วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569
พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธานอนุกรรมการด้านคลื่นความถี่และมาตรฐานทางเทคนิค กสทช. เปิดเผยว่า ที่ประชุม กสทช. เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบร่างประกาศฯ กสทช. ที่เกี่ยวข้องกับการใช้คลื่นความถี่และมาตรฐานทางเทคนิคสำหรับอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (โดรน) จำนวน 4 ฉบับ ได้แก่ 1.ร่างประกาศฯ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับบนอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน
2.ร่างประกาศฯ กสทช. เรื่อง มาตรฐานทางเทคนิคของเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์สำหรับวิทยุคมนาคมระบบเรดาร์ที่ใช้ติดตั้งบนอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน 3.ร่างประกาศฯ กสทช. เรื่องมาตรฐานทางเทคนิคของเครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์สำหรับเครื่องวิทยุคมนาคมสถานีภาคพื้นดินบนอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ในกิจการเคลื่อนที่ผ่านดาวเทียม และ4.ร่างประกาศฯกสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การใช้คลื่นความถี่และเครื่องวิทยุคมนาคมที่อนุญาตให้มีการใช้งานเป็นการทั่วไป
ทั้งนี้เพื่อรองรับการใช้งานโดรนปัจจุบันที่มีการใช้งานมากขึ้นในหลายกิจการ ซึ่งที่ผ่านมาเป็นการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เฉพาะโดรนที่ควบคุมได้ภายใต้ระยะมองเห็นด้วยสายตา (Light of Sight: LOS) เท่านั้น
ในขณะเดียวกันยังได้เพิ่มเติมเพื่อให้ควบคุมโดรนระยะนอกเหนือการมองเห็นด้วยสายตา (Beyond Visual Light of Sight: BVLOS) รวมทั้งมีการกำหนดคลื่นความถี่สำหรับ Radar ของโดรนเพิ่ม เพื่อหลบหลีกสิ่งกีดขวางการชน ตลอดจนกำหนดให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับ Remote ID เพื่อให้โดรนสามารถส่งสัญญาณแจ้งข้อมูลระบุตัวตนและตำแหน่งขณะบินได้ ส่งผลให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและประชาชนทั่วไปสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งเปรียบเสมือนการมีป้ายทะเบียนดิจิทัลสำหรับโดรน เพื่อให้การควบคุมและกำกับดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ กสทช. ได้มีประกาศ กสทช. ที่กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับโดรน มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 โดยไม่ได้เป็นการขออนุญาต เพียงแต่เป็นการจดแจ้งขึ้นทะเบียนเท่านั้น กอปรกับคลื่นความถี่ที่อนุญาตจำกัดเฉพาะ unlicensed band ที่ควบคุมได้จำกัดในระยะมองเห็นด้วยสายตาเท่านั้น ดังนั้นในร่างประกาศฯใหม่นี้จึงได้มีการเพิ่มคลื่นความถี่ในส่วนของการใช้งานผ่านคลื่นความถี่โทรศัพท์เคลื่อนที่และผ่านดาวเทียม เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
โดยกำหนดเพิ่ม ดังนี้ 1.คลื่นความถี่ Unlicensed ย่าน 72-72.475 MHz และ 920-925 MHz (คลื่นความถี่เดิม 433.05-434.79 MHz, 2400-2500 MHz และ 5725-5850 MHz) ,2.คลื่นความถี่โทรศัพท์เคลื่อนที่ (IMT) ที่จัดสรรแล้วทุกย่าน ยกเว้นคลื่นความถี่ย่าน 2500-2690 MHz ,3.คลื่นความถี่ดาวเทียม (Satellite) ที่จัดสรรแล้วเฉพาะย่าน 1518-1559 MHz และ 1610-1660.5 MHz โดยต้องได้รับอนุญาตทำการบินจาก สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ก่อนใช้งาน และ 4.คลื่นความถี่สำหรับ Radar ย่าน 57-64 GHz และ 76-77 GHz (คลื่นความถี่เดิม 24.05-24.25 GHz) โดยรายละเอียดในการใช้งานคลื่นความถี่ ได้มีการกำหนดกำลังส่งสูงสุดและมาจรฐานทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องรองรับ รวมทั้งเพิ่มมาตรการในการกำกับดูแลให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
“การออกประกาศที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานโดรนเพิ่มเติมในครั้งนี้ นอกจากประชาชนจะสามารถใช้งาน โดรนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นแล้ว สิ่งสำคัญที่ผมให้ความสำคัญ คือ มาตรการกำกับดูแลการใช้งานโดรน ซึ่งในการปรับปรุงครั้งนี้ จะทำให้ กสทช. สามารถกำกับดูแลในส่วนที่รับผิดชอบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดย นอกจากการให้โดรนทุกลำต้องแจ้งขึ้นทะเบียนแล้ว สำหรับโดรนที่มีศักยภาพในการบินแบบ BVLOS ผู้ใช้งานต้องมาขออนุญาตครอบครอง ก่อนที่จะนำไปใช้งาน รวมทั้งมาตรการในการกำหนดคลื่นความถี่ให้โดรน มี Remote ID เพื่อให้สามารถตรวจสอบระหว่างการบินใช้งานได้ เสมือนทราบหมายเลขทะเบียนของแต่ละลำ ทั้งนี้ปัจจุบันการใช้งานโดรนได้แพร่หลายในหลายภาคส่วน จึงขอเชิญชวนให้ผู้เกี่ยวข้องมาร่วมรับฟังและให้ข้อคิดเห็นสาธารณะ ที่สำนักงาน กสทช. จะจัดขึ้น”พล.อ.ท.ธนพันธุ์ กล่าว
ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช. ได้มีการประสานงานกับ กพท. ที่มีหน้าที่กำกับดูแลการใช้งานโดรนของพลเรือน รวมทั้งกองทัพที่มีหน้าที่กำกับดูแลด้านความมั่นคง เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี