546.jpg
รัฐประกาศอัดฉีดงบฯลงทุน 6.67 แสนล. สร้างฐานความเจริญใหม่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

รัฐประกาศอัดฉีดงบฯลงทุน 6.67 แสนล. สร้างฐานความเจริญใหม่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

วันพฤหัสบดี ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 20.57 น.

วันที่ 23 สิงหาคม ที่โรงแรมสวิส โฮเต็ล เลอ คองคอร์ด นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม ได้กล่าวในงาน “แนวหน้า ฟอร์รั่ม” ครั้งที่ 1 “จับตาชีพจรเศรษฐกิจไทย” หัวข้อ “เศรษฐกิจไทย 4.0 ก้าวทัน ก้าวไกล ไม่ทิ้งใคร ไว้ข้างหลัง” ว่า ในงบประมาณปี 2562 รัฐบาลได้วางกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีไว้สูงถึง 3 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นรายจ่ายเพื่อการลงทุนสูงถึง 6.67 แสนล้านบาท ถือเป็นปีที่รัฐบาลอัดฉีดงบเงินลงทุนมากถึง 22% ของวงเงินงบประมาณทั้งหมด เพื่อให้การลงทุนภาครัฐเกิดขึ้นต่อเนื่องและเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจ ควบคู่กับการลงทุนภาคเอกชน  ดังนัันในวันนี้ หากจะมุ่งมั่นปฏิรูปประเทศ จำเป็นต้องมีการลงทุนเพื่อสร้างมูลค่า เพื่อสร้างฐานความเจริญใหม่

นายอุตตม ย้ำว่า ประเทศไทยในขณะนี้เป็นช่วงที่เอื้อต่อการขับเคลื่อนการปฏิรูปปรับเปลี่ยนประเทศ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่มีทั้งความพร้อมและโอกาส เนื่องจากประเทศมีความสงบเรียบร้อย มีเสถียรภาพที่มั่นคง ในขณะเดียวกันในเรื่องเศรษฐกิจก็มีการฟื้นตัวที่เด่นชัดและมีอนาคตสดใส ดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจทุกตัวมีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน ไม่ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) การส่งออก การบริโภค การลงทุน การท่องเที่ยว รวมทั้งผลการสำรวจความเชื่อมั่นต่างๆ ดีขึ้นจากผลสำรวจทั้งงในประเทศ และต่างประเทศ ในขณะที่เอเชียได้กลายมาเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของโลก ส่วนอาเซียนเองกำลังจะกลายเป็นจุดโฟกัสของกลุ่มประเทศที่มีพลังต่อรองทางด้านเศรษฐกิจมีศักยภาพ มีความมั่นคงและเข้มแข็ง ซึ่งประเทศไทยมีสภาพทางภูมิศาสตร์ที่ได้เปรียบโดยอยู่ตรงศูนย์กลางของภูมิภาค อยู่กึ่งกลางของเอเชีย เป็นจุดศูนย์กลางอาเซียน และเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางด้านโลจิสติกส์ มีพรมแดนเชื่อมต่อกับประเทศเศรษฐกิจสำคัญ ทั้งยังเป็นประตูสู่ประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว อาทิ พม่า ลาว กัมพูชา นอกจากนี้ ไทยยังมีโครงสร้างพื้นฐานที่ครบครันซึ่งเอื้อแก่การขนส่งทั้งทางบกทางทะเลและทางอากาศ


ขณะที่นโยบายรัฐบาลได้เริ่มการบรรเทาแก้ไขปัญหาสั่งสมสำคัญที่เป็นอุปสรรคพื้นฐานต่อการปฏิรูป คือ ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาการเข้าถึงโอกาส จึงเป็นที่มาของโครงการสำคัญ เช่น โครงการจัดให้กรรมสิทธิ์ที่ทำกิน โครงการพักหนี้เกษตรกรและฟื้นฟู SME โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อช่วยเศรษฐกิจฐานรากที่มีผู้ผ่านหลักเกณฑ์ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้วประมาณ 11.4 ล้านคน คาดว่าจะใช้เม็ดเงินไม่น้อยกว่า 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะเข้าไปหมุนเวียนในระบบ ถือว่าไม่น้อย แต่ก็ถือว่าไม่มากจนเป็นภาระงบประมาณ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top