บริษัท Car4Sure จำกัด ผู้ก่อตั้ง www.car4sure.com (เว็บไซต์คาร์โฟร์ชัวร์-Car4sure)ซึ่งเป็นเว็บไซต์รวมผู้จำหน่ายรถยนต์มือสองรายใหญ่ระดับชั้นนำของเมืองไทยซึ่งที่มีผู้แทนจำหน่ายรถยนต์มือสองในสังกัดจำนวนทั้งสิ้นกว่า 150 ดีลเลอร์ เปิดเผยถึงผลการสำรวจตลาดรถยนต์มือสองในขณะนี้ว่า ทางคาร์โฟร์ชัวร์-Car4sure ได้ทำการสำรวจดีลเลอร์ในสังกัดเว็บไซต์ คาร์โฟร์ชัวร์ Car4sure จำนวน 150 ดีลเลอร์ ในช่วงเดือนก.ค.2563 จนถึงปัจจุบัน พบข้อมูลเกี่ยวกับการประเมินสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ในประเทศไทย กับการดำเนินธุรกิจรถยนต์มือสองของดีลเลอร์ 150 ดีลเลอร์ ในสังกัด โดยข้อมูลชี้ให้เห็นว่า ดีลเลอร์ในสังกัดคาร์โฟร์ชัวร์-Car4sure ส่วนใหญ่ประเมินว่า สถานการณ์การดำเนินธุรกิจรถยนต์มือสองช่วงดังกล่าวนี้ ยังเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ จนเรียกได้ว่ากลับสู่สภาวะปกติเกือบจะ 100% อาจเหลือเพียงบางธุรกิจที่ยังไม่สามารถกลับมาได้เต็มที่เช่น การท่องเที่ยวจากต่างประเทศ และสายการบิน
ในขณะที่หลายสถาบันการเงินผู้ให้สินเชื่อรถยนต์ได้เริ่มผ่อนคลายความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อในระดับหนึ่งแล้วจึงทำให้ยอดขายรถมือสอง และภาพรวมของตลาดรถมือสองเริ่มฟื้นตัวด้วยกำลังซื้อที่กลับมาเกือบจะปกติเหมือนปีก่อน
อีกทั้งตลาดรถมือสองยังได้ปัจจัยบวกจากการที่โรงงานผลิตรถยนต์ใหม่บางแห่งขาดแคลนชิ้นส่วนมาประกอบรถยนต์ หรือมีความล่าช้าในการขนส่งชิ้นส่วนต่างๆ มาประกอบเป็นรถใหม่ ทำให้ไม่สามารถเดินการผลิตได้เต็มกำลัง ก็ทำให้ยอดขายรถมือสองยังคงมีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งโดยสรุปคาดว่าในไตรมาสที่ 3 (ก.ค.-ก.ย.2563) ที่ใกล้จะจบลงนี้คาดว่า ดีลเลอร์ภายใต้สังกัดคาร์โฟร์ชัวร์-Car4sure จะสามารถทำยอดขายเติบโตขึ้นจากไตรมาสก่อนราว 8%
นอกจากนี้ทางเว็บไซต์คาร์โฟร์ชัวร์- Car4sure ได้มีการสำรวจสถานการณ์การซื้อขายรถยนต์มือสองจาก 150 ดีลเลอร์ ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายรถยนต์มือสองที่เป็นสมาชิกของเราพบว่า เรามียอดขายรวมเกือบ 3 เดือน คือ (ก.ค.ถึงปัจจุบัน) มีจำนวนทั้งสิ้น 4,396 คัน คิดเป็นมูลค่าการซื้อขายรวม 1,992 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนของลูกค้าที่ซื้อด้วยเงินสด 22% และ จัดไฟแนนซ์ 78%
.jpg)
ทั้งนี้เราคาดการณ์ว่าในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ จะยังคงมียอดขายเติบโตขึ้นอีกราว 5-10% เนื่องด้วยเหตุผลที่ว่า ปริมาณรถยนต์ในตลาดมีจำกัดทั้งจากปริมาณการผลิตรถใหม่ที่ลดลง และจำนวนรถยนต์ที่ไฟแนนซ์จะยึดมาขายทอดตลาดยังคงต้องใช้เวลาตามกระบวนการทางกฎหมายซึ่งอาจต้องรอถึงต้นปี 2564 จึงจะมีรถยนต์ที่ยึดเข้ามาขายทอดตลาดเต็มอัตรานั่นเอง
บริษัท Car4Sure จำกัด ผู้ก่อตั้ง www.car4sure.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์รวมผู้จำหน่ายรถยนต์มือสองรายใหญ่ระดับชั้นนำของเมืองไทยที่มีผู้แทนจำหน่ายรถยนต์มือสองในสังกัดจำนวนทั้งสิ้นกว่า 150 ดีลเลอร์ ยังเปิดเผยต่อว่า นอกจากนี้ทางเว็บไซต์คาร์โฟร์ชัวร์-Car4sure ยังได้มีการรวบรวมรถมือสองขายดี 20 อันดับ ในช่วงเดือน ก.ค. 2563 ถึงปัจจุบันโดยสำรวจจากสมาชิกทั้ง 150 ดีลเลอร์ ของคาร์โฟร์ชัวร์-Car4sure พบรถที่ขายดีในช่วงดังกล่าวมีดังนี้
อันดับ 1 TOYOTA ALTIS (2014-2017) จำนวน 211 คัน, อันดับ 2 TOYOTA VIOS (2013-2018) จำนวน 209 คัน, อันดับ 3 TOYOTA YARIS (2014-2016) จำนวน 194 คัน,อันดับ 4 HONDA CITY (2014-2018) จำนวน 187 คัน, อันดับ 5 NISSAN ALMERA (2012-2018) จำนวน 183 คัน, อันดับ 6 TOYOTA CAMRY (2012-2017) จำนวน 155 คัน, อันดับ 7HONDA JAZZ (2014-2018) จำนวน 153 คัน, อันดับ 8 HONDA CIVIC FC/FK (2016-2019) จำนวน 137 คัน, อันดับ 9 TOYOTA ALTIS (2008-2013) จำนวน 136 คัน, อันดับ 10TOYOTA YARIS ATIV (2017-2019) จำนวน 134 คัน
อันดับ 11 MAZDA 2 SkyActiv (2015-2019) จำนวน 133 คัน, อันดับ 12 ISUZU D-Max (2012-2018) จำนวน 129 คัน, อันดับ 13 HONDA ACCORD (2008-2012) จำนวน 121 คัน, อันดับ 14 TOYOTA VIGO CHAMP (2011-2015) จำนวน 114 คัน, อันดับ 15 MITSUBISHI ATTRAGE (2013-2019) จำนวน 108 คัน, อันดับ 16 TOYOTA FORTUNER (2005-2010) จำนวน 96 คัน, อันดับ 17 HONDA CIVIC FB (2012-2015) จำนวน 93 คัน, อันดับ 18 HONDA CR-V (2007-2012) จำนวน 91 คัน, อันดับ 19TOYOTA REVO (2015-2019) จำนวน 90 คันอันดับ 20 MITSUBISHI PAJERO (2008-2014) จำนวน 87 คัน ส่วนรุ่นอื่นๆ 1,635 คันนั่นเอง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี