นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีการขยายโครงข่ายโทรคมนาคมเพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการพัฒนาไปสู่ยุค 4.0 ตามนโยบายรัฐบาล ทำให้การใช้เส้นเคเบิลเส้นใยแก้วนำแสง (Optical Fiber Cable)เคเบิลทองแดง (Copper Cable) สายกระจาย (Drop Wire) เพิ่มขึ้นตามไปด้วย เมื่อรวมกับที่มีอยู่เดิมแล้วจึงอาจทำให้เกิดความไม่เป็นระเบียบและบางครั้งอาจเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน หรืออาจเกิดไฟไหม้สายสื่อสารได้กนอ.จึงมีแนวคิดจัดระเบียบสายสื่อสารในนิคมอุตสาหกรรมลงใต้ดิน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน และจัดเตรียมระบบสาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวกและการบริการให้กับผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม เพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกันได้
ทั้งนี้ยังเป็นการรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่สูงขึ้นในอนาคต ล่าสุด คณะกรรมการ กนอ.(บอร์ด กนอ.) ที่มีนายนรินทร์ กัลยาณมิตร ประธานบอร์ด กนอ.เป็นประธานการประชุม มีมติเห็นชอบในหลักการของแนวทางดังกล่าวตามที่ กนอ.เสนอ โดยให้เริ่มศึกษาความเป็นไปได้ของการลงทุนฯ ในปี 2564 หากผลการศึกษาแล้วเสร็จจะเริ่มดำเนินโครงการวางท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินในนิคมอุตสาหกรรมได้ในปี 2567 โดยจะเป็นการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP)
พื้นที่เป้าหมายของการวางท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินในนิคมอุตสาหกรรม เพื่อให้บริการโทรคมนาคม ประกอบด้วย นิคมอุตสาหกรรม 14 แห่ง และ ท่าเรืออุตสาหกรรม 1 แห่ง ที่กนอ.บริหารจัดการเอง เนื้อที่ประมาณ 33,855.72 ไร่ มีผู้ประกอบกิจการในพื้นที่ ทั้งสิ้น2,142 ราย โดยกนอ.จะเป็นผู้วางโครงสร้างระบบ 5G ในนิคมอุตสาหกรรมที่ กนอ.กำกับดูแล 14 แห่ง และท่าเรืออุตสาหกรรม 1 แห่ง โดยที่มีเอกชนมาเป็นผู้ร่วมดำเนินการ ซึ่งจะทำให้โรงงานที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมีระบบสัญญาณที่มีเสถียรภาพ และสะดวก รวดเร็วขึ้น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี