นายพายุพัด มหาผล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายธุรกิจวาณิชธนกิจ บล.ธนชาต ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน(FA) และ นายแพทย์วชิระ วุฒิกุลประพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงพยาบาลราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ RJH เปิดเผยในงานพิธีลงนามแต่งตั้งผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย (อันเดอร์ไรท์) โดยกำหนดราคาIPO ที่ 16 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ได้จากการสำรวจความต้องการซื้อของนักลงทุนสถาบัน (Book Building) เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ในช่วงราคา 14-16 บาท ราคาดังกล่าวมีค่า P/E ที่ 29 เท่า สะท้อนกำไรของบริษัทฯที่คาดว่าจะทำได้ในปี’60 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำกว่าอุตสาหกรรมที่มี P/E เฉลี่ย 35-40 เท่า ในปัจจุบันมีนักลงทุนสถาบันสนใจมียอดจองซื้อล้นถึง 12 เท่า เนื่องจากประเมินว่าบริษัทมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และมีแนวโน้มการขยายกิจและการให้บริการด้านการแพทย์อย่างครบวงจรรวมถึงโรงพยาบาลในปัจจุบันมีทำเลพื้นที่ใกล้แหล่งชุมชนและใกล้นิคมอุตสาหกรรม ส่วนราคาเหมาะสมที่นักวิเคราะห์การประเมินอยู่ที่ 20-22 บาท
ทั้งนี้ RJH เตรียมขาย IPO ราว 75 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นประมาณ 25% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดหลังการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ โดยจัดสรรให้กับนักลงทุนสถาบันในประเทศ 45% และในส่วนที่เหลือจะจัดสรรให้นักลงทุนรายย่อยและผู้มีอุปการคุณของบริษัท โดยจะทำการเปิดจองซื้อตั้งแต่วันที่ 24-26 สิงหาคม ผ่านโบรกเกอร์ 4 แห่งได้แก่ บล.ธนชาต,บล. เคที ซีมิโก้, บล. บัวหลวงและ บล.เอเซีย พลัส คาดว่าจะเข้าซื้อขาย SET วันแรกในวันที่ 1 กันยายนนี้
ส่วนเงินที่ได้จากการระดมทุนประมาณ 1,000 ล้านบาทมีวัตถุประสงค์จะนำไปใช้ขยายกิจการของบริษัท แบ่งเป็นการเปิดศูนย์วินิจฉัยโรคด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)มูลค่า 10-20 ล้านบาท และ รพ.ราชธานีโรจนะ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยมีแผนจะเพิ่มทุนบริษัท มูลค่า 100 ล้านบาท ซึ่ง RJH ถือหุ้นในสัดส่วน 52% ดังนั้นจะใช้เงินในการเพิ่มทุนมูลค่า 52 ล้านบาท ตามสัดส่วน รวมถึงบริษัทจะมีการสร้างอาคารผู้ป่วยใหม่ 9 ชั้น จำนวน 120 เตียง ใช้เงินจำนวน 600-700 ล้านบาท ซึ่งจะเน้นให้บริการกลุ่มลูกค้าทั่วไปเป็นหลัก ทั้งนี้จะเปิดให้บริการในปี’62 และจะทำให้มีจำนวนเตียงเพิ่มขึ้นรวมเป็น 473 เตียง
ทางด้านผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา RJH มีรายได้ 580 ล้านบาท จากสิ้นปี’58 อยู่ที่ 1,035 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิครึ่งปีแรกอยู่ที่ 70 ล้านบาท มากกว่าทั้งปี’58 ซึ่งอยู่ที่ 63.77 ล้านบาท เนื่องจากการให้บริการลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น โดยช่วงไตรมาส 3 จะเป็นช่วงที่ผลประกอบการดีที่สุดของปี ทำให้ประเมินว่ารายได้ในช่วงครึ่งปีหลังจะดีกว่าช่วงครึ่งปีแรก
บริษัทได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตในช่วง 5 ปีต่อจากนี้ จะมีรายได้โตเฉลี่ยปีละ 10-15% และมีแผนขยายกิจการในลักษณะการเข้าซื้อกิจการโรงพยาบาล โดยจะเน้นในพื้นที่ภาคกลางเป็นหลัก เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการเป็นโรงพยาบาลชั้นในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและภาคกลาง มีความสนใจจะเข้าถือครองหุ้นเพิ่มเติมในรพ.ราชธานีโรจนะ ซึ่งปัจจุบันเป็นบริษัทย่อยที่มีสัดส่วนถือครอง 52% แต่ต้องรอประเมินความต้องการขายของกลุ่มผู้ถือหุ้นอื่นด้วย
ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าของโรงพยาบาล แบ่งออกเป็นกลุ่มลูกค้าทั่วไป 49.7% และกลุ่มลูกค้าตามโครงการสวัสดิการด้านสุขภาพภาครัฐประมาณ 50.3% ซึ่งในปี’62 จะพยายามเพิ่มสัดส่วนกลุ่มลูกค้าทั่วไปให้อยู่ที่ 60% และกลุ่มอยู่ที่ 40% เพื่อบริหารต้นทุนการให้บริการให้เหมาะสมและสอดคล้องต่อรายได้เหมาจ่ายที่ได้รับจากโครงการประกันสังคม โดยจะวิธีการเพิ่มจำนวนแพทย์และพยายาม รวมถึงขยายขอบเขตการรักษาโรคเฉพาะทางที่มีความซับซ้อนสูง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี