546.jpg
นักธุรกิจค้านฟิลิปปินส์  ตอบโต้ทางภาษีกับไทย  กรณีนำเข้าสินค้าบุหรี่

นักธุรกิจค้านฟิลิปปินส์ ตอบโต้ทางภาษีกับไทย กรณีนำเข้าสินค้าบุหรี่

วันอาทิตย์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นักธุรกิจค้านฟิลิปปินส์

ตอบโต้ทางภาษีกับไทย


กรณีนำเข้าสินค้าบุหรี่

หวั่นกระทบศก.2ชาติ

ภาคอุตสาหกรรมค้านการระงับสิทธิภาษีสำหรับการส่งออกจากไทยไปยังฟิลิปปินส์ หวั่นห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคอาจหยุดชะงักและราคาสินค้าสูงขึ้น ส่งผลกระทบหนักทั้งสองประเทศ

สื่อต่างประเทศรายงานว่า คณะกรรมการด้านภาษีของฟิลิปปินส์ เปิดรับฟังความเห็นประชาพิจารณ์ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เร้นท์ เมื่อเร็วๆ นี้ เกี่ยวกับรายการสินค้าที่เสนอให้ระงับสิทธิ์ประโยชน์หรือตอบโต้ กรณีพิพาทสินค้าบุหรี่นำเข้า ที่ฟิลิปปินส์ฟ้องไทยภายใต้องค์การค้าโลก โดยครอบคลุมสินค้า เช่น ยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้า สินค้าเกษตร (ข้าวโพด ข้าว) ยาและเครื่องสำอาง ยางล้อ และผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงอาหาร เป็นต้นนั้น

แผนการตอบโต้ดังกล่าว สืบเนื่องจากกรมการค้า ประเทศฟิลิปปินส์ยื่นขออนุญาตจากองค์การการค้าโลก (WTO) เพื่อใช้สิทธิระงับการให้สิทธิภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าไทย เพื่อตอบโต้ไทยในกรณีข้อพิพาทคดีบุหรี่นำเข้าที่ยืดเยื้อมากว่า 13 ปี

ตัวแทนภาคอุตสาหกรรมจากทั้งฟิลิปปินส์และไทยที่เข้าร่วมการประชาพิจารณ์แสดงความคิดเห็นและชี้แจงผลกระทบต่อคณะกรรมการพิกัดอัตราภาษีศุลกากรของฟิลิปปินส์ (Tariff Commission: TC) ภายหลังที่ TC เสนอรายการสินค้า 112 รายการ ใน 37 กลุ่มภาษีที่อาจจะถูกระงับสิทธิทางศุลกากร

นายรอมเมล กูเทียร์เรซ ประธานหอการค้าผู้ผลิตยานยนต์ของฟิลิปปินส์ (CAMPI) กล่าวระหว่างการทำประชาพิจารณ์ออนไลน์ว่า ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการรวมสินค้ารถยนต์ 32 รายการ ประเภทไว้ในรายการผลิตภัณฑ์ที่ฟิลิปปินส์จะใช้สิทธิตอบโต้ประเทศไทย

“รถยนต์ที่ผลิตและนำเข้าแบบทั้งคันจากประเทศไทย (Completely Built Units: CBU) มีบทบาทสำคัญต่อตลาดรถยนต์ของฟิลิปปินส์ การเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมไม่ว่าจะในรูปแบบของมาตรการปกป้องการนำเข้าสินค้าหรือการตอบโต้ล้วนแต่จะทำให้ราคาของยานยนต์ในตลาดเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก” เขาระบุ และยังกล่าวว่าการระงับสิทธิสินค้าไทยดังกล่าว

อาจส่งผลกระทบต่อฐานการผลิตของผลิตภัณฑ์ยานยนต์ทั้งหมดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงฟิลิปปินส์ด้วย

ด้าน แดนนี่ โง ประธานสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกของฟิลิปปินส์ เสริมว่า หากโพลีเอทิลีนถูกรวมเข้าไปในการรายการที่จะถูกระงับสิทธิพิเศษ จะเป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิตในท้องถิ่นและทำให้สินค้าในประเทศมีราคาแพงขึ้นและแข่งขันได้น้อยลง ซึ่งผลที่ตามมาคือการผลิตในประเทศจะหยุดชะงักอย่างรุนแรง เนื่องจากผู้บริโภคเปลี่ยนไปบริโภคสินค้านำเข้า ดังนั้นจึงเสี่ยงต่อสถานะการจ้างงานของแรงงานหลายพันคนในฟิลิปปินส์

