546.jpg
พาณิชย์ดันส่งออกอาหารไทย  จับคู่เจรจาธุรกิจออนไลน์เจาะตลาดอินเดีย

พาณิชย์ดันส่งออกอาหารไทย จับคู่เจรจาธุรกิจออนไลน์เจาะตลาดอินเดีย

วันเสาร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สินิตย์ เลิศไกร

นายสินิตย์ เลิศไกร รมช.พาณิชย์ เป็นประธานเปิดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการสินค้าอาหารและเกษตรแปรรูปไทยกับอินเดียรูปแบบออนไลน์ (ผ่านระบบ Zoom) เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2564 ณ กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศจัดขึ้น ภายใต้โครงการ DTN Business Plan Award 2020 “ชี้ช่องทางโอกาส บุกตลาดด้วย FTA” โดยได้รับความร่วมมือจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศของไทยประจำอินเดีย ทั้ง 3 แห่ง คือ กรุงนิวเดลี เมืองเจนไน และเมืองมุมไบ


นายสินิตย์กล่าวว่า แม้สถานการณ์โควิด-19จะทำให้ไม่สามารถเดินทางไปพบคู่ค้าได้ แต่กระทรวงพาณิชย์ยังคงมุ่งมั่นขยายโอกาสทางการค้าให้ผู้ประกอบการไทย จึงได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบของการจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เป็นรูปแบบออนไลน์ ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ ได้นำผู้ประกอบการอาหารและเกษตรแปรรูปของไทย 10 ราย ที่ชนะการแข่งขันประกวดแผนธุรกิจมาจับคู่ธุรกิจกับผู้นำเข้าอินเดียผ่านระบบออนไลน์ โดยมีผู้นำเข้าอินเดียให้ความสนใจเข้าร่วมกว่า 33 บริษัท ถือเป็นโอกาสดีที่จะนำสินค้าอาหาร เครื่องดื่ม และอาหารแปรรูปของไทย เจาะตลาดอินเดีย โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งผู้บริโภคอินเดียหลีกเลี่ยงการเดินทางออกนอกเคหสถาน ทำให้มีความสนใจและต้องการซื้อสินค้าประเภทอาหารและเกษตรแปรรูป อาทิ ธัญพืช น้ำมันพืช เกลือ ถั่ว ขนมทานเล่น และเครื่องดื่ม ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ซึ่งเป็นที่นิยมในอินเดีย เช่น Amazon, Big Basket, Hallo Basket และ Grover มากขึ้น

“ชื่นชมผู้ประกอบการที่ชนะการประกวดแผนธุรกิจ ที่ได้นำผลผลิตของเกษตรกรไทยมาช่วยพัฒนาต่อยอดโดยใช้นวัตกรรมและการแปรรูป เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ที่ให้ทุกหน่วยงานช่วยกันหาตลาดให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน พร้อมส่งออกต่างประเทศและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้สินค้าไทย ซึ่งการติดอาวุธเรื่องกลยุทธ์การเข้าสู่ตลาดอินเดียภายใต้โครงการดังกล่าว ประกอบกับการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยกับอินเดีย ได้แก่ FTA ไทย-อินเดีย (บังคับใช้ตั้งแต่ปี 2547) และ FTA อาเซียน-อินเดีย (บังคับใช้ตั้งแต่ปี 2553)ที่ส่งผลให้อินเดียลด/เลิกการเก็บภาษีศุลกากรกับสินค้าส่งออกจากไทยแล้วกว่า 5,220 รายการ เช่น อาหาร ผลไม้ อาหารทะเลกระป๋อง อาหารปรุงแต่ง และผักผลไม้แปรรูป เป็นต้น จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถสร้างรายได้จากการจับคู่ธุรกิจและส่งออกไปอินเดียได้มากขึ้นและยังถือเป็นความสำเร็จของการร่วมมือกันทำงานระหว่างหน่วยงานในกระทรวงพาณิชย์ด้วย” นายสินิตย์เสริม

อินเดียถือเป็นตลาดที่น่าสนใจเนื่องจากมีประชากรกว่า 1,300 ล้านคน โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2564 การค้าไทย-อินเดีย มีมูลค่ารวมกว่า 5,954.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (180,773.4 ล้านบาท)ขยายตัวกว่า 54% จากช่วงเดียวกันของปี 2563 โดยการส่งออกจากไทยไปอินเดียมีมูลค่า 3,280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (99,000.7 ล้านบาท) ขยายตัวถึง 47%

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top