นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารทะเลแช่เยือกแข็งไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์การส่งออกอาหารทะเลแช่เยือกแข็งปี 2559 นี้ ยังขยายตัวได้ดี ท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ซบเซา โดยเฉพาะการส่งออกกุ้งสดแช่แข็งและแปรรูป ซึ่งปี 2559 นี้คาดว่าการส่งออกจะมีอัตราการเติบโตประมาณ 15% จากปี 2558 จากมูลค่าการส่งออก 58,000 ล้านบาท
ทั้งนี้เนื่องจากไทยสามารถแก้ไขปัญหาโรคตายด่วน (EMS) ที่ระบาดในกุ้งช่วง 3 ปีที่ผ่านมาได้ ซึ่งผู้เลี้ยงกุ้งสามารถจัดการปัญหาโดยการคัดกรองลูกกุ้งที่นำมาเพาะเลี้ยง และเลี้ยงกุ้งแบบกึ่งอนุรักษ์ตามธรรมชาติ ไม่เลี้ยงแบบแออัด ทำให้คาดว่าในปี 2559 นี้ผลผลิตกุ้งจะเพิ่มมาที่ประมาณ 280,000-300,000 ตัน จากปี 2558 ที่ผ่านมา ไทยสามารถผลิตกุ้งได้ เพียง 230,000 ตัน และยังมีปัจจัยจากคู่แข่งในตลาดโลก คือ อินเดีย เวียดนาม จีน และอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลกผลผลิตลดลง เพราะประสบปัญหาโรคระบาดในกุ้ง และได้รับผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนน้ำจากภาวะภัยแล้ง
สำหรับตลาดส่งออกหลักในปี 2559 นี้คือ สหรัฐฯ ที่มีสัดส่วนการส่งออกกว่า 50% รองลงมา คือ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และประเทศอื่นๆ ทั้งนี้ในช่วง 6 เดือนแรกปี 2559 ไทยสามารถส่งออกกุ้งแช่แข็งและแปรรูปได้แล้ว 82,442 ตัน เพิ่มขึ้น 32.69% คิดเป็นมูลค่า 27,088 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.82% หรือ 767 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 17.84% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2558 และในช่วง 6 เดือนแรกปี 2559 ตลาดที่นำเข้ากุ้งเพิ่ม คือ เวียดนาม เพิ่มขึ้น 375% รองลงมาคือ ตลาดสหรัฐฯ 21.46% และมาเลเซีย 272%
ทั้งนี้มองว่าการส่งออกอาหารทะเลแช่แข็งในช่วงที่เหลือของปี 2559 จะเพิ่มขึ้นได้มากน้อยเพียงใด จะขึ้นอยู่กับตัวแปรการส่งออกผลิตภัณฑ์ปลาและปลาหมึก เป็นหลัก โดยครึ่งปีแรก 2559 ไทยส่งออกลดลง จากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ หากช่วงที่เหลือไทยสามารถนำเข้าวัตถุดิบมาทดแทนได้เพิ่มขึ้น ก็จะสามารถเพิ่มยอดส่งออกได้
โดยในช่วง 6 เดือนแรกปี 2559 ไทยส่งออกปลาหมึกสดและแปรรูปไปแล้วปริมาณ 22,041 ตัน ลดลง 15% คิดเป็นมูลค่า 4,724 ล้านบาท ลดลง 1.34% หรือ 134 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 8.9% ปลาและผลิตภัณฑ์จากปลา ส่งออกได้ 135,245 ตัน ลดลง 15% คิดเป็นมูลค่า 12,630 ล้านบาท ลดลง 2% หรือ 357 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 10% ส่วนทูน่ากระป๋องยังขยายตัวได้ดีที่ประมาณ 10-15% ในภาพรวมส่งออกอาหารทะเลแช่แข็งปี 2559 นี้หากสถานการณ์แย่ที่สุดมูลค่าการส่งออกคงจะได้พอๆ กับปี 2558
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่เหลือของปี 2559 ปัจจัยที่กังวลมากที่สุด คือ เรื่องของค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ซึ่งขณะนี้ค่าเงินมาอยู่ที่ระดับ 34.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ ถือว่าแข็งเกินไปสำหรับการส่งออกสินค้าเกษตร โดยค่าเงินบาทที่เหมาะสมต่อการส่งออกน่าจะอยู่ที่ระดับ 36 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ หรือแข็งค่าขึ้นมา 5%
สำหรับในปี 2558 การส่งออกอาหารทะเลแช่แข็งกระป๋องและแปรรูป มีมูลค่า 5,487 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยทูน่ากระป๋อง มีมูลค่า 1,969 ล้านเหรียญสหรัฐฯ กุ้งสดแช่แข็งและแปรรูปมีมูลค่า 1,452 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่ช่วง 7 เดือนแรกปี 2559 ไทยส่งออกอาหารทะเลแช่แข็ง กระป๋องและแปรรูป มูลค่า 3,066 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 0.8% จากช่วงเดียวกันของปี 2558 โดยทูน่ากระป๋อง มีมูลค่า 1,099 ล้านเหรียญสหรัฐฯลดลง 5.4% กุ้งสดแช่แข็งและกุ้งแปรรูป มีมูลค่า 892ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัว 19.7%
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี