นายสุพันธุ์ มงคลสุธี สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) เปิดเผยว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกนี้ยอมรับว่า หนักหน่วงไม่แพ้ครั้งแรกและมีความกังวลค่อนข้างมาก เพราะมีจำนวนผู้ติดเชื้อสูง โดยเบื้องต้นประเมินผลกระทบครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัวไปอย่างน้อย 1 เดือน และหากยังไม่สามารถหยุดยั้งการแพร่ระบาดได้จะเกิดความเสียหายลุกลามต่อไปเดือนละ 1 แสนล้านบาทแน่นอน
ดังนั้น ภาคเอกชนเห็นว่ามีความจำเป็นต้องล็อกดาวน์เฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงและมีการแพร่ระบาดสูงในบางพื้นที่ บางธุรกิจหรือบางอาชีพอย่างน้อย 15 วันซึ่งภาคเอกชนรับได้ และถ้าประเมินสถานการณ์แล้วหมดความสุ่มเสี่ยง ก็ค่อยผ่อนคลายเป็นมาตรการป้องกันแทนมาตราการล็อกดาวน์
“หากไม่ล็อกดาวน์เลยจะยิ่งสร้างความเสียหายเพิ่มขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะภาคบริการนิ่งสนิทได้รับความเสียหายมากที่สุด” นายสุพันธุ์กล่าว
ทั้งนี้ ล่าสุด 4 คณะทำงานเพื่อเร่งสนับสนุนจัดหาและกระจายวัคซีนโควิด-19 จากภาคเอกชน 3 สถาบัน ประกอบด้วย สอท. สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ได้หารือร่วมกันและรวบรวมข้อสรุปเตรียมนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีพิจารณาในวันที่ 28 เม.ย. 2564 ซึ่งแต่ละคณะทำงานได้ทำงานอย่างเต็มที่ให้มีข้อสรุปออกมาชัดเจนเน้นการแก้ปัญหาจำนวนวัคซีนโควิด-19 ที่ยังมีไม่เพียงพอเป็นหลัก
นายสุพันธุ์กล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ได้รับมีความเสียหายเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่อิงธุรกิจภาคบริการ และอุตสาหกรรมบางส่วนที่อิงตลาดในประเทศ ดังนั้น หากรัฐบาลบริหารจัดการเรื่องการกระจายวัคซีนได้เร็วขึ้นให้ประชาชนได้รับวัคซีนภายในเดือน มิ.ย. 2565 ประมาณ 20-30 ล้านโดส ก็เชื่อว่าจะช่วยบรรเทาความเสียหายทางเศรษฐกิจและสามารถกลับฟื้นคืนมาได้แน่นอน
ขณะที่ อุตสาหกรรมที่อิงการส่งออกส่วนใหญ่ปรับตัวดีขึ้นหมด เพราะเศรษฐกิจโลกดีขึ้น เช่น สหรัฐโตเกือบ 6% จีนมากกว่า 8% หรืออาจโตเป็นตัวเลขสองหลักประกอบกับการฉีดวัคซีนในหลายประเทศ รวมทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ อาทิ สหรัฐ จีนและยุโรป ช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจโลกมีทิศทางที่ดีขึ้น เห็นได้จากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือน มี.ค. 2564 อยู่ที่ระดับ 87.3 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ระดับ 85.1 เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุนจากอุปสงค์ในประเทศและต่างประเทศขยายตัวต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อภาคการผลิต รวมทั้งการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องยังช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายและการบริโภคในประเทศ
นายสุพันธุ์กล่าวว่า สอท.มีข้อเสนอให้ภาครัฐเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชาชน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนเกี่ยวกับความปลอดภัยของวัคซีน สนับสนุนให้เอกชนนำเข้าวัคซีนที่ได้ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) แล้ว เพื่อช่วยให้การฉีดวัคซีนเร็วขึ้น ขอให้ภาครัฐดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เร่งแก้ไขปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ของผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) และเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ที่ยังเป็นปัญหาต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือผู้ส่งออก
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี