546.jpg
สั่งล้าง‘มาเฟีย’สนามบิน นายกฯดันภูเก็ตขึ้นเป็นเมืองไฮเทค

สั่งล้าง‘มาเฟีย’สนามบิน นายกฯดันภูเก็ตขึ้นเป็นเมืองไฮเทค

วันเสาร์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นายกฯบินลงใต้ ประกาศดันภูเก็ตเป็น“ฮับสมาร์ทซิตี้-สตาร์ทอัพ” ตามนโยบายขับเคลื่อนประชารัฐสู่ “ไทยแลนด์ 4.0” พร้อมเดินหน้าล้างอิทธิพล

เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2559พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานในพิธีเปิดงาน Startup Thailand & Digital Thailand ภูมิภาค 2016 ณ ดวงจิตต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.ภูเก็ต เพื่อแสดงจุดยืนและความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยต่อการเข้าสู่การเป็นประเทศชั้นนำในระดับนานาชาติ โดยการพัฒนาธุรกิจเริ่มต้น หรือสตาร์ทอัพ และการเข้าสู่สังคมและเศรษฐกิจดิจิทัล


ด้านนางทรงพร โกมลสุรเดช ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) ในฐานะเจ้าภาพหลักงานDigital Thailand 2016 กล่าวว่า รัฐบาลได้เล็งเห็นศักยภาพของจังหวัดภูเก็ตในการพัฒนาเป็น Smart City จึงคัดเลือกจังหวัดภูเก็ตให้เป็นหนึ่งในสองจังหวัดที่เป็นซุปเปอร์คลัสเตอร์ด้านดิจิทัล คู่กับจังหวัดเชียงใหม่ โดยสนับสนุนการพัฒนาและวางโครงสร้างพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น การจัดทำโครงข่ายอินเตอร์เนตไร้สายความเร็วสูง ขยายจุดให้บริการฟรี Wi-fi 1,000 จุด การแก้ไขปัญหาจราจรโดยระบบเซนเซอร์อัจฉริยะ การจัดทำศูนย์ภูเก็ต สมาร์ท ซิตี้ อินโนเวชั่น (Phuket Smart City Innovation Park) เพื่อสนับสนุนกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล (Super Cluster Digital)

นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนการจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อน ภูเก็ตไปสู่ “Phuket SmartCity 2020” ซึ่งการจัดงาน Startup Thailand & Digital Thailand 2016 ในครั้งนี้ นับว่าเป็นการเปิดตัวของ Phuket Smart City อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะเป็นต้นแบบของการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจดิจิทัลที่ขยายผลสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศต่อไป

ในวันเดียวกัน นายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิธีเปิดอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต และเยี่ยมชมภายในอาคารผู้โดยสารฯด้วย โดยมี พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมงาน ซึ่งได้ดำเนินการพัฒนาก่อสร้างและปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกให้มีความปลอดภัยตามแผนพัฒนาท่าอากาศยาน เพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณผู้โดยสารที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตที่จะส่งผลให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค รวมทั้งช่วยผลักดันและขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ขยายต่ออย่างต่อเนื่อง

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า มาวันนี้เพื่อให้กำลังใจและขอชื่นชมการดำเนินการของท่าอากาศยานนานาชาติ จังหวัดภูเก็ตซึ่งจะสามารถขยายการรองรับผู้โดยสารได้ถึงปีละ 12.5 ล้านคน อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญจะต้องมุ่งเน้นการท่องเที่ยวด้วย จึงต้องมองด้วยว่า ระบบสาธารณูปโภคพอเพียงหรือไม่ ที่จะรองรับนักท่องเที่ยว และประชาชนในพื้นที่ด้วย ขณะเดียวกัน เรื่องการรักษาความปลอดภัยถือเป็นสิ่งสำคัญ ที่สุด ที่จะต้องมีแนวทางป้องกันและดูแล

“เรื่องของมาเฟียจะต้องไม่มีเกิดขึ้นรัฐบาลจะปราบปรามผู้มีอิทธิพล หรือมาเฟียต่างๆ จะต้องไม่เกิดขึ้น จะค่อยๆ ทยอยแก้ไขปัญหา เรื่องของผู้มีอิทธิพลในทุกสนามบินโดยเฉพาะเรื่องของแท็กซี่ ไม่ว่าจะสีอะไรต้องไม่เกิดทั้งนั้น ทั้งนี้ ทุกคนต้องคิดอยู่เสมอว่า ประชาชนจะได้อะไร และที่ผมต้องพูดทุกวันนี้ ไม่ใช่ต้องการอะไร หรือต้องการสร้างอะไรไว้เป็นเกียรติกับตัวเอง แต่เพื่อต้องการสร้างความเข้าใจให้ทุกคน แต่ทั้งหมดจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมที่ถูกต้อง แม้จะพูดง่ายแต่ยอมรับว่าทำยาก คนไทยจะต้องปฏิรูปที่ใจตัวเองก่อนจะมาปฏิรูปประเทศและต้องขอโทษทุกครั้งที่ต้องพูดออกนอกเรื่องเพราะถ้าไม่พูดก็ไม่เข้าใจ” นายกรัฐมนตรี กล่าว

จากนั้น นายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศของท่าอากาศยาน โดยได้ทักทายนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติภายในท่าอากาศยานอย่างเป็นกันเอง พร้อมเชิญชวนให้กลับมาเที่ยวประเทศไทยอีกที่มีโอกาส

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top