22 ธ.ค. 2563 นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวในวงเสวนา “จับจังหวะ4เครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทยปี64 หลังโควิด-19คลี่คลาย” ภายในกิจกรรม “แนวหน้า forum#3 : ก้าวข้ามวิกฤต covid-19 กับแม่ทัพใหญ่กระทรวงเศรษฐกิจ” ที่ รร.มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ย่านหลักสี่ กรุงเทพฯ ว่า หากวันหนึ่งสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 คลี่คลายลง นักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับมาประเทศไทยอย่างแน่นอน แต่การกลับมาในอนาคตจะไม่เหมือนเดิมอย่างที่ผ่านมา
อาทิ อาจจะไม่เห็นภาพรถทัวร์นับสิบคันพานักท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ เพราะวิกฤติโรคระบาดครั้งนี้ทำให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนพฤติกรรมไปเป็นการเดินทางกับกลุ่มคนที่ไว้ใจมากกว่าเดินทางด้วยรถโค้ชขนาด 40 ที่นั่งที่ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร เห็นได้จากการท่องเที่ยวในช่วงที่มีการรับมือสถานการณ์โควิด-19 จะพบการขับรถไปท่องเที่ยวกันเองกับสมาชิกในครอบครัว เพราะมั่นใจในพ่อแม่ ภรรยาและลูกที่อยู่ด้วยกันทุกวัน นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจะคำนึงถึงความปลอดภัยด้านสุขอนามัยมากขึ้น เช่น ความสะอาด ระบบคัดกรองโรค
ซึ่ง ททท. พยายามสนับสนุนโครงการตราสัญลักษณ์ “SHA (Safety and Health Administration)” กับสถานประกอบการ เช่น โรงแรม ที่แม้จะไม่ได้หมายความว่าสถานที่ดังกล่าวปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ จากโควิด-19 แต่จะช่วยสร้างความมั่นใจในระดับหนึ่ง หมายถึงมีผลในเชิงจิตวิทยา และผู้ประกอบการเองเมื่อได้รับตราสัญลักษณ์ดังกล่าวแล้วก็ต้องรักษามาตรฐานตามที่กำหนดโดยกระทรวงสาธารณสุขด้วย โดยโครงการนี้เป็นความร่วมมือกันระหว่างกระทรวงสาธารณสุขกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
นายธเนศวร์ กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติคงยังไม่กลับมาภายในไตรมาสแรกของปี 2564 เพราะทั่วโลกยังคงลำบากกับสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 หลายประเทศยังใช้มาตรการล็อกดาวน์ แม้กระทั่งประเทศจีนก็ยังไม่อนุญาตให้ประชาชนเดินทางไปต่างประเทศ ทั้งนี้ในภาวะปกติ สัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติจะอยู่ที่ร้อยละ 70 ส่วนชาวไทยอยู่ที่ร้อยละ 30 แต่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 พบสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยเพิ่มขึ้น
ถึงกระนั้น ลำพัง ททท. คงไม่สามารถกระตุ้นการท่องเที่ยวได้ขนาดนี้ หากไม่ได้รับการสนับสนุนมาตรการกระตุ้นจากกระทรวงการคลัง โดยหากนับจากช่วงครึ่งปีหลังที่เริ่มมีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ตามด้วยช่วงที่ออกมาตรการเราเที่ยวด้วยกัน มาจนถึง 10 วันแรกของเดือน ธ.ค. 2563 มีห้องพักถูกจองไปแล้ว 5 ล้านห้อง และกำลังจะเตรียมเพิ่มอีก 1 ล้านห้อง แต่ก็ต้องมาเจอสถานการณ์โควิด-19 รอบใหม่ที่ จ.สมุทรสาคร เสียก่อน ทำให้หลายคนที่วางแผนเตรียมการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 หยุดชะงักเพื่อรอดูสถานการณ์ว่าจะควบคุมได้หรือไม่
“อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมที่มีข้อเสียสำคัญมาก คือเป็นอุตสาหกรรมที่มีความเปราะบางมาก เพราะฉะนั้นมีเหตุการณ์อะไรแรงๆ เข้ามา มันจะกระทบแล้วก็นำไปสู่การตัดสินใจที่จะหยุดการเดินทาง ก็เป็นเรื่องที่ ททท. ค่อนข้างจะเสียดายสำหรับเหตุการณ์ที่สมุทรสาคร ขณะนี้ก็ได้แต่มุ่งหวังว่าเจ้าหน้าที่ ขีดความสามารถของกระทรวงสาธารณสุขของไทย จะสามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ให้ได้ แล้วก็ถ้าเกิดจบได้ภายใน 7 วัน ตามที่ทาง ครม. (คณะรัฐมนตรี) ได้ส่งสัญญาณมา ผมคิดว่าคุณูปการ ความมั่นใจตรงนี้ก็จะกลับมา” นายธเนศวร์ ระบุ
รองผู้ว่าฯ ททท. ยังกล่าวอีกว่า หากควบคุมสถานการณ์การระบาดในรอบนี้ได้ ผลที่ได้อาจเชื่อมโยงไปถึงสถานการณ์หลังปีใหม่ 2564 เพราะจะมีมาตรการอื่นๆ ที่กระทรวงการคลังเตรียมไว้รอปล่อยออกมา ทั้งนี้ ตนยังไม่ได้กล่าวถึงมาตรการใหม่ๆ เช่น เที่ยวไทยวัยเก๋า เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในกลุ่มประชากรวัยเกษียณ หรือการส่งเสริมการท่องเที่ยวในกลุ่มคนโสด เป็นต้น ดังนั้นการควบคุมสถานการณ์ที่ จ.สมุทรสาคร จึงมีความสำคัญต่อตลาดการท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจเครื่องเดียวที่ยังเหลืออยู่ตอนนี้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี