533.jpg
กสทช. เตรียมประชาพิจารณ์ แผนรับรองรับใบอนุญาตทีวีดิจิตอลหมดอายุปี 2572

กสทช. เตรียมประชาพิจารณ์ แผนรับรองรับใบอนุญาตทีวีดิจิตอลหมดอายุปี 2572

วันจันทร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2568, 10.20 น.

นางสาวอรดา เทพยายน ผู้ช่วยเลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยว่าว่า เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมบอร์ด กสทช. เป็นเวลา  2 วัน โดยมีระเบียบวาระเข้าสู่ที่ประชุม กสทช. จำนวนทั้งสิ้น 67 วาระ ผ่านการพิจารณาทั้งสิ้น 31 วาระ ได้แก่ วาระที่เกี่ยวกับการอนุญาตประกอบกิจการ การกำกับดูแลผู้รับใบอนุญาต การอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อการพัฒนาและทดสอบนวัตกรรมในพื้นที่กำกับดูแลเป็นการเฉพาะ การอนุญาตจัดสรรเลขหมาย รวมทั้งการจัดทำฉากทัศน์ในอนาคตของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทย

ทั้งนี้ วาระที่ได้รับความสนใจติดตามจากผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ คือ เรื่องการจัดทำข้อมูลฉากทัศน์ในอนาคตของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทย โดยในวันนี้ กสทช. ได้มีมติรับทราบ บทวิเคราะห์ฉากทัศน์ในอนาคตของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทย และกำหนดแนวทางในการกำกับดูแลและส่งเสริมการประกอบกิจการโทรทัศน์ ให้สำนักงาน กสทช. นำกรอบเวลาและแนวทางการดำเนินการในมิติต่างๆ ภายใต้กฎหมายปัจจุบันไปจัดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ รวมทั้งให้นำประเด็นข้อสังเกตจากที่ประชุมไปประกอบการพิจารณาร่วมด้วย เพื่อเตรียมการก่อนใบอนุญาตทีวีดิจิตอลจะสิ้นสุดลงในเดือน เม.ย. 2572 โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้


1.การจัดสรรคลื่นความถี่ฯ กิจการทางธุรกิจ ต้องมีการกำหนดจำนวนช่องและมาตรฐานความคมชัด กำหนดแนวทางเกี่ยวกับคลื่นฯ และปรับปรุงประสิทธิภาพของโครงข่าย จัดทำแผนความถี่วิทยุ ประกาศหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาต แนวทางการดำเนินงานให้บริการ MUX หลังสิ้นสุดใบอนุญาตปี 2571 กำหนดราคาตั้งต้นการประมูลเพื่อไปสู่การประมูลคลื่นความถี่ในไตรมาสที่ 4 ปี 2571 และอนุญาตให้ใช้คลื่นฯ/ประกอบการในเดือน เม.ย.2572

2. การสร้างกรอบการกำกับดูแลที่ยืดหยุ่น จะมีการวิเคราะห์และทบทวนกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบกิจการ รวมถึงปรับปรุง พัฒนากฎระเบียบในการกำกับดูแลการประกอบกิจการ

3. การลดภาระต้นทุนอื่น ได้แก่ ค่าเช่าใช้ MUX จะมีการวิเคราะห์และทบทวนวิธีการกำกับดูแลอัตราค่าเช่าใช้ และดำเนินการปรับปรุงประกาศฯ ที่เกี่ยวข้อง กรณีพบว่า มีวิธีการกำกับดูแลวิธีอื่นที่เหมาะสมกว่าวิธีในปัจจุบัน และเรื่องกฎ Must Carry ต้องมีการจัดทำรายงานผลการศึกษา เพื่อนำเสนอ กสทช.

4. การส่งเสริมการประกอบกิจการ ได้แก่ ด้านเนื้อหารายการ มีการส่งเสริมการผลิตเนื้อหารายการที่เป็นประโยชน์ ผ่านประกาศหลักเกณฑ์การสนับสนุนรายการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม การประเมินคุณภาพเนื้อหารายการในกิจการโทรทัศน์เพื่อส่งเสริมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยมีการจัดทำเกณฑ์ และดำเนินการประเมินคุณภาพเนื้อหารายการ การพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบกิจการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับการจัดทำบริการสำหรับคนพิการ

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีการพิจารณาวาระที่เกี่ยวกับการสนับสนุนด้านนวัตกรรม โดย กสทช. มีมติอนุญาตให้ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ประสานงานการใช้คลื่นความถี่เพื่อการพัฒนาและทดสอบนวัตกรรมในพื้นที่กำกับดูแลเป็นการเฉพาะ (Regulatory Sandbox) ในพื้นที่โครงการนวัตกรรม ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก โดยมีระยะเวลาการอนุญาต 5 ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต รวมทั้งเห็นชอบแนวทางการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ในพื้นที่กำกับดูแลเป็นการเฉพาะของบริษัทฯ มีขอบเขต ดังนี้

1) พื้นที่กำกับดูแลเป็นการเฉพาะ ได้แก่ ที่ตั้งโครงการนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ในพื้นที่ ต.ป่ายุบใน อ.วังจันทร์ จ.ระยอง มีพื้นที่รวม 2,345 ไร่ 1 งาน 75.3 ตารางวา

2) คลื่นความถี่ที่ประสงค์จะให้มีการพัฒนาและทดสอบนวัตกรรม ได้แก่ คลื่นความถี่ย่าน 410 -480 MHz,

481 - 525 MHz, 902 - 905 MHz, 915 -920 MIHz, 925 - 928 MHz, 1616-1625 MHz, 3300 - 4200 MHz,

5850 - 5925 MHz, 8300 - 8600 MHz, 9300 - 9800 MlHz, 15400-16700 MHz และ 76500 - 77000 MHz

และ 3) การประยุกต์ใช้งานหรือนวัตกรรมเป้าหมายในพื้นที่ โดยจำแนกตามเทคโนโลยี ได้แก่ การประยุกต์ใช้งานกับอากาศยานไร้คนขับ การพัฒนาด้านเทคโนโลยีอวกาศ การพัฒนาด้านรถขับเคลื่อนอัตโนมัติและการสื่อสาร V2X และการประยุกต์ใช้อุปกรณ์ตรวจจับอากาศยานไร้คนขับ สำหรับการใช้งานเพื่อความมั่นคงของรัฐ

- 030 

 

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top