นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ได้แก่ สอท. สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยแลหอการค้าไทย และสมาคมธนาคารไทย วันที่ 5 มิถุนายนนี้หนึ่งในวาระสำคัญจะมีการหารือแนวโน้มเศรษฐกิจ (ศก.) ไทย โดยเฉพาะผลกระทบทางการเมืองที่ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการฟอร์มทีมจัดตั้งรัฐบาล ยิ่งใช้เวลานานยิ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนมากขึ้นต่อเนื่อง รวมทั้งผลกระทบจากปัญหาสงครามการค้าระหว่างจีน และสหรัฐ ที่ยังยืดเยื้อ และต้องติดตามผลกระทบอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้จะติดตามความคืบหน้าการทำจัดสมุดปกขาวในนามกกร. เพื่อส่งให้รัฐบาลใหม่ ดำเนินการพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของประเทศให้ดีขึ้น รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน หรือความยากง่ายในการทำธุรกิจด้วย รวมทั้งเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ซึ่งขณะนี้คณะทำงานทั้ง 3 สถาบันอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดร่วมกัน
“ขณะนี้ภาคเอกชนเริ่มมีความกังวลมากขึ้น หลังจากการฟอร์มทีมรัฐบาลใหม่ ยังไม่มีความชัดเจน หลังจากที่ผ่านมาคาดว่าจะเห็นการการฟอร์มทีมรัฐบาลที่ชัดเจนภายในสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีภายในวันที่ 5 มิถุนายนนี้ ทำให้ยิ่งกระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจต่อไป เอกชนจึงอยากเห็นความชัดเจนในเรื่องการเมืองให้เร็วที่สุด และคาดหวังว่า การเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 5 มิถุนายนนี้จะมีความเรียบร้อย ไม่มีความวุ่นวายเกิดขึ้น”นายสุพันธุ์กล่าว
พลโทวีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบกรณีสภาหอการค้าเตรียมรวบรวมความเห็นของผู้แทนหอการค้าทั่วประเทศ เพื่อเสนอแนะต่อภาครัฐให้พัฒนาการศึกษาของบุคลากรรองรับการค้าการลงทุนชายแดนหรือเขตเศรษฐกิจพิเศษต่างๆ โดยกล่าวสนับสนุนความคิดเห็นดังกล่าว และย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องนี้จึงพร้อมเร่งสนับสนุนอย่างจริงจัง
“นายกฯ ระบุว่าภาคเอกชนเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ ดังนั้นไม่ว่ารัฐบาลใหม่จะเป็นใครจะต้องรับฟังและร่วมมือกับภาคเอกชน โดยเฉพาะข้อเสนอในการสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว รวมทั้งต่อยอดโครงการใหญ่ๆ ที่ดำเนินการมาแล้ว เช่น การพัฒนาพื้นที่ EEC โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โครงการพัฒนารถไฟทางคู่ เป็นต้น”
ก่อนหน้านี้ นายธนวรรธน์ พลวิชัยผู้อำนวยการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยเดือนเมษายนที่ผ่านมาอยู่ที่ 47.8 ลดลงจาก 48.4 ในเดือนมีนาคม และต่ำกว่าเกณฑ์ที่ต้องเกิน 50 ขึ้นไป ซึ่งเป็นผลจากความไม่เชื่อมั่น ทั้งเศรษฐกิจภายในประเทศและเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะสงครามการค้าสหรัฐกับจีน ขณะที่การเมืองในประเทศยังต้องรอการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่หวังสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด โดยหอการค้าไทยระบุว่าต้องการเห็นการกำหนดทิศทางและนโยบายในการบริหารประเทศที่ชัดเจนจากรัฐบาลใหม่เพื่อส่งเสริมและผลักดันการลงทุนที่ต่อเนื่อง รวมถึงแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือนของประชาชนที่อยู่ในระดับสูงขณะนี้ ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี