เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2562 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน เข้าตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายการดำเนินงาน บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) โดยมีนายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และคณะผู้บริหารเข้าร่วมประชุม ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
นายสมคิดกล่าวว่า ได้หารือกับปตท.ถึงแนวทางการลงทุนของปตท.ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ (ตุลาคม-ธันวาคม 2562) วงเงินเกือบ 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งการลงทุนนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ที่จะมีส่วนสำคัญต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายรัฐบาล
“จากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวมีปัญหาจากสงครามการค้า ส่งผลต่อค่าเงินทั่วโลกและทำให้เงินบาทไทยแข็งค่าในรอบกว่า 6 ปี ก็ได้ขอให้ ปตท.รัฐวิสาหกิจอื่นๆ และเอกชน ใช้ช่วงเงินบาทแข็งค่าเร่งรัดลงทุน จะทำให้ต้นทุนต่ำและการลงทุนนำเข้าเครื่องจักรก็จะมีผลให้บาทอ่อนค่า โดย ปตท.ได้แจ้งว่า ในไตรมาส 4 ปีนี้ จะลงทุนราว 3 หมื่นล้านบาท และปี’63 จะลงทุนราว 1 แสนล้านบาท” นายสมคิด กล่าว
โดยแผนการดำเนินงานของ ปตท. หลังจากนี้จะมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาความยากจน และเติบโตกับสังคมไทยมากขึ้น โดยธุรกิจของปตท. จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการจ้างงาน การดูแลสิ่งแวดล้อม และนำความเจริญให้กับประเทศ ซึ่งในส่วนกลุ่มธุรกิจอัพสตรีม ธุรกิจต้นน้ำจะพัฒนาสินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้น เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางปิโตรเคมีของอาเซียน และจะเชื่อมต่อด้านโลจิสติกส์ไปสู่กลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว มาเลเซีย เวียดนาม) ขณะที่กลุ่มธุรกิจดาวน์สตรีมจะเน้นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
ในส่วนบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ จะเน้นส่งเสริมการพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนให้พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนอันจะส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ รวมถึงสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากและรายย่อย
สำหรับความคืบหน้าผลการศึกษาแนวทางการผลิตปุ๋ยสั่งตัดเพื่อช่วยเหลือด้านต้นทุนให้กับเกษตรกรควบคู่ไปกับใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาวิจัยและพัฒนาดำเนินการ เพื่อให้เหมาะสมกับบริบทในพื้นที่นำร่อง 3 ชุมชน ประกอบด้วย จ.นครพนม จ.ลพบุรี และ จ.เชียงราย โดยจะร่วมมือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)ในการดำเนินโครงการเพื่อส่งมอบให้ถึงเกษตรกรโดยตรง ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในปี 2563
นายชาญศิลป์กล่าวว่า ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้บริษัทมีแผนการลงทุนประมาณ 30,000 ล้านบาทประกอบด้วย การรวมกิจการบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ซินเนอร์ยี่จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC กับ บริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) หรือ GLOW มูลค่า 17,000 ล้านบาท โครงการลงทุนท่อส่งก๊าซธรรมชาติเส้นที่ 5 มูลค่า 3,000 ล้านบาท โครงการซ่อมบำรุงท่อก๊าซเส้นที่ 1 มูลค่า 1,000 ล้านบาท โครงการเชื่อมท่อก๊าซตะวันตก – ตะวันออก มูลค่า 645 ล้านบาท โครงการวังจันทร์วัลเลย์ มูลค่า 400 ล้านบาท และอื่นๆ ประมาณ 4,000 ล้านบาท
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี