533.jpg
ขีดเส้นฟ้อง‘กสทช.’ จี้30มิ.ย.คลอดแผนทีวีดิจิทัล

ขีดเส้นฟ้อง‘กสทช.’ จี้30มิ.ย.คลอดแผนทีวีดิจิทัล

วันพุธ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายเดียว วรตั้งตระกูล เลขานุการสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) พร้อมด้วยผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ เข้ายื่นหนังสือต่อศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ขอให้ออกประกาศแผนแม่บทกิจการโทรทัศน์ และแผนที่นำทาง (Roadmap) ทีวีดิจิทัล ภายหลังการสิ้นสุดอายุใบอนุญาตปี 2572 โดยมี พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข เลขานุการประจำประธาน กสทช. เป็นผู้รับมอบ

นายเดียว ระบุว่า ที่ผ่านมาได้นำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายต่อ กสทช. อย่างต่อเนื่อง รวมถึงเรียกร้องให้บรรจุวาระพิจารณาแผนแม่บทกิจการโทรทัศน์เข้าสู่การประชุมคณะกรรมการหลายครั้ง แต่ยังไม่มีการดำเนินการ ส่งผลให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลไม่สามารถวางแผนธุรกิจระยะยาวได้


“ความเสียหายเกิดขึ้นต่ออุตสาหกรรมแล้ว เอกชนแต่ละรายเสียหายมากน้อยต่างกันไป เราให้เวลา กสทช. ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 สำหรับความชัดเจนในแผนแม่บท เพราะยิ่งล่าช้าความเสียหายยิ่งมากขึ้น หลังจากเลยกำหนดอาจต้องพิจารณาฟ้องร้อง กสทช.ต่อศาล” นายเดียว กล่าว

นายเดียว กล่าวว่า สมาคมฯเห็นว่าช่วงเวลาไม่ถึง 3 ปีที่เหลือก่อนสิ้นสุดใบอนุญาตทีวีดิจิทัล ถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ เพราะการวางแผนล่วงหน้าควรเกิดขึ้นก่อน 5 ปี โดยข้อเสนอสำคัญที่สมาคมฯยื่นต่อ กสทช. ประกอบด้วย เร่งจัดทำและประกาศ “แผนแม่บทและแผนที่นำทาง (Roadmap) กิจการโทรทัศน์ภายหลังปี 2572” ครอบคลุมประเด็น อาทิ รูปแบบการอนุญาตประกอบกิจการ โครงสร้างการให้บริการทุกแพลตฟอร์ม มาตรการคุ้มครองสิทธิประชาชนในการเข้าถึงบริการฟรีทีวี แผนเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยี รวมถึงให้กำกับการให้บริการผ่าน OTT และแพลตฟอร์มดิจิทัลให้มีมาตรฐานและภาระต้นทุนที่เท่าเทียมกับผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ภายใต้กฎหมายปัจจุบัน

สมาคมฯยังเรียกร้องให้ กสทช.กำหนดกรอบระยะเวลาการประกาศแผนแม่บทดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยเห็นว่าควรดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเตรียมความพร้อมได้อย่างเหมาะสม หากยังไม่มีความคืบหน้าในการพิจารณาวาระดังกล่าวภายในกรอบเวลาที่เสนอ อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งสมาคมฯ และผู้ประกอบการอาจจำเป็นต้องดำเนินการตามสิทธิทางกฎหมายต่อไป เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมโทรทัศน์เป็นไปอย่างราบรื่น และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลในระยะยาว

ด้าน พ.ต.อ.ประเวศน์ กล่าวว่า ช่วง 2-3 ปีนี้มีวาระเร่งด่วนที่ต้องพิจารณาจำนวนมาก แต่ยืนยันว่าแผนแม่บททีวีดิจิทัลและการต่ออายุใบอนุญาตเป็นวาระสำคัญลำดับต้นๆ ช่วงเวลา 2 ปีนี้จะพิจารณาแผนแม่บททันแน่นอน และจะไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการรายเดิม หลักการคือต้องให้เวลาผู้ประกอบการเตรียมตัว หากเกิดเหตุกระทบการประกอบธุรกิจต้องเยียวยาผู้ประกอบการ

สำหรับรูปแบบการอนุญาตสิทธิ์ให้ใช้คลื่นความถี่ในอนาคตหลังจากใบอนุญาตทีวีดิจิทัลเดิมสิ้นสุดลง เบื้องต้นยังคงใช้วิธีประมูลตามที่กฎหมายกำหนด แต่เงื่อนไข และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยอุตสาหกรรมสื่อและโทรคมนาคมใน 2 ปีข้างหน้าจะเข้าสู่ยุคที่ถูกดิสรัปต์ จาก AI และพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปรับชมโทรทัศน์ผ่านหน้ามือถือแทบทั้งหมด รูปแบบอุตสาหกรรมจึงต้องปรับตัวตาม

“ราคาตั้งต้นการประมูลอาจไม่สูงเท่าเดิม จะปรับเปลี่ยนราคาให้เหมาะสมกับสถานการณ์จริง โดยต้องนำปัจจัยภายนอก เช่น ภาวะสงคราม ราคาน้ำมัน ต้นทุนด้านพลังงานของผู้ประกอบการมาร่วมคำนวณด้วย เพื่อให้อุตสาหกรรมสื่อไทยอยู่รอดและเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิทัลได้” พ.ต.อ.ประเวศน์ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top