รายงานข่าวจากกลุ่มกิจการร่วมค้าเอ็นซีพี ระบุว่า กลุ่มกิจการร่วมค้าเอ็นซีพีได้รับคำสั่งศาลปกครองสูงสุด กรณีคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ร้องขอทุเลาคำสั่งศาลปกครองกลางแล้ว โดยกลุ่มเอ็นซีพีน้อมรับคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดที่ยกคำสั่งทุเลาของศาลปกครองกลาง และคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดครั้งนี้จะมีผลไปจนกว่าจะมีคำสั่งเกี่ยวกับการอุทธรณ์ของคณะกรรมการคัดเลื้อกเอกชนร่วมลงทุนฯ ออกมา
กลุ่มกิจการร่วมค้าเอ็นซีพีเห็นว่าการหากปล่อยให้มีการดำเนินการคัดเลือกต่อไปจะเกิดความเสียหายแก่การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) และประเทศไม่ต่ำกว่า 13,000 ล้านบาท เนื่องจากผลประโยชน์ที่ทางกลุ่มกิจการร่วมค้าเอ็นซีพีได้เสนอให้ กทท.นั้นสูงกว่าคู่แข่งอีกรายกว่า 13,000 ล้านบาท จึงรู้สึกเสียดายที่ประชาชนอาจไม่รู้ข้อมูลข้อเสนอที่รัฐได้ประโยชน์สูงสุด และถึงเวลานั้นที่ประเทศชาติเสียหาย และการท่าเรือเสียหายกว่า 13,000 ล้านบาท ก็จะต้องมีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่อาจต้องรับผิดชอบในเรื่องความเสียหายทั้งหมดทั้งทางแพ่งและอาญาต่อไป
รวมทั้งกลุ่มกิจการร่วมค้าขอยืนยันว่าได้ส่งเอกสารครบถ้วนและถูกต้องทุกประการในการยื่นซองประมูล ซึ่งหากเปรียบเทียบกับอีกโครงการหนึ่งที่ลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ทุเลาการตัดสิทธิ์ของผู้ยื่นประมูลรายหนึ่ง ถึงแม้จะมีความล่าช้าในการยื่นซองประมูล เห็นว่าจะเป็นการใช้บรรทัดฐานเดียวกัน ซึ่งจะส่งผลประโยชน์สูงสุดต่อ กทท.และประเทศอีกด้วย
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางได้อ่านคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนฯ ที่พิจารณาให้กลุ่มกิจการร่วมค้าเอ็นซีพี เป็นผู้ไม่ผ่านการพิจารณาด้านคุณสมบัติเมื่อวันที่ 23 เม.ย.2562 โดยให้การเพิกถอนมีผลย้อนหลังไปถึงวันที่คณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนฯ ได้มีคำสั่ง พร้อมทั้งมีคำสั่งตามคำขอบรรเทาทุกข์ชั่วคราวของฝ่ายผู้ฟ้องคดี โดยให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่งที่พิพาทไว้เป็นการชั่วคราวในระหว่างที่คดียังไม่ถึงที่สุด
คำพิพากษาและคำสั่งของศาลปกครองดังกล่าวมีผลให้คณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนฯ ยังไม่สามารถตัดสิทธิ์กลุ่มกิจการร่วมค้าเอ็นซีพีออกจากการพิจารณาข้อเสนอเข้าร่วมคัดเลือกกลุ่มกิจการร่วมค้า เพื่อเข้าทำสัญญาร่วมดำเนินการโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 กับ กทท.ได้
สำหรับการประมูลพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 มูลค่าการร่วมลงทุน 84,000 ล้านบาท มีผู้ยื่นซองประมูลเมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา 2 กลุ่ม คือ 1.กิจการร่วมค้าจีพีซี ประกอบด้วย บริษัทพีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด (กลุ่ม ปตท.) บริษัทกัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และ China Harbour Engineering Company
2.กิจการร่วมค้าเอ็นซีพี ประกอบด้วย บริษัทแอสโซซิเอท อินฟินิตี้ จำกัด บริษัทนทลิน จำกัด บริษัทพริมา มารีน จำกัด (มหาชน) บริษัทพีเอชเอส ออแกนิค ฮิลลิ่ง จำกัด และ China Railway Construction Corporation Limited โดยกลุ่มเอ็นซีพีได้รับแจ้งจาก กทท.เมื่อวันที่ 23 เม.ย.2562 ถึงการถูกตัดสิทธิเป็นผู้ประมูล เพราะลงนามในเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนเป็นเหตุให้กิจการร่วมค้าเอ็นซีพีร้องผู้ตรวจการแผ่นดินและยื่นคำร้องศาลปกครองกลาง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี