542.jpg
เศรษฐศาสตร์วันหยุด : เรื่องเหล็กเตาIF…สมองส่อมีพิรุธ

เศรษฐศาสตร์วันหยุด : เรื่องเหล็กเตาIF…สมองส่อมีพิรุธ

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

nn เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 มีการประชุมคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งได้มีการสอบถามและให้หน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมโรงงานอุตสาหกรรม และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ชี้แจงข้อเท็จจริงในการพิจารณาอนุญาตให้โรงงานผลิตเหล็กด้วยเตาหลอมอินดักชั่น (Induction Furnace: IF) แห่งหนึ่งกลับมาดำเนินกิจการได้อีก โดยในการประชุมนี้ทางกลุ่ม 10 สมาคมเหล็ก และสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย (TSEA) ได้นำเสนอข้อมูลเอกสารแต่ยังไม่มีโอกาสอธิบายชี้แจงต่อทางคณะกรรมาธิการ เนื่องจากไม่มีเวลาเหลือ เพราะทางสส.ต้องเข้าไปยกมือโหวตในสภา (อันนี้ไม่รู้ว่าก.ม.ตัวไหน)

ประเด็นสำคัญมันอยู่ตรงนี้ครับ....ในการประชุม กรรมาธิการหลายท่านมีข้อสงสัยมากถึงความโปร่งใสในการกำกับดูแล โดยเฉพาะกรณีของโรงงานดังกล่าวซึ่งไม่มีเตาปรับคุณภาพน้ำเหล็ก หรือ Ladle Furnace (LF) แต่อย่างใด ซึ่งเป็นโดยมีคำถามสำคัญว่าหากในรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และกระบวนการที่ขออนุญาตไว้ ระบุให้มี Ladle Furnace ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญ (Critical Process) แต่โรงงานดังกล่าวซึ่งไม่มี Ladle Furnace ทำไมจึงยังได้รับอนุญาตให้ดำเนินการได้ ทำไมกระทรวงอุตสาหกรรมยอมรับคำอ้างของโรงงานโดยง่ายว่ามีกระบวนการอื่นมาทดแทนก็เพียงพอเหมาะสมแล้ว


กลับมาที่คุณนาวา จันทนสุรคน แกนนำกลุ่ม 10 สมาคมเหล็ก และประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งได้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ด้วย กล่าวยืนยัน ประเทศไทยต้องไม่ถอยหลังด้วยการลดหย่อนมาตรฐานสินค้า หรือพยายามทำให้ข้อกังวลด้านความปลอดภัยกลายเป็นเรื่องเล็ก เพราะเมื่อชีวิตประชาชนเป็นเดิมพัน สิ่งที่สังคมต้องการ คือความจริง เตา IF เป็นเทคโนโลยีที่เก่าซึ่งรัฐบาลจีนได้กวาดล้างและยกเลิกมาตั้งแต่ปี 2560 เนื่องจากกระบวนการผลิตดังกล่าวไม่สามารถกำจัดสารปนเปื้อน เช่น ฟอสฟอรัสและกำมะถัน ออกจากน้ำเหล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์เหล็กมีโอกาสเบี่ยงเบนไม่ได้มาตรฐานซึ่งก็สอดคล้องกับข้อมูลจริงในประเทศไทย ซึ่งสมอ.ได้นำมาเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯด้วย

กลุ่ม 10 สมาคมเหล็ก จึงเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีอย่างเป็นระบบ เพื่อปกป้องผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัยจากโครงสร้างอาคารและยกระดับอุตสาหกรรมเหล็กไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากลอย่างแท้จริง ล้างภาพลักษณ์ “ขยะอุตสาหกรรม” ดังนี้ 1. บังคับโรงงาน IF ต้องติดตั้งเตาปรุงน้ำเหล็ก (LF) เพิ่มเติม 2. เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบย้อนกลับการผลิตและการสุ่มตรวจสินค้าเหล็กในท้องตลาด พร้อมเปิดเผยผลการตรวจสอบต่อสาธารณะ 3. กำหนดแผนพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็กไทยไปสู่ระบบเตา Electric Arc Furnace (EAF) ภายในระยะเวลาเปลี่ยนผ่านไม่เกิน 3 ปี 4. ระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่าน ต้องมีการดำเนินการตามมาตรการ “แก้ไข กำกับ และกวาดล้าง” โดยสมอ.และกรมโรงงานอุตสาหกรรมอย่างเข้มงวด 5. ให้ความรู้แก่ผู้บริโภคในการเลือกใช้เหล็กให้เหมาะสมกับลักษณะงานก่อสร้าง 6. รับข้อเสนอจากสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย (TSEA) ซึ่งได้มีแถลงการณ์ชัดเจนว่า เตา IF มีข้อจำกัดในการควบคุมคุณภาพ การปรับแต่งคุณภาพน้ำเหล็ก โครงสร้างเหล็ก IF จึงอ่อนแอ และมีความเสี่ยงสูงต่อความปลอดภัยในงานก่อสร้าง จึงจำเป็นต้องกำหนดมาตรฐานงานก่อสร้าง ห้ามใช้วัสดุเหล็กจากเตา IF ในการก่อสร้างอาคารสูงเกิน 2 ชั้น ตลอดจนโครงสร้างสาธารณูปโภค 7. ปรับปรุงมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ที่เกี่ยวข้อง โดยสังคมต้องเฝ้าระวังติดตามการแก้ไข มอก. ไม่ให้มีการฉวยโอกาสออกมาตรฐานเพื่อ “ฟอกเทาเป็นขาว” เอื้อประโยชน์แก่โรงงาน IF

ไอ้เรื่องการแก้ไข มอก.นี่แหละ...เริ่มส่งกลิ่นตุๆ...เดี๋ยวจะมาแฉให้ฟังกันว่า สมอ.ออกอาการพิรุธอย่างไร...อดใจรอแป๊บครับ…nn

พงษ์พันธุ์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top