น.ส.โศภชา ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL เปิดเผยว่า ในปี 2559 นี้ บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้เติบโต 30% จากปี 2558 ที่มีรายได้รวม 4,870 ล้านบาท และรักษากำไรสุทธิให้ใกล้เคียงกับปี 2558 ที่ 685 ล้านบาท โดยบริษัทไม่ปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้จากที่เคยแจ้งไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากธุรกิจรับจ้างก่อสร้างโรงไฟฟ้าของบริษัทไม่เป็นไปตามที่วางไว้ จากเดิมคาดว่าจะได้รับงานก่อสร้างโรงไฟฟ้า 50 เมกะวัตต์ แต่ขณะนี้คาดว่าจะทำได้เพียง 30 เมกะวัตต์ ขณะเดียวกันการยื่นขอสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ของโครงการพลังงานภาครัฐในประเทศมีความล่าช้าไปพอสมควร
ส่วนในปี 2560 บริษัทยังมั่นใจว่าจะมีกำลังการผลิตได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 500 เมกะวัตต์ เนื่องจากปัจจุบันมีกำลังการผลิตในมือแล้ว 403 เมกะวัตต์ โดยบริษัทมีแผนจะเพิ่มสัดส่วนธุรกิจพลังงานในต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 50% ของธุรกิจพลังงานทั้งหมด จากปัจจุบันกำลังการผลิตในต่างประเทศอยู่ที่ 150 เมกะวัตต์ และในประเทศอยู่ที่ 270 เมกะวัตต์ เนื่องจากการเติบโตของธุรกิจโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่น มีโอกาสทางธุรกิจสูงมาก ขณะที่ในประเทศนั้นรัฐบาลเริ่มมีข้อจำกัดด้านการยื่นขอ PPA รวมถึงโครงการโซลาร์ที่เคยประกาศออกมาก็มีการเลื่อนออกไป
อย่างไรก็ตามขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาเข้าซื้อกิจการโซลาร์ฟาร์มในญี่ปุ่น 2-3 โครงการ กำลังการผลิตโครงการละ 40-70 เมกะวัตต์ หลังจากที่ผ่านมาบริษัทได้ซื้อกิจการโซลาร์ฟาร์มมาแล้ว 1 โครงการ กำลังการผลิต 72 เมกะวัตต์ ซึ่งโครงการที่อยู่ระหว่างเจรจา คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปี 2559 นี้ โดยต้นทุนค่าก่อสร้างอยู่ที่ 100 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์ ทั้งนี้โครงการที่อยู่ระหว่างการเจรจามีลักษณะเป็นโรงไฟฟ้าใหม่ ยังไม่เริ่มก่อสร้าง แต่มี PPA แล้ว และบริษัทเตรียมยื่นประมูลขอ PPA โซลาร์ฟาร์ม ในมาเลเซีย กำลังการผลิต 20 เมกะวัตต์ จากทั้งโครงการ 150 เมกะวัตต์ คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปลายปี 2559 และอยู่ระหว่างศึกษาโซลาร์ฟาร์มในฟิลิปปินส์ รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเมียนมาด้วย
น.ส.โศภชา กล่าวว่า ในปี 2561 บริษัทคาดว่ารายได้จากธุรกิจพลังงานจะอยู่ในระดับเกิน 80% ของรายได้รวม จากปัจจุบันอยู่ที่ 40% เนื่องจากการขยายโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง และอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจพลังงานทดแทนอยู่ที่ 60% ซึ่งถือเป็นอัตราที่ดีมาก โดยตามเป้าหมายการขยายกำลังการผลิต บริษัทประเมินว่าในปี 2561 จะมีกำไรจากธุรกิจพลังงานรับรู้เข้ามากกว่า 2,000 ล้านบาท เนื่องจากโครงการพลังงานลมและโซลาร์ฟาร์มส่วนใหญ่จะเริ่มซื้อขายไฟฟ้า (COD) ในช่วงนั้น ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทมีโครงการพลังงานลม 170 เมกะวัตต์ และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ 250 เมกะวัตต์ และสิ้นปี 2559 นี้คาดว่าจะมีโครงการพลังงานเริ่ม COD ทั้งหมด 161 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันอยู่ที่ 111 เมกะวัตต์
สำหรับธุรกิจผลิต จัดหา และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประหยัดไฟฟ้า ในปี 2559 ถือว่ามีการเติบโตที่ดีมาก โดยตั้งเป้ารายได้ 300-400 ล้านบาท ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกทำไปได้แล้ว 50% และบริษัทมีแผนรับงานโครงการอีก 2 แห่ง ในช่วงปลายปี 2559
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี