นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร เปิดเผยภาพรวมส่งออกอาหารไทยปี 2561 ว่ามีมูลค่ารวม 1,031,956 ล้านบาทหรือคิดเป็นมูลค่า 32,190 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 1.6% และ 7.3% ในรูปเงินบาทและดอลลาร์สหรัฐตามลำดับ ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 385,499 ล้านบาท หรือคิดเป็นมูลค่า 11,0937 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 1.2% และ 6.2%ในรูปเงินบาทและดอลลาร์สหรัฐตามลำดับ
สินค้าส่งออกอันดับหนึ่งยังคงเป็นข้าว มีสัดส่วนคิดเป็น 17.5% มูลค่าส่งออก 180,116 ล้านบาท รองลงมาได้แก่ ไก่ 10.7% มูลค่าส่งออก 110,116 ล้านบาท อันดับที่ 3 ถึงระดับ 5 คือ น้ำตาลทราย ปลาทูน่าปรุงแต่งและกุ้ง สัดส่วน8.5% 7.1% และ 5.7% ตามลำดับ
ตลาดส่งออกสำคัญของไทยปี 2561 โดย 8 ใน 10 ประเทศอยู่ในเอเชีย ญี่ปุ่นเป็นตลาดส่งออกอาหารของไทยอันดับ 1 รองลงมาได้แก่ จีน เวียดนาม อินโดนีเซีย เมียนมา กัมพูชา มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ตลาดอาหารส่งออกสำคัญของไทย 6 ใน 8 ประเทศอยู่ในภูมิภาคอาเซียน โดยตลาดอาเซียนเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทยมูลค่าส่งออกรวม 293,172 ล้านบาท คิดเป็น 28.4% ของมูลค่าส่งออกอาหารทั้งหมด รองลงมา คือ กลุ่มประเทศอเมริกาเหนือ 11.8% อันดับ 3 แอฟริกา 9.1% อันดับ 4 สหภาพยุโรป (อียู) 8.9% และอันดับ 5 โอเชียเนีย 3.4%
แนวโน้มการส่งออกอาหารไทยปี 2562 คาดว่าจะมีมูลค่า 1.2 ล้านล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 8.5% จากปี 2561 สินค้าที่คาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้น 8 กลุ่ม ได้แก่ ไก่ ปลาทูน่าปรุงแต่ง กุ้ง มันสำปะหลัง เครื่องปรุงรส มะพร้าว สับปะรด และอาหารพร้อมรับประทาน สินค้าที่คาดว่าจะส่งออกลดลง ได้แก่ ข้าวและน้ำตาลทราย สินค้าที่มีมูลค่าส่งออกสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ข้าว ไก่ น้ำตาลทราย ปลาทูน่าปรุงแต่ง และกุ้ง
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การส่งออกปี 2562 มีแนวโน้มดีต่อเนื่องจากปี 2561 ปัจจัยสนับสนุนได้แก่ การปลดล็อกใบเหลืองประมงไทยของอียู ทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นสินค้าประมงไทยมากขึ้นสินค้าอาหารของไทยเป็นที่ต้องการของตลาดอาเซียนโดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMVที่สินค้าไทยครองตลาดไม่ต่ำกว่า 50-60% รวมทั้งตลาดอาเซียนเดิมที่เป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าจำพวกข้าว น้ำตาล มันสำปะหลัง อาหารแปรรูป รวมทั้งอาหารฮาลาล ขณะที่ด้านปัจจัยราคาพลังงานอยู่ในระดับต่ำและมีเสถียรภาพ อีกปัจจัยสำคัญ คือ การเมืองไทยมีความชัดเจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจ โดยมีการกำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจน
ปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกได้แก่ ความผันผวนการเมืองระหว่างประเทศและสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับประเทศคู่ค้า ส่งผลกระทบทางอ้อมต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ทำให้กำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อการจับจ่ายใช้สอยลดลงตามไปด้วย แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งจะส่งผลต้นทุนการประกอบธุรกิจสูงขึ้น การแข่งค่าของเงินบาทกระทบต่อสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูปแบบโดยเฉพาะสินค้าเน้นตลาดต่างประเทศจะส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันด้านราคา รวมถึงรายได้ที่แปลงกลับมาเป็นเงินบาทจะลดลง ทำให้ราคาสินค้าวัตถุดิบการเกษตรลดลงตามไปด้วย รายได้ผู้บริโภคลดลงตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์และอีกปัจจัย คือ การที่สหรัฐตัดสิทธิจีเอสพีสินค้าไทย 11 รายการ อยู่ในกลุ่มสินค้าอาหารที่มีส่วนแบ่งตลาดเกิน 50% ในตลาดสหรัฐ
ขณะนี้ปัญหาเงินบาทแข็งค่ามากที่สุดในโลกแล้ว สินค้าเกษตรและอาหารแปรรูปทั้งหมดมีปัญหาการแข่งขันราคาในตลาดโลกสู้ไม่ได้ดังนั้น รัฐบาลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะต้องปรึกษาร่วมกันกับภาคเอกชน เพื่อให้สินค้าส่งออกของไทยแข่งขันได้ในตลาดโลก
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี