นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตนได้นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการค้าระหว่างไทยกับศรีลังกา ครั้งที่ 3 ณ กรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา เมื่อวันที่ 5-6 มีนาคม 2562 โดยได้มีการหารือจัดทำแผนปฏิบัติการร่วม (Joint Action Plan) ภายใต้ MOU ว่าด้วยการพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ ไทย-ศรีลังกา ซึ่งลงนามโดย น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รมช.พาณิชย์ กับนายมาลิก สามาราวิเกรมา รมว.ยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาและการค้าระหว่างประเทศของศรีลังกา เมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 ในระหว่างการเยือนศรีลังกาของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
โดยแผนปฏิบัติการร่วมครอบคลุม 10 สาขาความร่วมมือ ได้แก่ ด้านการลงทุน,ด้านโครงสร้างพื้นฐาน, ด้านการประมง, ด้าน SME, ด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมการเกษตร, ด้านอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์, ด้านอัญมณีและเครื่องประดับ, ด้านการพัฒนาด้าน IT และด้านความร่วมมือทางการเงิน
“แผนปฏิบัติการร่วมจะเริ่มดำเนินการทันทีไปจนถึงปี 2563 โดย 2 ฝ่ายมั่นใจว่าแผนนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้การค้าระหว่างกันขยายตัวจาก 521.66 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2561 สู่ 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2563 ตามที่ผู้นำ 2 ประเทศ กำหนดไว้ได้ รวมถึงจะเป็นพื้นฐานสำหรับการเจรจาจัดทำความร่วมมือทางเศรษฐกิจภายใต้เอฟทีเอไทย-ศรีลังกา ที่ตั้งเป้าจะสรุปผลการเจรจาภายในปี 2563” นางอรมน กล่าว
ทั้งนี้ศรีลังกาเป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทยในภูมิภาคเอเชียใต้ ถือเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพและมีพัฒนาการทางเศรษฐกิจสูง ตลอดจนเริ่มมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศ รวมทั้งยังมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะอัญมณีและประมง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี