546.jpg
สอท.ลุ้นตลาดรถยนต์ฟื้น  หลังรัฐผ่อนคลายเฟส4-ธุรกิจเปิดกิจการ

สอท.ลุ้นตลาดรถยนต์ฟื้น หลังรัฐผ่อนคลายเฟส4-ธุรกิจเปิดกิจการ

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(สอท.) เปิดเผยว่า หลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นช่วงที่ 4 (คลายล็อกดาวน์เฟส 4) และยกเลิกห้ามออกนอกเคหสถาน(เคอร์ฟิว)คาดว่าจะทำให้ภาคธุรกิจต่างๆทยอยกลับมาดำเนินกิจการได้อีกครั้งมากขึ้นซึ่งจะเป็นผลดีต่อตลาดรถยนต์ในประเทศให้กลับมาฟื้นตัวได้บ้าง

แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังคงต้องติดตามใกล้ชิดเพราะแรงซื้อของคนไทยยังคงตกต่ำและความไม่แน่นอนจากการกลับมาระบาดไวรัสโควิด-19 รอบ 2ทั้งไทยและต่างประเทศดังนั้นเป้าหมายการผลิตรถยนต์ปี 2563 คงจะอยู่ที่ 1 ล้านคัน หรือลดลงจากปี 2562 ประมาณ 50%


“เราก็คาดหวังว่ายอดการผลิตรถยนต์ปีนี้เลวร้ายสุดจะไม่ต่ำไปกว่า 1 ล้านคัน แต่ก็คงต้องขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยเนื่องจากตลาดส่งออกขณะนี้ยอมรับว่ายังไม่ฟื้นตัวนักเพราะหลายประเทศส่วนใหญ่ยังคงมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นจำนวนมากและล่าสุดจีนพบผู้ติดเชื้อใหม่หลังคลายล็อกดาวน์ซึ่งจุดนี้ของไทยเองก็จะต้องระวังอย่างใกล้ชิดเพราะหากพบอีกก็จะนำมาซึ่งการปิดกิจกรรมต่างๆเพื่อป้องกันอีกครั้งซึ่งคงไม่ส่งผลดีต่อแรงซื้อคนไทยแน่นอนเพราะขณะนี้ก็ตกต่ำอยู่แล้ว”นายสุรพงษ์กล่าว

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ปัจจุบันแม้ว่าค่ายรถยนต์จะมีโปรโมชั่นต่างๆออกมาเพื่อกระตุ้นแรงซื้อแต่ก็ต้องยอมรับว่าประชาชนบางส่วนได้รับผลกระทบจากการถูกออกจากงาน การลดเงินเดือน และการให้ทำงานที่บ้าน(Work from Home ) ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ประชาชนโดยภาพรวมต่างไม่มั่นใจรายได้ในอนาคตว่าจะมีเพียงพอใช้จ่ายหรือไม่จึงทำให้ไม่กล้าที่จะจับจ่ายหรือออกรถยนต์ใหม่ ดังนั้น จึงเห็นว่ารัฐบาลจำเป็นจะต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจภาพรวมเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนเกิดการบริโภคและจับจ่ายกันมากขึ้น เพื่อเพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

นายพินัย ศิรินคร ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ สอท.กล่าวว่า สำหรับทางด้าน ผู้ผลิตชิ้นส่วนฯขณะนี้ได้รับผลกระทบจากการที่ยอดขายรถยนต์ที่ลดต่ำลง เนื่องจากประมาณ 80% เป็นการผลิตแบบ OEM (Original Equipment Manufacturer) หรือผลิตเพื่อป้อนให้กับค่ายรถและรับจ้างผลิตเป็นหลักซึ่งทางกลุ่มเองก็พยายามที่จะรักษาระดับแรงงานด้วยการลดต้นทุนเท่าที่จะทำได้โดยเน้นการจัดสัมมนาให้ความรู้ เป็นต้น โดยหลังจากรัฐผ่อนคลายมาตรการระยะ 4 แล้วคาดหวังว่าจะค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้น และคาดว่าตลาดชิ้นส่วน OEM ครึ่งปีนี้จะลดลงกว่า 50%

อนึ่งสำหรับยอดผลิตรถยนต์เดือนเมษายน 2563 มีทั้งสิ้น 24,711 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 83.55% เป็นการลดลงทั้งจากการผลิตเพื่อส่งออกที่ผลิตได้ 13,713 คัน ลดลง 81.76% และการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศผลิตได้ 10,988 คันลดลง 85.35% ซึ่งกำลังการผลิตในเดือนเมษายน เป็นการลดลงต่ำสุดในรอบ 30 ปี ใกล้เคียงกับปี 2533 ที่ประเทศไทยมีกำลังการผลิตรถยนต์ 304,000 คันต่อปี

ทั้งนี้ ยอดขายในประเทศอยู่ที่ 30,109 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 65.02% จากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ประชาชนอยู่บ้านและไม่อยากใช้เงินส่งให้ยอดการส่งออกอยู่ที่ 20,326 คัน ลดลง 69.71% ซึ่งลดลงในทุกตลาดเนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าที่ชะลอตัวลง รวมถึงผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกลดลงตามไปอยู่ที่ 12,389.07 ล้านบาท

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top