2569 จะเติบโตต่ำกว่าช่วงครึ่งปีแรก และยังเปราะบาง จากหลายปัจจัยกลับมากดดันเพิ่มเติม โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4 ที่แรงหนุนจากภาครัฐจะแผ่วลง...แม้ว่าเดือนมิถุนายน เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวหลังแรงกดดันสงครามตะวันออกกลางคลี่คลายชั่วคราว แต่สัญญาณฟื้นตัวยังเปราะบาง เพราะความเชื่อมั่นยังไม่กลับสู่ระดับก่อนสงคราม และยังต้องติดตามข้อมูลเดือนกรกฎาคม ที่สงครามตึงเครียดขึ้นอีก

ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรมในเดือนมิถุนายน ปรับดีขึ้น โดยเฉพาะดัชนีย่อยที่สะท้อนมุมมองระยะข้างหน้า ด้านตัวเลขดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดยังอ่อนแอ แม้มีแนวโน้มปรับดีขึ้นบ้างแต่ระยะต่อไปยังมีแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่เร่งตัวสูงขึ้นจากสงครามตะวันออกกลางที่กลับมาทวีความรุนแรง ด้านการลงทุนและการส่งออกยังขยายตัวดีต่อเนื่อง โดยการส่งออกไปตะวันออกกลางและการท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและยุโรปที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสงครามตะวันออกกลาง แต่แรงหนุนที่เห็นนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้หากความตึงเครียดกลับมารุนแรง


SCB EIC ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลัง จะขยายตัวช้ากว่าครึ่งปีแรกและยังเปราะบาง โดยไตรมาส 4 เป็นช่วงสำคัญที่แรงส่งภาครัฐจะลดลงในจังหวะเดียวกับที่ความเสี่ยงภายนอกอาจกดดันการค้าและต้นทุนมากขึ้น ความเสี่ยงหลักมาจากสงครามตะวันออกกลางที่กลับมาตึงเครียดและอาจยืดเยื้อ ภาษีนำเข้ามาตรา 301 ของสหรัฐฯ ที่ไทยเสี่ยงถูกเก็บภาษีเพิ่ม 12.5% ประเด็นแรงงานภาคบังคับ (Forced labour) และความเสี่ยงจากภาษีเพิ่มเติมประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกิน (Excess capacity) ซึ่งไทยติดอยู่ในกลุ่ม 16 ประเทศที่ถูกสอบสวน รวมถึงความเสี่ยง Super El Nino ที่อาจส่งผลให้ผลผลิตเกษตรปรับลดลงและซ้ำเติมต้นทุนปุ๋ยที่สูงขึ้นและกดดันรายได้ภาคเกษตรในปี 2569

นโยบายภาครัฐมีบทบาทสำคัญช่วยพยุงเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ยังไม่สร้างแรงส่งใหม่ให้เศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง...เม็ดเงินช่วยเหลือประชาชนผ่านการเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและโครงการไทยช่วยไทยจะช่วยพยุงกำลังซื้อในไตรมาส 3 ขณะที่คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญช่วยให้รัฐบาลกลับมาเดินหน้าแผนใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาท โดยเฉพาะเม็ดเงินด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 2 แสนล้านบาท แต่คาดว่าต้องใช้เวลาในการพิจารณาโครงการที่เหมาะสม
ขณะเดียวกัน พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 ที่ขยายตัวเพียง 0.2% และงบลงทุนที่หดตัวถึง-8.4% จากปีงบประมาณก่อนหน้า สะท้อนว่าพื้นที่นโยบายการคลังเริ่มจำกัดมากขึ้น

!! ไม่เข้าใจทำไมสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)..กล้าที่จะรับเพิ่มตัวเลขจีดีพีของไทยในปี 2569 เป็น 2.5% จากเดิมที่คาดว่าอยู่ที่ 1.6%...ทั้งที่เรื่องที่รออยู่ข้างหน้ามันหนักหนา...และเงินที่รัฐบาลตั้งใจเทลงระบบ
ไม่ได้ช่วยอะไรที่เป็น“แก่นสาร”เลย...nn

 
พงษ์พันธุ์
ขอบคุณข้อมูล SCB EIC

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top