546.jpg
WHAมั่นใจครึ่งปีหลังธุรกิจฟื้น ลุยพัฒนานิคมฯรองรับทุนไทย-เทศ

WHAมั่นใจครึ่งปีหลังธุรกิจฟื้น ลุยพัฒนานิคมฯรองรับทุนไทย-เทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

 

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอคอร์ปอเรชั่น (WHA Group) เปิดเผยว่าภาพรวมธุรกิจครึ่งปีหลังมีแนวโน้มสดใสขึ้น จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการผลิตและการลงทุนจากต่างประเทศจะเริ่มส่งสัญญาณชัดเจนขึ้น ตามแผนการผลิตและกระจายวัคซีนของประเทศไทย และประเทศต่างๆ ทั่วโลก บริษัทฯ จึงคงเป้ายอดขายที่ดินในไทยสำหรับปี 2564 ไว้ที่ 725 ไร่


อีกทั้งยังพัฒนานิคมใหม่ๆ คาดว่าปีนี้จะเปิดเพิ่ม3 แห่ง จากก่อนนี้ได้เปิดนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอระยอง 36 รองรับการลงทุนของนักลงทุนสนใจทั้งไทย และต่างชาติ รวมทั้งเปิดให้เช่าพื้นที่ภายใน TusPark WHA ศูนย์บ่มเพาะนวัตกรรมแห่งใหม่ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ส่วนนิคมอุตสาหกรรมในเวียดนามนั้นกำลังเร่งทำยอดขาย พร้อมก่อสร้างในส่วนจองเฟส 1 ส่วนที่เหลือเพื่อให้เป็นไปตามเป้ายอดขายที่ดินในเวียดนามสำหรับปีนี้ที่ 305 ไร่ พร้อมวางแผนพัฒนาเฟส 2 และเฟส 3 ที่คิดเป็นพื้นที่รวมเพิ่มเติมอีก 4,700 ไร่ รวมถึงขอใบอนุญาตและการอนุมัติโครงการเพื่อพัฒนาเขตอุตสาหกรรมอีก 2 แห่ง ในจังหวัดถั่งหัวบนพื้นที่รวมกว่า 7,500 ไร่

ส่วนธุรกิจโลจิสติกส์ ซึ่งมีคลังสินค้า Built-to-Suit และ Warehouse Farm บริษัทฯ ยังคงเป้าให้บริการพื้นเช่านี้ไว้ที่ 175,000 ตารางเมตร และการขายทรัพย์สิน และสิทธิการเช่าทรัพย์สินให้กับกองทรัสต์เพิ่มเติมอีก 180,000 ตารางเมตร คาดว่าจะรับรู้รายได้ในไตรมาส 4 อีกทั้งยังมีแผนพัฒนาโครงการศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่อีก 5 โครงการบนพื้นที่รวมกว่า 400,000 ตารางเมตรภายใต้รูปแบบ “คลังสินค้าอัจฉริยะ”

ในส่วนของธุรกิจสาธารณูปโภค เติบโตมากขึ้นจากยอดการใช้น้ำ และไฟฟ้าภายในนิคมฯ โดยบริษัทฯ ยังได้พัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์น้ำมูลค่าเพิ่ม (Value
added product) เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าในนิคมฯปัจจุบันดำเนินการโครงการ Reclamation Plant ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กำลังการผลิต 25,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน

ส่วนธุรกิจไฟฟ้าเซ็นสัญญาโครงการพลังงาน ไฟฟ้าแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาเพิ่มอีกกว่า10 เมกะวัตต์ รวมเป็นการเซ็นสัญญาสะสม61 เมกะวัตต์ เริ่มเปิดดำเนินงานเชิงพาณิชย์ (COD)เพื่อผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับลูกค้าในไตรมาส 1 รวม 4 เมกะวัตต์ ทำให้ ปัจจุบันมีกำลังการผลิตที่เปิดดำเนินการอยู่ที่44 เมกะวัตต์ คาดว่าปีนี้จะเซ็นเพิ่มอีกไม่น้อยกว่า 40 เมกะวัตต์ บริษัทฯ คงเป้าการเซ็นสัญญาที่90 เมกะวัตต์ ณ สิ้นปี 2564 และเพิ่มเป็น300 เมกะวัตต์ในปี 2566

พร้อมทั้งขออนุญาตเปิดใช้งานระบบซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ภายในพื้นที่นิคมฯควบคู่ไปกับการเตรียมติดตั้งเพื่อทดสอบระบบกักเก็บพลังงานบนโรงกรองน้ำบริษัทฯ ส่วนธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์มอยู่ระหว่างการจัดทำแผนการลงทุน 5G Tower ร่วมกับผู้ให้บริการโทรคมนาคมชั้นนำเพื่อติดตั้งและทดสอบการใช้งานจริงของโซลูชั่น 5Gภายในเขตนิคมฯควบคู่ไปกับการขยายการให้บริการเชื่อมต่อสื่อสารแบบโครงข่ายสายเคเบิลใยแก้วนำแสง (FTTx) ภายในพื้นที่นิคมฯทั้งหมด

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top