วันอาทิตย์ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
nn เกือบทุกประเทศทั่วโลก และแม้แต่ในภูมิภาคอาเซียนเองก็ไม่มีใครเอาโรงงานผลิตเหล็กด้วยระบบเตาหลอมเหนี่ยวนำไฟฟ้า (Induction Furnace หรือ IF) ดูจาก แถลงการณ์ล่าสุดของ สภาเหล็กและเหล็กกล้าอาเซียน (ASEAN Iron and Steel Council หรือ AISC) ก็รู้ว่ามีความกังวลต่อการใช้เตาหลอมเหนี่ยวนำไฟฟ้า (Induction Furnace หรือ IF) ในการผลิตเหล็กสำหรับงานก่อสร้างมากแค่ไหน...คำถามสำคัญคือแล้วทำไมประเทศไทยถึงยังจะโอบอุ้มโรงงานเหล็กเตา IF อยู่ได้....
รัฐมนตรีว่ากากระทรวงอุตสาหกรรม 2 คนที่ผ่านมา...เริ่มจากนายธนกร วังบุญคงชนะ มาจนถึงคนปัจจุบัน นายวราวุธ ศิลปอาชา…ล้วนมีท่าทีที่ควรตั้งคำถามว่า...ทำไมใส่ใจความปลอดภัยของประชาชนน้อยกว่าความอยู่รอดของโรงงานเหล็กเตา IF...ทั้งที่เอาเข้าจริงแล้ว โรงงานเหล็กเตา IF ที่มีอยู่ในประเทศไทย 11-12 โรง ตอนนี้...ไม่ใช่ของคนไทยอีกแล้ว...บางแห่งเป็นทุนจีนตรงๆ บางแห่งเป็นไทย-จีนร่วมทุนบางแห่งเป็นคนไทยถือหุ้น แต่มีข้อมูลว่าปล่อยให้ทุนจีนเช่าโรงงานหรือเช่าใบอนุญาต บางแห่งถูกสั่งปิดเตา แต่ยังมีการรีดเหล็กอยู่…เรื่องนี้ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.)ได้เลย...เพราะยังไงก็ต้องขออนุญาตจากกรมโรงงานเพื่อทำการผลิต...ไม่ว่าจะผลิตในนามตัวจริงหรือนอมินี
เศรษฐศาสตร์วันหยุด...จะพาไปทำความรู้จัก โรงงานเหล็กเตา IF ในประเทศไทยว่าใครเป็นใครบ้าง...1. บริษัท บีเอ็นเอสเอส สตีล กรุ๊ป จำกัด (ชลบุรี)…สถานะให้จีนเช่าใบอนุญาต ถูกสั่งปิดอยู่ 2. บริษัท ชลบุรี สเปเชียล สตีล กรุ๊ป จำกัด (ชลบุรี) เจ้าของ กลุ่มทุนไทยดั้งเดิมในพื้นที่ชลบุรี (จดทะเบียนทุน 300 ล้านบาท) สถานะ จีนเช่า ถูกสั่งปิดเตา...แต่ยังรีดเหล็กอยู่ 3. บริษัท เอบี สตีล จำกัด (สระแก้ว)เป็นการร่วมทุนไทย-จีน โดยมี **นายอินดา ซู่ (Inda Xu)** ทำหน้าที่เป็นกรรมการผู้จัดการ และมี นายเจียนไฮ เซง เป็นกรรมการโรงงาน 4. บริษัทหลิ่ง หนัน สตีล จำกัด (นครปฐม) เจ้าของ เป็นบริษัทโรงงานเหล็กในแถบนครปฐม มีการบริหารงานโดยกลุ่มทุนจีนร่วมกับที่ปรึกษาและกรรมการชาวไทย ส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติคือ “โจว กวนอี้” สัญชาติจีน ถือหุ้น 23.33% 5. บริษัท เชาว์ สตีล จำกัด / บริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ จำกัด (มหาชน) (ปราจีนบุรี) เป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (CHOW) 6. บริษัท ไทยซิง สตีล จำกัด (ปราจีนบุรี) เจ้าของ กลุ่มทุนอุตสาหกรรมเหล็กสัญชาติจีน ที่เข้ามาลงทุนสร้างฐานการผลิตเหล็กเส้นทรงยาวในนิคมอุตสาหกรรมแถบภาคตะวันออก 7. บริษัท ทีเอสบี เหล็กกล้า จำกัด (ปราจีนบุรี) บริหารงานโดยกลุ่มทุนไทย **ตระกูล “อึงสมบูรณ์” และ “วชิรทรัพย์”**...แต่เจ้าของเงินลงทุนตัวจริงคือใครไม่ต้องสืบ...8. บริษัท สิงห์ไทยสตีล จำกัด (ปราจีนบุรี) เจ้าของ เผิงหลง จราน (สิงคโปร์) 75%, นักลงทุนจีนอีก 3 รายรวม 25% 9. บริษัท เคพีพี สตีล จำกัด (ปราจีนบุรี) เจ้าของ โรงงานเหล็กเส้นขนาดใหญ่ในจังหวัดปราจีนบุรี โดยเป็นหนึ่งในกลุ่มทุนไทย-จีน ที่ขึ้นทะเบียนจัดตั้งสมาคมโรงงานเหล็กที่ใช้เตาหลอมแบบเหนี่ยวนำ (IF) 10. บริษัท ไทย เฮง สตีล จำกัด (เพชรบุรี) เจ้าของ ศิริโรจน์ แซ่อึ้ง และ สิริธรรม แซ่อึ้ง รวม 66% 11. บริษัท ตงเป่า สตีล จำกัด เจ้าของ เป็นกลุ่มทุนร่วมทุนจีน-ไทย ที่มาตั้งฐานการผลิตขนาดใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน (โคราช)….ส่วนตัวต้นเรื่อง บริษัท ซิน เคอ หยวน จำกัด/ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด (ระยอง / ปราจีนบุรี) นายเจี้ยนฉี เฉิน (Jianqi Chen) สัญชาติจีน ถือหุ้นใหญ่สุดประมาณ 64.91%** และมีหุ้นส่วนชาวไทยและจีนรายย่อย เช่น นายจิโรจน์ โรจน์รัตนวลี (10%) และ นายวิรุฬห์ สุวรรณนทีกุล (8%) ร่วมถือหุ้น
โรงเหล็กเตา IF ที่ทะลักเข้ามาในประเทศไทยทั้งหมดคือโรงงานเหล็กเตา IF ที่ประเทศจีนยกเลิกไปเมื่อ พ.ศ.2560...เพราะรัฐบาลปักกิ่งเห็นว่าเหล็กที่ได้จากเตา IF มีความเสี่ยงเรื่องคุณภาพของเหล็ก...กระบวนการผลิตปล่อยมลพิษทางอากาศสูงและสิ้นเปลืองพลังงานสูงมาก...หลังจากจีนสั่งแบนเตา IF ต่อมาหลายประเทศทั่วโลกและอาเซียนก็เริ่มดำเนินการไปในทิศทางเดียวกับจีน...มีแต่ประเทศไทยนี่แหละ...ที่กำลังทำให้อุตสาหกรรมเหล็กของไทยถอยหลังลงคลอง...เพราะมัวแต่จะอุ้มเตา IF…คำถามสำคัญคือทำไม??? มีอะไรเป็นแรงจูงใจให้ทำเช่นนั้น????
พงษ์พันธุ์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี