วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นสมาพันธรัฐสวิส ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งได้รับมอบหมายจากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO General Assembly) ครั้งที่ 68 ณ สำนักงานใหญ่ WIPO นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส โดยมีหัวหน้าสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาและผู้แทนจากประเทศสมาชิก WIPO กว่า 194 ประเทศเข้าร่วม
ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การประชุมสมัชชาใหญ่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO General Assembly: WIPO GA) เป็นการประชุมประจำปีของประเทศสมาชิกองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 15 กรกฎาคม 2569 เพื่อกำหนดทิศทางและติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานภายใต้กรอบ WIPO รวมทั้งแลกเปลี่ยนพัฒนาการและประเด็นสำคัญด้านทรัพย์สินทางปัญญาในระดับระหว่างประเทศ โดยนายดาเรน ทัง ผู้อำนวยการใหญ่ WIPO ได้นำเสนอผลการดำเนินงานขององค์กรในภาพรวม ทิศทางเชิงยุทธศาสตร์และการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ บทบาทของทรัพย์สินทางปัญญาในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ความก้าวหน้าของบริการระหว่างประเทศของ WIPO การสนับสนุนประเทศสมาชิกในการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนทิศทางการดำเนินงานของ WIPO ในอนาคต
ในโอกาสนี้ กระทรวงพาณิชย์ในฐานะตัวแทนประเทศไทย ได้รับเกียรติให้ร่วมกล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุม WIPO GA โดย ดร.กิริฎา ได้กล่าวถึงความภาคภูมิใจในโอกาสแห่งประวัติศาสตร์ที่ WIPO ได้ทูลเกล้าฯ ถวายตำแหน่ง "ทูตด้านแฟชั่นและการออกแบบของ WIPO" (WIPO Ambassador for Fashion and Design) แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งทรงดำรงตำแหน่งดังกล่าวเป็นพระองค์แรกของโลก ด้วยพระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและยกระดับช่างฝีมือในท้องถิ่นของไทยให้สามารถพัฒนาหัตถศิลป์ดั้งเดิมให้สอดรับกับการออกแบบสมัยใหม่ โดยยังคงรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมไว้อย่างงดงาม โดยบทบาทในระดับโลกครั้งนี้ พระองค์จะทรงสามารถแบ่งปันประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่ประสบความสำเร็จแก่ประเทศสมาชิกอื่นๆ เพื่อยกระดับงานหัตถกรรมของชุมชนท้องถิ่นสู่เวทีโลก
ทั้งนี้ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ยังได้แสดงวิสัยทัศน์และทิศทางการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาของไทย โดยเน้นย้ำว่าทรัพย์สินทางปัญญาไม่ได้เป็นเพียงสิทธิตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโต พร้อมทั้งได้นำเสนอความมุ่งมั่นของไทยในการสร้างระบบนิเวศด้านทรัพย์สินทางปัญญาแห่งอนาคตเพื่อประโยชน์แก่ทุกภาคส่วน โดยดำเนินการตาม 3 แนวทางสำคัญ แนวทางแรก คือการผลักดันระบบ IP Finance ของประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME และสตาร์ทอัพสามารถใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกันในการเข้าถึงแหล่งทุน
แนวทางที่สอง คือการเร่งเตรียมความพร้อมของไทยในการเข้าเป็นภาคีความตกลงกรุงเฮกว่าด้วยการจดทะเบียนการออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมระหว่างประเทศ (Hague Agreement) และสนธิสัญญาว่าด้วยการแสดงและสิ่งบันทึกเสียง (WPPT) เพื่อยกระดับการคุ้มครองนักออกแบบ ศิลปิน นักแสดง และนักดนตรีไทยในระดับสากล และประการที่สามคือการใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เป็นเครื่องมือสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจชุมชน โดยทำงานร่วมกับผู้ประกอบการในพื้นที่เพื่อกำหนดกลยุทธ์ในการสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้า GI ผ่านการสร้างแบรนด์ การปรับรูปแบบการนำเสนอสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด การควบคุมคุณภาพมาตรฐานการผลิต และการเชื่อมโยงสินค้า GIสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งโดยเฉลี่ยสินค้า GI ไทยที่ขึ้นทะเบียนแล้วจะสามารถจำหน่ายได้ในราคาที่เพิ่มขึ้น 2-5 เท่า
ด้าน นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า การประชุม WIPO GA ในปีนี้ได้สะท้อนทิศทางร่วมของ WIPO และประเทศสมาชิกในหลายประเด็นสำคัญ อาทิ การค้าและการลงทุนในทรัพย์สินทางปัญญาซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Assets) มีความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มเติบโตเร็วกว่าสินทรัพย์ที่จับต้องได้ (Tangible Assets) ถึง 3 เท่า โดยเห็นพ้องว่าทรัพย์สินทางปัญญาไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านกฎหมายหรือเทคนิคเท่านั้น แต่เป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ผ่านการสร้างแบรนด์ การออกแบบ และนวัตกรรม ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีใหม่ โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการให้บริการด้านทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงการคุ้มครองสิทธิ นอกจากนี้ ทุกประเทศยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบนิเวศทรัพย์สินทางปัญญา (IP Ecosystem) เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับเศรษฐกิจแห่งอนาคต ซึ่งล้วนเป็นทิศทางที่ประเทศไทยกำลังผลักดันเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ การประชุม WIPO GA ยังถือเป็นโอกาสสำคัญในการติดตามความคืบหน้าของการดำเนินงานของคณะทำงานภายใต้กรอบ WIPO ทั้งในด้านลิขสิทธิ์และสิทธิข้างเคียง สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้าการออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ทรัพยากรพันธุกรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการแสดงออกทางวัฒนธรรมดั้งเดิม เป็นต้น ตลอดจนทิศทางการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นประเด็นที่ไทยให้ความสำคัญและจะนำผลการหารือมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนานโยบายและระบบบริการด้านทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และรองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมในอนาคต ซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ พร้อมเดินหน้าประสานความร่วมมือกับ WIPO และประเทศสมาชิกอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบนิเวศทรัพย์สินทางปัญญาที่สมดุล ครอบคลุม เอื้อต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการเติบโตทางเศรษฐกิจ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนทุกภาคส่วนร่วมกัน
-031
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี