546.jpg
ปตท.อัดแสนล้าน ลงทุนปีหน้า‘สมคิด’ชี้‘บาทแข็ง’เป็นจังหวะเหมาะ

ปตท.อัดแสนล้าน ลงทุนปีหน้า‘สมคิด’ชี้‘บาทแข็ง’เป็นจังหวะเหมาะ

วันศุกร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2562 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน เข้าตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายการดำเนินงาน บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) โดยมีนายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และคณะผู้บริหารเข้าร่วมประชุม ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

นายสมคิดกล่าวว่า ได้หารือกับปตท.ถึงแนวทางการลงทุนของปตท.ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ (ตุลาคม-ธันวาคม 2562) วงเงินเกือบ 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งการลงทุนนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ที่จะมีส่วนสำคัญต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายรัฐบาล


“จากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวมีปัญหาจากสงครามการค้า ส่งผลต่อค่าเงินทั่วโลกและทำให้เงินบาทไทยแข็งค่าในรอบกว่า 6 ปี ก็ได้ขอให้ ปตท.รัฐวิสาหกิจอื่นๆ และเอกชน ใช้ช่วงเงินบาทแข็งค่าเร่งรัดลงทุน จะทำให้ต้นทุนต่ำและการลงทุนนำเข้าเครื่องจักรก็จะมีผลให้บาทอ่อนค่า โดย ปตท.ได้แจ้งว่า ในไตรมาส 4 ปีนี้ จะลงทุนราว 3 หมื่นล้านบาท และปี’63 จะลงทุนราว 1 แสนล้านบาท” นายสมคิด กล่าว

โดยแผนการดำเนินงานของ ปตท. หลังจากนี้จะมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาความยากจน และเติบโตกับสังคมไทยมากขึ้น โดยธุรกิจของปตท. จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการจ้างงาน การดูแลสิ่งแวดล้อม และนำความเจริญให้กับประเทศ ซึ่งในส่วนกลุ่มธุรกิจอัพสตรีม ธุรกิจต้นน้ำจะพัฒนาสินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้น เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางปิโตรเคมีของอาเซียน และจะเชื่อมต่อด้านโลจิสติกส์ไปสู่กลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว มาเลเซีย เวียดนาม) ขณะที่กลุ่มธุรกิจดาวน์สตรีมจะเน้นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ในส่วนบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ จะเน้นส่งเสริมการพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนให้พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนอันจะส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ รวมถึงสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากและรายย่อย

สำหรับความคืบหน้าผลการศึกษาแนวทางการผลิตปุ๋ยสั่งตัดเพื่อช่วยเหลือด้านต้นทุนให้กับเกษตรกรควบคู่ไปกับใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาวิจัยและพัฒนาดำเนินการ เพื่อให้เหมาะสมกับบริบทในพื้นที่นำร่อง 3 ชุมชน ประกอบด้วย จ.นครพนม จ.ลพบุรี และ จ.เชียงราย โดยจะร่วมมือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)ในการดำเนินโครงการเพื่อส่งมอบให้ถึงเกษตรกรโดยตรง ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในปี 2563

นายชาญศิลป์กล่าวว่า ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้บริษัทมีแผนการลงทุนประมาณ 30,000 ล้านบาทประกอบด้วย การรวมกิจการบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ซินเนอร์ยี่จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC กับ บริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) หรือ GLOW มูลค่า 17,000 ล้านบาท โครงการลงทุนท่อส่งก๊าซธรรมชาติเส้นที่ 5 มูลค่า 3,000 ล้านบาท โครงการซ่อมบำรุงท่อก๊าซเส้นที่ 1 มูลค่า 1,000 ล้านบาท โครงการเชื่อมท่อก๊าซตะวันตก – ตะวันออก มูลค่า 645 ล้านบาท โครงการวังจันทร์วัลเลย์ มูลค่า 400 ล้านบาท และอื่นๆ ประมาณ 4,000 ล้านบาท

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top