533.jpg
กสทช. ไฟเขียว งบกองทุนฯปี'69  1.5 พันล้าน

กสทช. ไฟเขียว งบกองทุนฯปี'69 1.5 พันล้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2568, 08.37 น.

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า  การประชุมคณกรรมการ (บอร์ด)  กสทช. เมื่อวันที่ 23-24 กันยายน 2568 ที่ผ่านโดยที่ประชุมมีระเบียบวาระเข้าสู่ที่ประชุม กสทช. จำนวนทั้งสิ้น 60 วาระ ผ่านการพิจารณาทั้งสิ้น 31 วาระ ได้แก่ วาระที่เกี่ยวกับการออกร่างประกาศ กสทช. การอนุญาตประกอบกิจการ การพิจารณาอุทธรณ์การอนุญาตให้ใช้สิทธิเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม การขยายระยะเวลาการให้ใช้งานคลื่นความถี่เพื่อทดลองทดสอบ การกำกับดูแลผู้รับใบอนุญาต รวมทั้งข้อร้องเรียน

ทั้งนี้ทีประชุมมีมติเห็นชอบอนุมัติกรอบวงเงินการจัดสรรเงินและแผนการดำเนินงานกองทุนฯ ประจำปี 2569 รวม 1,500 ล้านบาท สำหรับการจัดสรรให้ทุนประเภทต่างๆ ของกองทุนวิจัยและพัฒนาในปี พ.ศ. 2569 โดยแบ่งกองทุนเป็น 4 ประเภท ดังนี้ 1.) ทุนประเภทที่ 1 (Open Grant) กำหนดกรอบวงเงิน 300 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมใหม่ 2.) ทุนประเภทที่ 2 (Strategic Grant) กำหนดกรอบวงเงิน 200 ล้านบาท ได้แก่ ทุนมุ่งเน้นการบรรลุความสำเร็จตามนโยบายคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ จำนวน 100 ล้านบาท และทุนในโครงการที่มีลักษณะเป็นการต่อเนื่องกับโครงการที่เคยได้รับการสนับสนุน จำนวน 100 ล้านบาท 3.) ทุนประเภทที่ 3 (ทุนตามนโยบาย กสทช.) (Flow Chart) กำหนดกรอบวงเงินร้อยละ 10 ของรายได้สำนักงาน กสทช. เพื่อดำเนินโครงการตามนโยบายที่ กสทช. กำหนด 4.) ทุนประเภทที่ 4 (กองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์) กำหนดกรอบวงเงิน 500 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ตามมาตรา 52 (5) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม


ขณะเดียวกันที่ประชุมยังได้มีมติ พิจารณาการอนุญาตให้ กองทัพบกดำเนินการทดสอบระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน (Emergency Warning System) ผ่านสถานีโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล  ที่มีการใช้งานจริงของกองทัพบก เป็นรูปแบบการแจ้งเตือนภัยในรูปแบบข้อความขึ้นหน้าจอโทรทัศน์ที่ใช้โครงข่ายภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล (MUX) ของ ททบ. จำนวน 11 ช่อง ได้แก่ ช่อง TNN, เวิร์คพอยท์ ทีวี, True4U, Nation TV, GMM25, Mono 29, 7 HD, ONE, AMARIN TV HD, PPTV, และ ช่อง 5

อย่างไรก็ตาม  กสทช. ได้พิจารณาอนุญาตให้ ททบ. ทดสอบระบบ EWS ในวันที่ 13 พ.ย. 2568 เวลา 00.00 – 01.00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่จะส่งผลกระทบต่อครัวเรือนไม่มากใน 2 พื้นที่ภาคเหนือและภาคใต้ คือ (1) ภาคเหนือ สถานีบ้านนาไร่เดียว ครอบคลุม 4 อำเภอ จ.พะเยา ได้แก่ อ.เมืองพะเยา อ.ดอกคำใต้ อ.ภูกามยาว อ.แม่ใจ และบางส่วน 2 อำเภอ จ.ลำปาง ได้แก่ อ.งาว และอ.แม่เมาะ และ (2) ภาคใต้ สถานีหลังสวน ครอบคลุม 3 อำเภอ จ.ชุมพร ได้แก่ อ.หลังสวน อ.ละแม อ.ทุ่งตะโก และบางส่วน 1 อำเภอ จ.สุราษฎร์ธานี อ.ท่าชนะ โดยภายหลังจากการทดสอบ ผู้ประกอบการสถานีโทรทัศน์จะดำเนินการรายงานผลต่อ กสทช. ภายใน 60 วัน ครอบคลุมทั้งด้านเทคนิค ปัญหา และข้อเสนอเพื่อพัฒนาระบบต่อไป

