27 ต.ค.59 นายศรศักดิ์ แสนสมบัติ อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยถึงการเตรียมมาตรการรองรับการเดินทางของประชาชนในการเดินทางเข้ามาถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในช่วงวันที่ 28 ต.ค.นี้เป็นต้นไป ว่า ขณะนี้ทางกรมเจ้าท่าจะมีการจัดเจ้าหน้าที่ประมาณ 140 คน และมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครประมาณ 20 คน เข้ามาให้ข้อมูลและดูแลท่าเรือโดยสารและท่าเรือข้ามฟากในแม่น้ำเจ้าพระยาที่สำคัญ คลองแสนแสบ รวมถึงคลองผดุงกรุงเกษม ในการอำนวยความสะดวก โดยมาตรการดังกล่าวจะเริ่มใช้ตั้งแต่ 28 ต.ค.นี้ เพื่อทดสอบก่อนเริ่มใช้งานจริงในวันที่ 29 ต.ค.เป็นต้นไป ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้มากกว่า 100,000 คนต่อวัน แต่จะมีการนำแผนกลับมาประเมินอีกครั้งในสัปดาห์หน้า เพื่อทำการแก้ไขหากเรือโดยสารที่เตรียมไว้ไม่เพียงพอ และมาตรการเหล่านี้จะนำไปใช้วันที่ 14 พ.ย.นี้ เนื่องจากเป็นวันลอยกระทง
ทั้งนี้ ยังได้มีการจัดเรือยนต์ จำนวน 8 ลำ ในการลงตรวจการณ์แม่น้ำเจ้าพระยาทั้งทิศเหนือและทิศใต้ รวมถึงจัดเรือเจ็ทสกีตรวจตราคลองแสนแสบ และคลองผดุงกรุงเกษม พื้นที่ละ 1 ลำ ขณะที่การให้บริการเรือด่วนเจ้าพระยาฟรี จะมีการให้บริการรับ - ส่งจากท่าเรือสาทร - ท่าเรือท่าช้าง ตั้งแต่เวลา 10.00 - 16.00 น.รองรับผู้โดยสารได้เที่ยวละ 120 คน มีเรือออกทุก 1 ชั่วโมง ส่วนเรือข้ามฟากฟรี จะมีให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 - 20.00 น.โดยในส่วนการให้บริการระหว่างท่าเรือท่าพระจันทร์ใต้ - ท่าเรือวัดระฆัง , ท่าเรือท่าพระจันทร์ใต้ - ท่าเรือพรานนก และท่าเรือปิ่นเกล้าฝั่งพระนคร - ท่าเรือปิ่นเกล้าฝั่งธนบุรี โดยจะมีเรือโดยสารขนาดใหญ่ เช่น เรือภัตตาคาร ที่รองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 200 - 400 คน จะมาช่วยให้บริการฟรีตั้งเวลา 10.00 - 15.00 น.ผ่านท่าเรือสาทร - ท่าเรือปิ่นเกล้า และท่าเรือเขียวไก่กา - ท่าเรือปิ่นเกล้า
สำหรับเรือโดยสารทั่วไปที่มีการเก็บค่าโดยสาร ได้ขอความร่วมมือให้เพิ่มความถี่การเดินเรือให้มากขึ้น จาก 20 นาทีต่อเที่ยว เป็น 15 นาทีต่อเที่ยว และยังมีเรือให้บริการฟรีของกองทัพเรือ อีก 2 ลำ ให้บริการระหว่างท่าเรือสาทร - ท่าเรือท่าช้าง ในเวลา 07.00 - 08.00 น.และเวลา 17.00 - 18.00 น.ส่วนพื้นที่ท่าเรือนนทบุรีที่มีประชาชนใช้บริการมาก ทางกรมเจ้าท่าได้ประสานขอความร่วมมือเรือภัตตาคารไว้ให้บริการฉุกเฉินด้วย
ด้าน นายนพรัตน์ การุณยะวนิช รองกรรมการผู้จัดการบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า ทาง บขส.ยังคงมาตรการเพิ่มเที่ยวรถโดยสารอีก 25% เนื่องจากยังสามารถรองรับผู้โดยสารผ่านสถานีขนส่งทั้ง 3 แห่ง ทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับได้วันละประมาณ 300,000 คน รวมถึงประชาชนส่วนใหญ่จะใช้รถโดยสารไม่ประจำทางเดินทางเข้ามากรุงเทพฯ ซึ่ง บขส.ก็มีจุดจอดรถในหลายพื้นที่ และหากไม่เพียงพอก็สามารถใช้พื้นที่ของกรมการขนส่งทางบกได้
นอกจากนี้ ในส่วนขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้จัดรถโดยสารธรรมดาให้บริการประชาชนฟรี จำนวน 390 คัน ใน 25 เส้นทาง และรถ Shuttle Bus จำนวน 200 คัน ใน 15 เส้นทาง ตามจุดสำคัญในกรุงเทพมหานครเข้าสู่สนามหลวง ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมีการปิดเส้นทางรอบสนามหลวง แต่รถโดยสาร ขสมก.ยังสามารถเข้าไปจอดรับส่งผู้โดยสารได้ใน 4 จุด ได้แก่ บริเวณหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ , หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน , ใต้สะพานพระปิ่นเกล้า และหน้ากองสลากเดิมฯ
อย่างไรก็ตาม ด้านการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) คาดว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางเข้ามายังสนามหลวงโดยเฉพาะวันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์ เฉลี่ยวันละ 100,000 คน จึงได้มีการจัดเพิ่มตู้โดยสารเต็มจำนวนในขบวนรถไฟฟรี ในเส้นทาง กรุงเทพฯ - สุรินทร์ , กรุงเทพฯ - ขอนแก่น และกรุงเทพฯ - พิษณุโลก รวมถึงจัดรถขบวนพิเศษเพิ่มเติม ในเส้นทางกรุงเทพฯ - ฉะเชิงเทรา , กรุงเทพฯ - นครปฐม และกรุงเทพฯ - ธนบุรี รวมวันละ 6 เที่ยว โดยมาตรการดังกล่าวจะใช้รองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 120,000 คนต่อวัน และต่อเนื่องไปเป็นระยะเวลา 6 เดือน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี