วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ธนาคารเติบโตแข็งแกร่งยั่งยืนภายใต้แนวคิด” GSB SUSTAINABLE BANKING” แบ่งเป็น 4 มิติ โดยมิติที่ 1 Financial Strengthening: สร้างความมั่นคงทางการเงินเพื่อเติบโตอย่างแข็งแกร่งมิติที่ 2 Stakeholder Responsibility : ดูแลลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม มิติที่ 3 Business Environment: สร้างความเข้มแข็งแก่สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ มิติที่ 4 Corporate Governance : ดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล
“ตั้งแต่ปี 2558-2562 มีสินทรัพย์เพิ่มจาก 2.4 ล้านล้านบาท เป็น 2.8 ล้านล้านบาท เงินฝากจาก 2.08 ล้านล้านบาท เป็น 2.41 ล้านล้านบาท สินเชื่อจาก 1.92 ล้านล้านบาท เป็น 2.15 ล้านล้านบาทขณะที่หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) แม้จะเพิ่มจาก 1.61% เป็น 2.72% แต่ยังต่ำสุดเมื่อเทียบกับ5 ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ และมีกำไรสุทธิจาก22,699 ล้านบาท เป็น 26,554 ล้านบาท”
สำหรับปี 2563 ธนาคาร ตั้งเป้าหมายสินทรัพย์ที่ 2.9 ล้านล้านบาท หรือ 3.5% และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วยการให้กู้เพิ่มกว่า 550,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสุทธิกว่า80,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น4-5% เงินฝากเพิ่มสุทธิกว่า 75,000 ล้านบาท หรือเติบโต 3% และขยายฐานลูกค้าเพิ่มเป็น 41% ของประชากรทั้งประเทศโดยใช้แนวคิด GSB SUSTAINABLE BANKING เป็นกลไกผลักดันยุทธศาสตร์3 ธนาคาร มุ่งสู่การเป็น “ธนาคารเพื่อความยั่งยืน”
ประกอบด้วย Traditional Banking โดยปรับปรุงการแข่งขันของธนาคาร ด้วยการเพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้าปรับเปลี่ยนการให้บริการแบบเดิมไปสู่ “Delivery Banking” ผ่านบริการ “QUEUE Application” ซึ่งจะออกไปให้บริการตามที่ลูกค้าทำนัดหมายผ่าน app สามารถเลือกบริการได้ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์บริการเคลื่อนที่ เรือออมสิน หรือให้พนักงานออกไปให้บริการยังจุดที่ลูกค้าสะดวก ด้วยเครื่องมือให้บริการในชื่อ SUMO โดยให้บริการได้ตั้งแต่การรับฝากเงินเปิดบัญชีเงินฝาก ฝากสลากออมสิน ฝากเงินกองทุนต่างๆ เปิดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ รับชำระสินเชื่อเป็นต้น ซึ่งปีนี้จะมี 3,700 เครื่อง ออกไปให้บริการ
ขณะเดียวกัน ได้เตรียมพัฒนาศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (GSB Contact Center) เพื่อยกระดับการให้บริการและตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าโดยเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมทุกความคิดเห็นข้อร้องเรียน และเสนอแนะของลูกค้าจากทุกรูปแบบช่องทางการสื่อสาร (Omni-Channel) และเป็นศูนย์กลางในการให้บริการข้อมูล ข่าวสาร ผลิตภัณฑ์และบริการของธนาคาร ผ่านทุกช่องทางสำคัญ
ด้าน Social Development Banking จาก 3 ออมสร้างโลกสีชมพู สู่ 3 สร้าง ประกอบด้วยสร้างความรู้/อาชีพ สร้างตลาด/รายได้ และสร้างโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุน แก่ลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มเด็ก/เยาวชน ลูกค้าฐานราก/ชุมชน ผู้สูงอายุ และกลุ่มStartup โดยปี 2563 ธนาคารปรับเปลี่ยนบทบาทสาขา Social Branch เป็นศูนย์พัฒนาสู่ความยั่งยืน Sustainable Banking Center มิติใหม่ของสถาบันการเงินที่จะมีสาขาดูแลด้านสังคมโดยเฉพาะรวมถึงมีบริการศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน ศูนย์แก้ไขหนี้นอกระบบ ศูนย์พัฒนาอาชีพ ศูนย์แก้ไขหนี้นอกระบบ จุดให้บริการทางการเงินเพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐ ศูนย์แสดงสินค้าชุมชน ซึ่งปี 2563 จะเปิดให้บริการครบ 100 สาขา ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงปรับบทบาทสำนักสินเชื่อธุรกิจลูกค้า SMEs เป็น ศูนย์กลางพัฒนาส่งเสริม SMEsให้สามารถสนับสนุนธุรกิจ SMEs ได้ครบวงจร เพื่อยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน
สำหรับ Digital Banking ที่จะพัฒนาให้เป็น Ecosystem ตอบสนองได้ทุกช่วงชีวิตของลูกค้า ในปี 2563 ธนาคาร มีแผนที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการและช่องทางต่างๆ ให้มีบริการที่รวดเร็วและทันสมัยในโลกยุคดิจิทัล ผ่านการพัฒนา New Feature ของ Mobile Application : Mymoได้แก่ บริการซื้อประกันภัยรถยนต์/ที่พักอาศัย/ ประกันชีวิต ผ่าน i-Insurance บริการบัญชีเพื่อการออม ด้วย I-Saving บริการซื้อขายหลักทรัพย์กับ i-Investment และบริการการค้ำประกันสินเชื่อด้วย Digital สลาก ด้วย i-Loan เป็นต้นปีนี้มีเป้าหมายเพิ่มผู้ใช้บริการ MyMo จาก 8 ล้านราย ในปี 2562 เป็น 13 ล้านราย และเป็น 18 ล้านราย ในปี 2564
“ในปี 2563 นี้จะทำให้สัญลักษณ์ธนาคารออมสินประทับใจ อยู่ในความคิดของประชาชนทุกคนเมื่อนึกถึงการให้บริการทางการเงิน” ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวในที่สุด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี