546.jpg
พิษโควิดคาด 2 ล้านคนไม่ได้กลับเข้าระบบแรงงาน เตรียมของบช่วยเหลือ

พิษโควิดคาด 2 ล้านคนไม่ได้กลับเข้าระบบแรงงาน เตรียมของบช่วยเหลือ

วันศุกร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 18.37 น.

ผลกระทบโควิดสาหัส “สุริยะ” คาดตกงานไม่ต่ำกว่า 8 ล้านคน แต่ถ้าเปิดโรงงานอีกครั้ง อาจจะมีประมาณ  2 ล้านรายไม่ได้กลับสู่ระบบ เตรียมของบจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ช่วยเหลือให้ค้าขายในชุมชน

เมื่อวันที่ 24 กรกฏาคม 2563 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง "ทิศทางอุตสาหกรรม SME ไทยในยุค New Normal" ในงานสัมมนาเรื่อง "การเปลี่ยนแปลงกฎหมายโรงงานตามพรบโรงงานอุตสาหกรรมฉบับปี 2562"ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19  ทำให้ระบบเศรษฐกิจไทยซึ่งพึ่งพาการส่งออกและท่องเที่ยว ประมาณกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของ GDP ประเทศที่มีขนาด 16-17 ล้านล้านบาท และกระทบภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และโรงงานต่าง ๆ ต้องทยอยปิดไปจากการปิดประเทศและการหยุดผลิตชั่วคราว 


"คาดว่าจะมีแรงงานตกงานมากถึง 8 ล้านคน  ในจำนวนนี้ประเมินว่า หากโรงงานกลับมาเปิดสายการผลิตอีกครั้งอาจจะมีแรงงานประมาณ 2 ล้านคน ไม่กลับเข้าสู่ระบบการทำงานตามเดิมที่เคยทำ ดังนั้น ทางกระทรวงอุตสาหกรรมจึงมีนโยบายที่จะช่วยเหลือให้ประชาชนกลุ่มนี้สามารถทำกิจกกรรมทางการค้าในชุมชนที่อาศัยอยู่ได้ โดยจะทำมาตรการเพื่อเสนอขอใช้วงเงินตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาทมาช่วยเหลือต่อไป แต่ที่มีความสำคัญลำดับแรกในการช่วยเหลือคือ กลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่จะต้องได้รับการช่วยเหลือด้านสินเชื่อเพื่อให้ไม่มีการปลดแรงงาน"นายสุริยะ กล่าว

นายสุริยะ กล่าวด้วยว่า โจทย์ใหญ่ขณะนี้ คือ การปรับยุทธศาสตร์สู่ภาวะปกติใหม่ หรือ New Normal โดยปรับเปลี่ยนการผลิตของประเทศออกจากการเป็นอุตสาหกรรมรับจ้างผลิตที่ไม่ได้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีเอง ไปสู่การผลิตที่มีเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง และประเทศไทยยังไม่สายเกินไปที่จะสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันโดยปรับภาคอุตสาหกรรมไทยไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต สาขาหลักที่จะดำเนินการประกอบด้วย 4 สาขาอุตสาหกรรม ประกอบด้วย 1.การยกระดับการผลิตในระบบอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมชีวภาพ จากระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาแต่เกษตรกรรมไปสู่ระบบเกษตรอุตสาหกรรมโดยเพิ่มเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาในระบบการผลิต 2. การพัฒนาอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไปสู่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกกส์อัฉริยะ ประยุกต์ไปสู่การผลิตอุปกรณ์ IoT สำหรับระบบเกษตรอุตสาหกรรมรองรับการเก็บข้อมูลขนาดใหญ่หรือบิ๊กดาต้า

3.การฟื้นฟูอุตสาหกรรมยานยนต์ด้วยการรักษาอุตสาหกรรมยานยนต์ พร้อมก้าวสู่การผลิตยานยนต์สมัยใหม่แห่งอนาคตหนุนให้มีการลงทุนรถยนต์สมัยใหม่ในประเทศไทยและ 4.การปรับกลุ่มเป้าหมายอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จากท่องเที่ยวเชิงปริมาณสู่การท่องเที่ยวเน้นสุขภาพอนามัย เว้นระยะห่างที่เหมาะสม อุตสาหกรรมเหล่านี้จะเป็นแหล่งรายได้ที่หยั่งยืนของประเทศในยุคต่อไป พร้อมเร่งลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น หุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ อุปกรณ์ทางการแพทย์สมัยใหม่ รถยนต์ไฟฟ้า ไบโอชีวะภาพที่จะต้องมีมาตรฐานการส่งเสริมและประโยชน์การลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่เหมาะสม เพื่อจูงใจให้เกิดการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนในประเทศ

นอกจากนี้ แผนการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมยังต้องให้ความสำคัญการพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมกว่าที่ผ่านมา คือ เน้นการกระจายรายได้และความเจริญไปยังทุกชุมชน โดยจะต้องมีส่วนร่วมในการกินดีอยู่ดีจากการพัฒนาทางเศรษฐกิจอุตสาหกรรมและการประกอบอุตสาหกรรมจะต้องไม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ชุมชนโดยรอบ และต้องรีบดำเนินมาตรการเร่งด่วนคือ ประคับประคองผู้ประกอบการโดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอีไม่ให้ล้มเพื่อรักษาการจ้างงาน เพราะจะมีส่วนช่วยให้การฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศรวดเร็วขึ้น ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรวมกว่า 3 ล้านราย มีการจ้างงานกว่า 14 ล้านตำแหน่งงาน เป็นต้น

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top