นอกจากนี้ยังมีวาระเรื่องร่าง  ประกาศ กสทช. เรื่อง เครื่องวิทยุคมนาคมและสถานีวิทยุคมนาคมที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 (ฉบับที่ 3) โดยที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้กำหนดให้อุปกรณ์ SIM BOX และ Gateway ผ่าน VPN ต้องได้รับอนุญาตจาก กสทช. ก่อนการนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือให้บริการโทรคมนาคม เพื่อให้การใช้งานอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายและป้องกันไม่ให้เป็นช่องทางของการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี เป็นการเพิ่มเติมมาตรการสำคัญในการกำกับดูแลอุปกรณ์ SIM BOX หรือ Gateway ผ่าน VPN เพื่อป้องกันการนำไปใช้ที่ผิดวัตถุประสงค์ โดยเฉพาะการหลอกลวงประชาชนหรืออาชญากรรมไซเบอร์ เช่น การปลอมแปลงเลขหมายโทรศัพท์ (Caller ID Spoofing) ซึ่งสร้างความเสียหายต่อประชาชน ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทย และพร้อมกันนี้ สำนักงาน กสทช. ได้พิจารณาให้มีช่องทางออนไลน์สำหรับการขอใบอนุญาต ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มความรวดเร็วให้แก่ผู้ดำเนินการขออนุญาต

ขณะเดียวกันยังได้พิจารณา วาระเรื่อง การปรับปรุง ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการอนุญาตให้จัดตั้งหน่วยตรวจสอบเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบการกำหนดคุณสมบัติและบุคลากรของหน่วยตรวจสอบ ซึ่งระบุว่าผู้ตรวจสอบและหัวหน้าผู้ตรวจสอบจะต้องผ่านการอบรมตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 Lead Assessor พร้อมทั้งเน้นให้หน่วยตรวจสอบมีบุคลากรที่มีประสบการณ์ตรงในสาขาโทรคมนาคมและอุปกรณ์ เพื่อพัฒนามาตรฐานการตรวจสอบให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน และรองรับการพัฒนาทางเทคโนโลยีโทรคมนาคมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสำนักงาน กสทช. จะเป็นผู้ตรวจสอบและดำเนินการออกใบอนุญาต และต่อใบอนุญาตหากหน่วยตรวจสอบผ่านการประเมิน

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบให้มีการกำกับดูแลและติดตามหน่วยตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง จัดให้มีการติดตาม (Surveillance) อย่างเป็นระยะ เพื่อให้มั่นใจว่าหน่วยตรวจสอบยังคงดำเนินการตามมาตรฐานที่กำหนด และหากตรวจพบการละเมิดหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในประกาศ ก็จะสามารถดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตได้ในทันที

โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบ ร่างประกาศ กสทช. เรื่องการักษาเลขหมายของผู้ใช้บริการโทรศัทพ์เคลื่อนที่แบบชำระค่าบริการล่วงหน้า ในการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ กรณีที่วันใช้งานครบกำหนดแต่ยังมีเงินคงเหลือในระบบ ให้ผู้รับใบอนุญาตหักค่ารักษาเลขหมายจากเงินคงเหลือในระบบ ในอัตราไม่เกินรอบละ 3 บาท โดยให้ผู้รับใบอนุญาตหักค่ารักษาเลขหมายเพื่อขยายวันใช้งานต่อเนื่องกัน 6 รอบ รอบละ 30 วัน ก่อนจะดำเนินการเพื่อเลิกสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ เว้นแต่เงินคงเหลือในระบบเหลือน้อยกว่าจำนวนที่ผู้รับใบอนุญาตจะสามารถหักเป็นค่ารักษาเลขหมายได้ในรอบถัดไป เพื่อให้ผู้ใช้บริการยังสามารถใช้เลขหมายได้ต่อไป ในขณะเดียวกันยังเป็นบริหารจัดการทรัพยากรเลขหมายโทรคมนาคมอย่างมีประสิทธิภาพ

- 030 

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top