เขากล่าวว่าการเพิ่มภาษีเชิงตอบโต้แก่โพลีเอทิลีนจะสร้างปัญหาในการจัดหาวัสดุ เนื่องจากปัจจุบันนี้ ประเทศไทยเป็นแหล่งวัสดุหลักของฟิลิปปินส์

ด้านตัวแทนจากประเทศไทยซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรัฐบาลและภาคอุตสาหกรรมที่เข้าร่วมประชุม ได้ร้องขอให้รัฐบาลฟิลิปปินส์ยกเลิกแผนการตัดสิทธิประโยชน์ด้านภาษีศุลกากรกับสินค้าที่นำเข้าจากประเทศไทย และชี้ว่าฟิลิปปินส์ควรรอให้ WTO เป็นผู้ตัดสินใจในเรื่องนี้

ขณะที่ แองเจโล ซัลวาดอร์ เบเนดิกโตส ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักความสัมพันธ์การค้าระหว่างประเทศของ DTI ยังคงยืนยันว่า ทางหน่วยงานกำลังขออนุญาตจากองค์การระงับข้อพิพาท (DSB) ของ WTO เพื่อดำเนินการระงับสิทธิประโยชน์ทางศุลกากรเนื่องจากไทยเพิกเฉยต่อการปฏิบัติตามคำตัดสินของ WTO

“ตัวแทนจากประเทศไทยควรเรียกร้องให้ผู้นําของประเทศดําเนินการให้สอดคล้องกับบทบัญญัติต่างๆ ตามคำตัดสินของ WTO เกี่ยวกับข้อพิพาทการนำเข้าบุหรี่ที่มีออกมาก่อนหน้านี้”

กรณีพิพาทภาษีบุหรี่ระหว่างรัฐบาลฟิลิปปินส์และไทย เริ่มมาตั้งแต่ในปี 2551 และ WTO ได้ตัดสินให้ฟิลิปปินส์เป็นฝ่ายชนะ และยังชนะการอุทธรณ์ของไทยในเวลาต่อมาอีกด้วย แต่ไทยก็ไม่ได้ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง ทำให้ฟิลิปปินส์จำเป็นต้องประกาศตอบโต้ทางการค้ากับไทย “ปัญหานี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2551 นี่ก็ล่วงเลยมาถึงปี 2564 แล้ว และเราไม่พบวิธีแก้ปัญหาใด ๆ แม้ว่าฟิลิปปินส์จะชนะคดีและการอุทธรณ์ทั้งหมดแล้วก็ตาม เราอยากให้ตัวแทนภาคอุตสาหกรรมของไทยชี้แจงให้รัฐบาลของพวกเขาปฏิบัติให้ถูกต้องตามคำสั่ง WTO ที่เกี่ยวข้องกับกรณีพิพาทนี้” เบเนดิกโตส กล่าว

ขณะที่ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมและเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยไม่เห็นด้วยกับมาตราการของทางการฟิลิปปินส์ เพราะเห็นว่า”ฟิลิปปินส์และไทยอยู่ในเครือข่ายการผลิตเดียวกัน ทั้งวัตถุดิบ ส่วนประกอบ รวมไปถึงสินค้าสำเร็จรูป สองประเทศต่างพึ่งพากันและกัน ดังนั้น มาตรการตอบโต้ลักษณะนี้จะทําร้ายทั้งสองฝ่าย

ตัวแทนจากสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA) เสนอให้ DTI ชะลอแผยการตอบโต้ประเทศไทย โดยชี้ว่าอุตสาหกรรมกำลังได้รับผลกระทบจากมาตรการก่อนหน้านี้ของ DTI ที่ประกาศเก็บภาษีเพิ่มจากมาตรการปกป้องจากการนำเข้า สำหรับรถยนต์โดยสารทุกคันที่นำเข้าจากต่างประเทศ จำนวน 70,000 เปโซ และ 110,000 เปโซสำหรับรถยนต์เชิงพาณิชย์ขนาดเล็กทุกคันที่นำเข้า

ทั้งนี้ จากข้อมูลของ TAIA รถยนต์ที่ผลิตและนำเข้าแบบทั้งคันจากประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ในช่วงปี 2018 - 2019 แต่ลดลงเมื่อปีที่แล้วเนื่องจากผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 และการล็อคดาวน์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top