546.jpg
อุตฯปั้นSMEsนักรบรุ่นใหม่เพิ่มปี'60 ดึงกูรูรอบด้านเปิดบ้านจัดสัมมนา

อุตฯปั้นSMEsนักรบรุ่นใหม่เพิ่มปี'60 ดึงกูรูรอบด้านเปิดบ้านจัดสัมมนา

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 14.59 น.

24 พ.ย.59 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานหลักสูตรโครงการ SMEs Spring Up โดยความร่วมมือระหว่างรัฐ และเอกชนเพื่อพัฒนาธุรกิจ SMEs ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมที่จะจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนารุ่นที่ 4-5 ในปี 2560 ต่อเนื่องจากปัจจุบันมีการอบรมหลักสูตรแล้ว 3 รุ่น โดยมีการปิดหลักสูตรรุ่นที่ 1-2 ไปแล้ว และวันที่ 26 พ.ย.จะปิดหลักสูตรรุ่น 3 รวม 3 รุ่นคาดพัฒนา SMEs ที่มีศักยภาพ ประมาณ 345 รายซึ่งผู้ประกอบการกลุ่มนี้ถือเป็นSMEs นักรบรุ่นใหม่(New Warriors) ของประเทศที่จะมีส่วนสำคัญในการร่วมมือกับรัฐเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจประเทศไทยในอนาคต

"หลักสูตรดังกล่าวจะเป็นการนำอดีตผู้บริหารชั้นนำของประเทศที่เชี่ยวชาญในแต่ละด้านมาอบรมให้ความรู้ กับSMEs เช่น     นายกานต์ ตระกูลฮุน บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ อดีตผู้บริหารปตท. นายสนั่น อังอุบลกุล บมจ.ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ นายจรัมพร โชติกเสถียร บมจ.การบินไทย เป็นต้น และเราเลือกการพัฒนาSMEs กลุ่มที่มีผลต่อการผลักดันจีดีพี ไม่ใช่SMEsทั่วๆไปที่จะผ่านเกณฑ์โดยเราจะคัดเลือกจากยอดขาย เงินลงทุนและการจ้างงาน" นายสนธิรัตน์ กล่าว


ทั้งนี้ SMEs ที่ผ่านหลักสูตร SMEs Spring Up ทั้ง 3 รุ่นพบว่า มีเงินลงทุนรวมกันถึง 12,423 ล้านบาท มียอดขายรวมกันถึง 52,699 ล้านบาทและมีการจ้างงานถึง 30,102 คน ซึ่งจะพบว่าผู้ประกอบการกลุ่มนี้เป็นนักรบสายพันธุ์ใหม่อย่างแท้จริง และจะก่อให้เกิดการสร้างเครือข่าย(Net Work )กับผู้ประกอบการด้วยกันแล้วยังเกิดกับผู้สอน และนำมาซึ่งการจับคู่ธุรกิจไปแล้วบางส่วน แต่มิติสำคัญคือคนกลุ่มนี้จะมาร่วมมือกับรัฐในการพัฒนาด้านต่างๆ ต่อไป โดยเฉพาะเร็วๆ นี้ ตนจะเชิญสถาบันอาหาร กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอาหาร สำนักงานวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม(สสว.) สถาบันวิทยาศาสตร์ฮาลาล  ฯลฯมาหารือแนวทางพัฒนาตลาดอาหารฮาลาลซึ่งจะดึง SMEs กลุ่มที่ผ่านการอบรมหลักสูตรที่เกี่ยวกับอาหารมาร่วมหารือและพัฒนา

"ตลาดอาหารฮาลาลใหญ่มากและยังโตได้มหาศาลแต่ประเทศโลกมุสลิมยังไม่มั่นใจอาหารของไทยนัก ขณะที่รัฐเองพยายามจะส่งเสริมอาหารฮาลาลว่าเราจะทำอย่างไร จะมีเป้าหมายการเติบโตเท่าใด เพราะขณะนี้เราไม่ได้ทำอะไรก็มีมูลค่าส่งออกปีละกว่าแสนล้านบาท เราเองก็จะต้องหาศัยSMEs จากที่ผ่านมาหลักสูตรSMEs Spring Upมาร่วมแชร์ไอเดีย และจากนี้ไป ก็จะมองไปยังอุตสาหกรรมต่างๆ ที่เราจะพัฒนาเพราะเขาคือตัวจริงของSMEs ที่ไม่ใช่อบรมแล้วก็จบไปเมื่อก่อนเรามักหารือกับราชการเป็นหลักเท่านั้น"นายสนธิรัตน์กล่าว

นอกจากนี้ ตนยังได้รับนโยบายจาก นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินกลยุทธ์การพัฒนา SMEs เป็นรายกลุ่มอุตสาหกรรม(คลัสเตอร์) ดังนั้น การพัฒนาก็จะสอดรับในส่วนนี้ในการดึง SMEs ที่เป็นนักรบรุ่นใหม่มาร่วมกันพัฒนาเป็นรายคลัสเตอร์ทั้งอาหาร โดยมุ่งพัฒนาฮาลาลควบคู่ อุตสาหกรรมยานยนต์ที่อานาคตจะมุ่งไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า(EV) SMEs ในส่วนนี้จะพัฒนาอย่างไรในการปรับตัว  ฯลฯ

นายพสุ โลหารชุน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.)กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ช่วงไตรมาสแรก(ตุลาคม-ธันวาคม 2559) ของปีงบประมาณ 2560 นี้ กสอ.อยู่ระหว่างจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง"พลิกธุรกิจสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 และเอสเอ็มอี 4.0" รูปแบบคล้ายการเปิดบ้าน เน้นจัดสัมมนาในจังหวัดหลักที่มีผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) กระจุกตัวอยู่มากทั้งในจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียง มีศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมรายภาคดำเนินเป็นหลัก กำหนดเป้าหมายจัดสัมมนาทั้งสิ้น 12 ครั้ง เป็นต่างจังหวัด 11 ครั้ง และกรุงเทพฯ 1 ครั้ง โดยพื้นที่ต่างจังหวัดดำเนินการจัดสัมมนาแล้วรวม 7 ครั้ง 6 จังหวัด ประกอบด้วย จ.อุดรธานี จ.นครปฐม จ.เชียงใหม่ จ.ขอนแก่น จ.นครราชสีมา และจ.สุราษฎร์ธานี เหลือจัดสัมมนาอีก 4 ครั้ง ประกอบด้วย วันที่ 30 พฤศจิกายน จ.สงขลา วันที่ 19 ธันวาคม จ.อุบลราชธานี วันที่ 21 ธันวาคม จ.พิษณุโลก และวันที่ 22 ธันวาคม จ.นครนครสวรรค์ และจะจัดสัมมานใหญ่ส่งท้ายที่กรุงเทพฯ ช่วงเดือนมกราคม 2560 คาดว่ามีเอสเอ็มอีเข้าร่วมงานตลอดการจัดสัมมนาทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 10,000 คน ส่วนใหญ่มีความสนใจในมาตรการสร้างผู้ประกอบการใหม่ มาตรการสร้างความเข้มแข็ง มาตรการการเงิน การตลาด เทคโนโลยี นวัตกรรม

"เป้าหมายในการจัดสัมมนาครั้งนี้เพื่อให้เอสเอ็มอีทั่วประเทศรับทราบมาตรการต่างๆที่หน่วยงานรัฐดำเนินการอยู่ ทั้งมาตการสินเชื่อ มาตรการสนับสุนนธุรกิจให้เติบโต มาตรการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูธุรกิจจากการตั้งศูนย์ช่วยเหลือ หรือเอสเอ็มอี เรสคิว เซ็นเตอร์ และมีเป้าหมายให้เอสเอ็มอีมีสัดส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ หรือจีดีพีเอสเอ็มอี เป็น 50%ในปี 2564 จากปัจจุบันอยู่ที่ 42% และพร้อมเข้าก้าวสู่เอสเอ็มอี 4.0" นายพสุ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top