วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ชี้ชะตาทีวีดิจิทัล! 8 องค์กรขีดเส้นตาย‘กสทช.’คลอดแผนแม่บทภายใน 30 มิ.ย.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน 8 องค์กร นำโดยนายเดียว วรตั้งตระกูล เลขานุการสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) พร้อมด้วยผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ เข้ายื่นหนังสือต่อ ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ขอให้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายดำเนินการออกประกาศแผนแม่บทกิจการโทรทัศน์ และแผนที่นำทาง (Roadmap) ทีวีดิจิทัล ภายหลังการสิ้นสุดอายุใบอนุญาตปี 2572 โดยมี พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข เลขานุการประจำประธาน กสทช. เป็นผู้รับมอบ
นายเดียว ระบุว่า ที่ผ่านมาได้มีการนำเสนอข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอเชิงนโยบายต่อ กสทช. อย่างต่อเนื่อง รวมถึงเรียกร้องให้บรรจุวาระการพิจารณาแผนแม่บทกิจการโทรทัศน์เข้าสู่การประชุมคณะกรรมการหลายครั้ง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการหรือประกาศแนวทางที่ชัดเจน ส่งผลให้ผู้ประกอบการไม่สามารถวางแผนธุรกิจระยะยาวได้ โดยเฉพาะทีวีดิจิทัลที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
“ในครั้งนี้ความเสียหายเกิดขึ้นต่ออุตสาหกรรมแล้ว เอกชนแต่ละรายเสียหายมากน้อยต่างกันไป โดยเราให้เวลา กสทช. ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 สำหรับความชัดเจนในแผนแม่บท เพราะยิ่งล่าช้าความเสียหายยิ่งมากขึ้น และหลังจากเลยกำหนดอาจต้องพิจารณาใช้วิธีการฟ้องร้องต่อศาล โดยเอกชนแต่ละรายเป็นคนประเมินความเสียหายและฟ้องร้อง กสทช.” นายเดียว กล่าว

ทั้งนี้ สมาคมฯ เห็นว่าช่วงเวลาไม่ถึง 3 ปีที่เหลือก่อนสิ้นสุดใบอนุญาตทีวีดิจิทัล ถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ ซึ่งเป็นสื่อระดับชาติที่มีบทบาทต่อระบบสื่อสารมวลชนของประเทศ โดยการวางแผนล่วงหน้าควรเกิดขึ้นก่อน 5 ปี
สำหรับข้อเสนอสำคัญที่สมาคมฯ ยื่นต่อ กสทช. ประกอบด้วย การเร่งจัดทำและประกาศ “แผนแม่บทและแผนที่นำทาง (Roadmap) กิจการโทรทัศน์ภายหลังปี 2572” โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ รูปแบบการอนุญาตประกอบกิจการ โครงสร้างการให้บริการในทุกแพลตฟอร์ม หลักเกณฑ์การแข่งขันที่เป็นธรรม มาตรการคุ้มครองสิทธิประชาชนในการเข้าถึงบริการฟรีทีวี รวมถึงแผนการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยีและโครงข่าย นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการกำกับดูแลการให้บริการผ่าน OTT และแพลตฟอร์มดิจิทัลให้มีมาตรฐานและภาระต้นทุนที่เท่าเทียมกับผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ภายใต้กฎหมายปัจจุบัน
สมาคมฯ ยังเรียกร้องให้ กสทช. กำหนดกรอบระยะเวลาการประกาศแผนแม่บทดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยเห็นว่าควรดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเตรียมความพร้อมได้อย่างเหมาะสม
สมาคมฯ เห็นว่า หากยังไม่มีความคืบหน้าในการพิจารณาวาระดังกล่าวภายในกรอบเวลาที่เสนอ อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งสมาคมฯ และผู้ประกอบการอาจจำเป็นต้องดำเนินการตามสิทธิทางกฎหมายต่อไป เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมโทรทัศน์เป็นไปอย่างราบรื่น และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลในระยะยาว

ด้าน พ.ต.อ.ประเวศน์ กล่าวว่า วันนี้มีการประชุมบอร์ด กสทช. จะนำเสนอเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุมให้รับทราบ และจะบรรจุในวาระการประชุมแน่นอน ทั้งนี้ ที่ผ่านมาประธาน กสทช. และกรรมการ กสทช. ทุกคนมีความตั้งใจที่จะพิจารณาแผนแม่บททีวีดิจิทัล แต่ช่วง 2-3 ปี มีวาระเร่งด่วนที่ต้องพิจารณาจำนวนมาก อย่างวันนี้มีวาระเร่งด่วน ในการเตรียมข้อมูลและพิจารณาข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) กับสหรัฐอเมริกา ซึ่งต้องใช้เวลาและรายละเอียดค่อนข้างสูง แต่ยืนยันว่าเรื่องแผนแม่บททีวีดิจิทัลและการต่ออายุใบอนุญาตถูกยกให้เป็นวาระสำคัญในลำดับต้น ๆ แน่นอน
“ขอยืนยันว่าช่วงเวลาเหลือ 2 ปีนี้ จะสามารถพิจารณาแผนแม่บททันแน่นอน และจะไม่ให้เกิดผลกระทบหรือสร้างความเสียหายต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการรายเดิม โดยหลักการคือจะต้องให้เวลาผู้ประกอบการในการเตรียมตัวอย่างครบถ้วน และหากเกิดเหตุที่กระทบต่อการประกอบธุรกิจ ก็จะต้องมีมาตรการเยียวยาให้กับผู้ประกอบการ” พ.ต.อ.ประเวศน์ กล่าว
พ.ต.อ.ประเวศน์ กล่าวว่า สำหรับรูปแบบการอนุญาตสิทธิ์ให้ใช้คลื่นความถี่ในอนาคตหลังจากใบอนุญาตทีวีดิจิทัลเดิมสิ้นสุดลง จากผลการรับฟังความคิดเห็นเบื้องต้นยังคงต้องใช้วิธีการประมูลตามที่กฎหมายกำหนด แต่เงื่อนไขและปัจจัยแวดล้อม และเทคโนโลยี ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยอุตสาหกรรมสื่อและโทรคมนาคมในอีก 2 ปีข้างหน้าจะเข้าสู่ยุคที่ถูกดิสรัปต์ จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปรับชมโทรทัศน์ผ่านหน้าจอมือถือแทบทั้งหมด รูปแบบอุตสาหกรรมจึงต้องปรับตัวตาม
“ในส่วนของราคาตั้งต้นการประมูลอาจไม่สูงเท่าเดิม จะปรับเปลี่ยนราคาให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์จริงและสภาพเศรษฐกิจของประเทศ โดยจะต้องนำปัจจัยภายนอก เช่น ภาวะสงครามในต่างประเทศ ราคาน้ำมัน สิ่งแวดล้อมโลก และต้นทุนทางด้านพลังงานของผู้ประกอบการมาร่วมคำนวณด้วย เพื่อให้อุตสาหกรรมสื่อและโทรทัศน์ไทยสามารถอยู่รอดและเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิทัลได้” พ.ต.อ.ประเวศน์ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี