ผลักดันการค้าไทย-จีน
1.4แสนล้านดอลลาร์
ให้สำเร็จภายในปี2564
นายกฯย้ำความสำเร็จประชุมข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทางที่ปักกิ่ง พร้อมมุ่งหวังในด้านการค้ามุ่งหวังที่จะผลักดันให้บรรลุเป้าหมายการค้าไทย- จีนที่ตั้งไว้ใหม่ที่140,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี2564 ย้ำบทบาทไทยในฐานะประธานอาเซียนพร้อมเดินหน้าการดำเนินการตามแนวคิดหลัก“ร่วมมือร่วมใจก้าวไกลยั่งยืน”
พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาครองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่าวันที่27 เม.ย.เวลา08.15 น. ตามเวลาท้องถิ่นณกรุงปักกิ่งพล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงการเข้าร่วมการประชุมข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง(Belt and Road Initiative-BRI/ One Belt, One Road) ซึ่งเป็นนโยบายเชิงยุทธศาสตร์ของจีนภายใต้ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงว่าเป็นการส่งเสริมความเชื่อมโยงของภูมิภาคเอเชียยุโรปและแอฟริกาโดยยึดแนวเส้นทางเศรษฐกิจสายไหมส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนผ่านการค้าการลงทุนและโครงการความเชื่อมโยงต่างๆเพื่อนำไปสู่การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนและภูมิภาคสำหรับการประชุมBRF ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่2 โดยมีหัวข้อหลักของการประชุมคือBelt and Road Cooperation: Shaping a Brighter Shared Future ซึ่งมีผู้นำจากกว่า40 ประเทศเข้าร่วม
พล.ท.วีรชนกล่าวว่าระหว่างการประชุมฯนายกรัฐมนตรีได้กล่าวสุนทรพจน์ใน2 โอกาสคือการประชุมระดับสูง(High-Level Meeting) และการประชุมผู้นำโต๊ะกลม(Leaders’ Roundtable) ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำบทบาทไทยในฐานะประธานอาเซียนในการส่งเสริมความเชื่อมโยงในทุกมิติและแสดงความพร้อมที่จะร่วมมือกับจีนเพื่อส่งเสริมความเชื่อมโยงในอนุภูมิภาคและภูมิภาคผ่านMPAC 2025 และACMECS Master Plan ซึ่งมีเป้าหมายเดียวกันกับBRI บนพื้นฐานของความไว้เนื้อเชื่อใจกันความโปร่งใสการเปิดกว้างและครอบคลุมทุกภาคส่วนและการเคารพกฏหมายระหว่างประเทศ และนายกฯยังเห็นว่าควรขยายความร่วมมือเพื่อส่งเสริมนโยบายประเทศไทย4.0 นโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(EEC) ที่จะเชื่อมต่อกับระเบียงเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคและการยกระดับสถานะไทยสู่การเป็นศูนย์กลางทางโลจิสติกส์คมนาคมและการขนส่งของอาเซียนและเป็นประตูสู่อาเซียนของจีน
นอกจากนี้ยังต้องการผลักดันให้จีนใช้ประโยชน์จากศักยภาพของACMECS ในการเป็นตัวเชื่อมจีนและอาเซียนและส่งเสริมความเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อระหว่างกรอบความร่วมมือระหว่างมณฑลกวางตุ้ง- ฮ่องกง- มาเก๊า(Greater Bay Area - GBA) และกรอบความร่วมมือพื้นทีสามเหลี่ยมลุ่มแม่น้ำจูเจียง(Pan - Pearl River Delta - PPRD) กับEEC
พล.ท.วีรชนกล่าวว่านายกรัฐมนตรีกล่าวว่าผลสำเร็จที่สำคัญของการประชุมคือการรับรองแถลงการณ์ร่วมของการประชุมผู้นำโต๊ะกลม(Leaders’ Roundtable) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นของประเทศที่อยู่ในเส้นทางสายไหมในการส่งเสริมความร่วมมือด้านความเชื่อมโยงทุกมิติรวมทั้งการเชื่อมโยงนโยบายการพัฒนาร่วมกันเพื่อกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืนระหว่างประเทศที่อยู่ในเส้นทางสายไหมให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นทั้งนี้แถลงการณ์ร่วมฯได้กำหนดทิศทางความร่วมมือภายใต้กรอบBRI ใน5 มิติได้แก่1. ความเชื่อมโยงทางนโยบายอาทิกรอบความร่วมมือระดับอนุภูมิภาคภูมิภาคและโลกการอำนวยความสะดวกในด้านการค้าการลงทุนศุลกากรภาษีดิจิทัลและความร่วมมือทางทะเล2. ความเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐานทุกมิติโดยมุ่งเน้นโครงสร้างพื้นฐานคุณภาพสูงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม3. การส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยมุ่งเน้นการรักษาสิ่งแวดล้อมการใช้พลังงานสะอาด4. การเสริมสร้างความเข้มแข็งของความร่วมมือให้ปฏิบัติได้จริงและมีผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมโดยเฉพาะการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆการบริหารจัดการน้ำ5. การพัฒนาการแลกเปลี่ยนระดับประชาชนได้แก่การศึกษาวัฒนธรรมและเยาวชน
รองโฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าวต่อว่าระหว่างการประชุมฯนายกรัฐมนตรีได้มีโอกาสพบปะทักทายกับผู้นำระดับสูงของประเทศต่างๆรวมทั้งหารือทวิภาคีกับผู้นำระดับสูงของจีนได้แก่นายสีจิ้นผิงประธานาธิบดีจีนนายหลี่เค่อเฉียงนายกรัฐมนตรีจีนและนายหานเจิ้งรองนายกรัฐมนตรีจีนทั้งสองฝ่ายยืนยันที่จะรักษาพลวัตที่ดีของความสัมพันธ์ระหว่างกันในทุกระดับเพิ่มพูนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมรวมถึงความร่วมมือจีน– ญี่ปุ่นในเขตEEC ผลักดันความสัมพันธ์ไทย- จีนและความร่วมมือเชิงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่รอบด้านให้เป็นรูปธรรมโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและความเชื่อมโยงที่จะสอดคล้องกับThailand 4.0 และBRI ทั้งสองฝ่ายพึงพอใจว่าในช่วง5 ปีที่ผ่านมาไทยและจีนมีความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดมีความร่วมมือหลายด้านทั้งรถไฟEEC และการลงทุนต่างๆซึ่งนายกรัฐมนตรียืนยันที่จะดูแลนักลงทุนและนักท่องเที่ยวจีนอย่างดีที่สุดในด้านการค้ามุ่งหวังที่จะผลักดันให้บรรลุเป้าหมายการค้าไทย- จีนที่ตั้งไว้ใหม่ที่140,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี2564 ย้ำบทบาทไทยในฐานะประธานอาเซียนพร้อมเดินหน้าการดำเนินการตามแนวคิดหลัก“ร่วมมือร่วมใจก้าวไกลยั่งยืน”
สำหรับความร่วมมือรถไฟไทย–จีนและความร่วมมือ3 ฝ่ายไทย- จีน– ญี่ปุ่นทั้งสองฝ่ายยินดีต่อความสำเร็จในการลงนามบันทึกความร่วมมือเส้นทางเชื่อมต่อทางรถไฟระหว่างหนองคาย- เวียงจันทน์ในช่วงการประชุมBRF ครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่สามารถต่อยอดความเชื่อมโยงกับข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีนซึ่งจะทำให้ภูมิภาคเชื่อมโยงกันและเป็นประโยชน์กับประชาชนพร้อมย้ำว่ารัฐบาลยึดมั่นหลักการของ3M คือความไว้เนื้อเชื่อใจกันความเคารพซึ่งกันและกันและผลประโยชน์ร่วมกัน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี