533.jpg
กรมพัฒนาฯ เผยสถิติผู้ทำบัญชีตลอดปี 2567 ยอดเพิ่มกว่า 5,700 คน

กรมพัฒนาฯ เผยสถิติผู้ทำบัญชีตลอดปี 2567 ยอดเพิ่มกว่า 5,700 คน

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.06 น.

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เผยสถิติผู้ทำบัญชี ในปี 2567 ว่า มีผู้ทำบัญชีทั้งสิ้นจำนวน78,268 คน เพิ่มขึ้น 5,705 คน เมื่อเทียบกับปีก่อน โดย 5 อันดับจังหวัดที่มีผู้ทำบัญชีมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จำนวน 29,882 คน รองลงมาคือจังหวัดนนทบุรี 5,231 คน สมุทรปราการ  4,727 คน ปทุมธานี 3,098 คน และชลบุรี 3,095 คน คิดเป็นกว่าร้อยละ 58 ของผู้ทำบัญชีที่มีอยู่ทั้งหมดทั่วประเทศ หากนำมาเปรียบเทียบกับนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ตามจังหวัดของผู้ทำบัญชี 5 อับดับสูงสุด พบว่า มีนิติบุคคล 542,125 ราย คิดเป็นกว่า  ร้อยละ 58 ของนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด ซึ่งมีนิติบุคคลเฉลี่ย 11-12 นิติบุคคล ต่อผู้ทำบัญชี 1 คน จะเห็นได้ว่าจำนวนผู้ทำบัญชีมีเพียงพอและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นซึ่งสอดคล้องกับจำนวนนิติบุคคลที่มีแนวโน้มการเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน โดยในปี 2568 นี้ กรมฯ อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบงานผู้ทำบัญชี (e-Accountant) ให้รองรับกับร่างประกาศกรม เรื่อง กำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชีที่คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในปี 2569 โดยมีแผนการพัฒนาระบบให้มีความทันสมัย มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกกรมฯ เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการใช้งานของผู้ทำบัญชี และข้อมูลมีความถูกต้อง สามารถตรวจสอบได้ นอกจากนี้ธุรกิจยังสามารถค้นหาผู้ทำบัญชี เพื่อจัดทำบัญชีให้กับธุรกิจได้ รวมทั้งตรวจสอบสถานะของผู้ทำบัญชีและการแจ้งรับทำบัญชีของผู้ทำบัญชีตนเองได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ผู้ทำบัญชีมีความสำคัญต่อภาคธุรกิจ นอกจากมีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านบัญชีแล้ว ยังต้องมีความรู้ด้านการบริหารจัดการธุรกิจ ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพงานด้านบัญชี สนับสนุนข้อมูลให้ผู้บริหารเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจวางแผนและกำหนดแนวทางการทำงาน  ดังนั้นผู้ทำบัญชีจึงมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนธุรกิจและการดำเนินงานต่างๆ เพื่อสะท้อนสุขภาพที่แท้จริงของธุรกิจ  โดยตลอดปี 2567 กรมฯ ได้เดินสายส่งเสริมให้ความรู้เรื่องรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงินฉบับใหม่ที่เริ่มบังคับใช้สำหรับงบการเงินรอบปีบัญชีที่เริ่มต้นในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นมา ซึ่งจะต้องนำส่งงบการเงินในเดือนพฤษภาคม 2568 นี้ และยังให้ความสำคัญในเรื่องความรู้ที่เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน และข้อบกพร่องในการจัดทำบัญชีเพื่อกำกับให้ภาคธุรกิจปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีการจัดอบรมให้แก่ผู้ทำบัญชี ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และผู้ที่สนใจ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ซึ่งมีผู้เข้าร่วมการอบรมแล้วกว่า 1,740 คน พร้อมเน้นย้ำให้ผู้ทำบัญชีปฏิบัติตามจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการจัดทำบัญชีที่ถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้


นอกจากนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้ายังเร่งพัฒนาศักยภาพให้กับนิสิต/นักศึกษาในสถาบันการศึกษาต่างๆ ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ผ่านโครงการสร้างนักบัญชีคุณภาพรุ่นใหม่ (Young & Smart Accountants) ซึ่งเป็นการเรียน  ในรูปแบบ e-Learning และยังสามารถเลือกหลักสูตรเพิ่มเติมจากที่อบรมผ่านระบบ Zoom โดยกรมฯ ได้สรรหาวิทยากรจากผู้มีประสบการณ์ เช่น หลักสูตร Transformative Accounting ปรับเปลี่ยนการปฏิบัติงานด้านบัญชีด้วยเทคโนโลยียุคดิจิทัล และหลักสูตรความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการจดทะเบียนนิติบุคคล เป็นต้น และในปีนี้ได้ปรับปรุงหลักสูตรให้มีความหลากหลายและสอดคล้องกับบริบทการทำงานของนักบัญชียุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานบัญชีคุณภาพที่ผ่านการรับรองจากกรมฯ ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ จำนวน 180 สำนักงาน มาแบ่งปันประสบการณ์ของนักบัญชีจากพี่สู่น้อง ขอเชิญชวนสถาบันการศึกษาที่สนใจเข้าร่วมโครงการสร้างนักบัญชีคุณภาพรุ่นใหม่ (Young & Smart Accountants) เพื่อปลูกเมล็ดพันธุ์นักบัญชีให้เตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้ทำบัญชี หรือผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีที่มีคุณภาพ มีธรรมาภิบาล ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัล พร้อมสร้างความเข็มแข็งให้แก่ธุรกิจไปด้วยกัน

"ผู้ทำบัญชี และสำนักงานบัญชี ต้องที่ปรึกษาที่ดี พร้อมสนับสนุนข้อมูลที่มีประสิทธิภาพเพื่อการตัดสินใจและสร้างความเข็มแข็งให้กับธุรกิจ โดยต้องไม่แนะนำหรือส่งเสริมให้ธุรกิจทำผิดกฎหมาย เช่น การถือหุ้นแทนคนต่างชาติ (นอมีนี) หรือการเปิดบัญชีม้าในรูปแบบนิติบุคคลโดยเด็ดขาด" อธิบดีอรมน กล่าว

- 030 

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top