วันที่ 8 มีนาคม นายชัยยุทธ คำคุณ โฆษกกรมศุลกากร เปิดเผยถึงกรณีการออกประกาศฉบับที่ 60/2561 ลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เรื่องพิธีทางศุลกากร โดยให้ผู้ต้องการเดินทางออกนอกประเทศต้องสำแดงของติดตัว อาทิ นาฬิกา กล้อง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค แก่เจ้าหน้าที่ก่อนออกเดินทางว่า เป็นแนวทางปฏิบัติเดิมของผู้โดยสารทั่วไปที่ใช้มานานแล้ว แต่การนำมาออกประกาศกรมศุลกากรใหม่อีกครั้ง เพราะกฎหมายศุลกากร 2469 ถูกยกเลิก จึงทำให้กฎหมายลูกฉบับต่างๆ ต้องถูกยกเลิกไปด้วย ดังนั้นเมื่อพระราชบัญญัติศุลกากร 2560 ฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ จึงต้องนำมาประกาศอีกครั้งเพื่อให้มีแนวปฏิบัติเหมือนเดิม โดยมุ่งเน้นเฉพาะกลุ่มคณะบุคคล กองถ่ายหนัง ซึ่งต้องนำอุปกรณ์ ของใช้ สินค้า เครื่องมือ ออกไปทำงานหรือร่วมงานในต่างประเทศหลายชิ้น เมื่อแจ้งกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรแล้วขากลับเข้ามาจะได้มีเอกสารยืนยันว่าเป็นนำของใช้ อุปกรณ์ออกจากไทยไม่ได้ซื้อเข้ามาเพิ่ม เพื่อแสดงหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่เมื่อเดินทางกลับเข้าประเทศ โดยไม่ต้องเสียภาษีเพิ่มเหมือนสินค้านำเข้าทั่วไป
สำหรับผู้โดยสารทั่วไป ประกาศฉบับนี้ไม่ได้กำหนดให้ผู้โดยสารทุกคนจะต้องนำสิ่งของไปแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทางออกนอกประเทศทุกครั้ง จึงย้ำว่าที่ผ่านมาผู้โดยสารปฏิบัติอย่างไรให้ทำได้เป็นปกติเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นการนำสินค้า โน้ตบุ๊ก นาฬิ่กา มือถือ ของใช้ทั่วไปติดตัวไปทำงานต่างประเทศ เพียงนำของติดตัวผ่านเครื่องสแกนเท่านั้น จากนั้นขาเข้าเดินทางเข้าประเทศ กรณีผู้โดยสารซื้อสินค้าจากร้านค้าปลอดอากรขาออกและนำของกลับเข้าประเทศ หากมูลค่ารวมกันไม่เกิน 20,000 บาท ได้รับการยกเว้นภาษี เว้นแต่สุรา บุหรี่ ซิการ์ และยาเส้น ได้รับยกเว้นตามกำหนด เช่น สุรา 1 ขวด บุหรี่ 1 คัสตอน แต่หากสินค้ามีมูลค่าเกิน 20,000 บาท หรือนำเข้าสุรา บุหรี่ ซิการ์ และยาเส้น เข้ามาเกินปริมาณที่กำหนดต้องเสียภาษีอากรตามพิกัดสินค้า หากเป็นสินค้าทั่วไป เสื้อผ้า น้ำหอมของใช้รวมกันหลายอย่างในกระเป๋า จะคิดเป็นอัตราภาษีนำเข้าเบ็ดเตล็ดร้อยละ 30 ของมูลค่าสินค้านำเข้า
ส่วนช่องขาเข้าผู้โดยสารช่องเขียว ช่องแดง เพื่อให้สำแดงสินค้าเสียภาษีนั้น เจ้าหน้าที่จะใช้ระบบสุ่มตรวจเหมือนเดิมตามมาตรฐานสากล 10-15 คนตรวจดูกระเป๋าสัมภาระหนึ่งครั้ง หรือเป็นผู้มีความเสี่ยงต่อการหลีกเลี่ยงภาษี จะต้องเข้าตรวจสินค้า เพราะเจ้าหน้าที่ศุลกากรจะไม่ไปไล่ถามผู้โดยสารทุกคนว่าใส่นาฬิกายี่ห้ออะไร พกน้ำหอมติดตัวมาไหม ไม่เช่นนั้นขั้นตอนผ่านเข้าออกคงต่อแถวยาวเหยียดหลายชั่วโมง
นายชัยยุทธ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีกรมสรรพากรเตรียมเสนอยกร่างกฎหมายจัดภาษี E-Commerce เมื่อนำเข้าจากต่างประเทศ โดยกรมศุลกากรรับผิดชอบจัดเก็บภาษีนำส่งให้กรมสรรพากร การนำเข้าสินค้าทุกรายการหากมูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท/รายการ ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนั้น เพื่อลดช่องว่างการแบ่งรายการสินค้าจากล็อตใหม่ เพื่อไม่ให้เกิน 1,500 บาท กรมศุลกากรพร้อมปรับกฎเกณฑ์ให้สอดคล้องกับกรมสรรพากรด้วยเช่นกัน เพราะขณะนี้การซื้อขายสินค้าออนไลน์ขยายตัวเพิ่มขึ้นจำนวนมากได้นำเข้ามาผ่านคลังทัณฑ์สินค้าของศุลกากร เพื่อให้เอกชนทุกรายเสียภาษีอย่างเท่าเทียมกันไม่เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบทางการค้า
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี