533.jpg
‘เน็ตชายขอบ’สะดุด ‘กสทช.’ล้มประมูลUSOเฟส3

‘เน็ตชายขอบ’สะดุด ‘กสทช.’ล้มประมูลUSOเฟส3

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 07.00 น.

‘เน็ตชายขอบ’สะดุด ‘กสทช.’ล้มประมูลUSOเฟส3

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แจ้งว่า เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 สำนักงาน กสทช.เผยแพร่ประกาศยกเลิกการประมูลบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet service) ภายใต้โครงการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและเพื่อสังคมในพื้นที่ขาดแคลนหรือยังขาดบริการที่ทั่วถึง เพื่อการสาธารณะสุข ประโยชน์สาธารณะ และความมั่นคง เฟส 3 (USO 3) ซึ่งเปิดประมูล 5 โครงการ ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 เขตภาคเหนือ , กลุ่มที่ 2 เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ , กลุ่มที่ 3 เขตภาคกลาง , กลุ่มที่ 4 เขตภาคตะวันออก-ภาคตะวันตก และกลุ่มที่ 5 เขตภาคใต้ จัดประมูลด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-bidding


สำนักงาน กสทช.ให้เหตุผลว่าเนื่องจากมีผู้ยื่นประมูล 3 ราย แต่ข้อเสนอไม่ถูกต้องตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารการประมูล (ทีโออาร์) จึงได้ยกเลิกการประมูลครั้งนี้ โดยอาศัยอำนาจตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ข้อ 56 วรรค 2 หากบริษัทที่เข้าร่วมประมูลไม่เห็นด้วยกับผลการพิจารณาสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่ได้รับหนังสือแจ้งผล ทั้งนี้การประมูลดังกล่าวได้เปิดให้ยื่นข้อเสนอเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568

ทั้งนี้ การประมูลโครงการ USO เฟส 3 จำนวน 5 โครงการมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 5,800 ล้านบาท มีผู้เข้าร่วมประมูล 7 บริษัท ประกอบด้วย 1.บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM 2.การค้าร่วมอินเตอร์ลิ้งค์ทีเคซี 3.กิจการร่วมค้าทีโอ (ทรู+อินฟา) 4.กิจการร่วมค้าทีดับบลิว 5.บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT 6.PS Consortium และ 7.บริษัท ไวร์เออ แอนด์ ไวร์เลส จำกัด โดยบริษัทที่เป็นผู้ให้บริการหลายโครงการ USO ที่ร่วมประมูลเสมอ คือ ไทยคม , ทรู , อินเตอร์ลิงค์ และทีโอที (เดิม)

ด้านแหล่งข่าวจาก บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เปิดเผยว่า NT ได้รับหนังสือแจ้งยกเลิกการประมูลกลุ่มที่ 2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 โดยสำนักงาน กสทช.ให้เหตุผลว่าไม่ผ่านคุณสมบัติ ซึ่งสำนักงาน กสทช.ได้ประกาศยกเลิกการประมูลทั้ง 5 โครงการ ขณะที่ผู้ชนะในแต่ละโครงการมีบางภาคที่ผ่านคุณสมบัติเพียงรายเดียว และบางภาคไม่ผ่านคุณสมบัติเลย แต่ กสทช. กลับยังให้ประมูลต่อไป และผู้ที่ชนะการประมูลในแต่ละภาคเสนอราคาต่ำสุดจึงได้โครงการไป แต่ กสทช. ยังดำเนินการประมูลต่อ และตัดสินใจยกเลิกประมูลบางภาคไป จนในที่สุดยกเลิกประมูลทั้ง 5 ภาค เพื่อประมูลใหม่  ทั้งๆที่การประมูลบางภาคผู้ชนะการประมูลคุณสมบัติผ่าน ซึ่งได้อุทธรณ์ไปแล้ว

ทั้งนี้ เฉพาะกลุ่มที่ 2 ที่เกิดปัญหา เนื่องจากวงเงินมูลค่าโครงการมากที่สุด 1,800 ล้านบาท ซึ่ง NT เป็นผู้ชนะ และผ่านคุณสมบัติตามเงื่อนไขที่ กสทช.กำหนด แต่กลับถูกยกเลิกไปด้วย โดย NT เสนอราคาต่ำสุดที่ 1,798,494,210 บาท ซึ่งการเสนอราคาของ NT ต่างจากผู้เข้าร่วมรายอื่นราว 100 ล้านบาท โดยไทยคม เสนอราคา 1,889,850,000 บาท , กิจการค้าร่วม ทีโอ(ทรู+อินฟา) เสนอราคา 1,901,385,000 บาท และการค้าร่วมอินเทอร์ลิงค์ทีเคซี เสนอราคา 1,902,850,000 บาท 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของไทยคมได้ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส4/2568 ว่า ยังมีการทยอยรับรู้รายได้จาก USO ระยะที่ 2 กสทช.ที่ยังไม่กลับเข้าสู่ระดับปกติอย่างเต็มจำนวน หลังจากเกิดช่วงรอยต่อของสัญญาในช่วงก่อนหน้านี้ ซึ่งรายได้จะทยอยเข้ามาในไตรมาส 2/68 และในปี 2569 จะมีโครงการ USO ระยะที่ 3 ที่มีกรอบงบประมาณมากถึง 5,800 ล้าน ซึ่งบริการด้านดาวเทียมรวมอยู่ในโครงการนี้ โดยบริษัทได้เตรียมมาตรการต่างๆ เพื่อรองรับปริมาณความต้องการที่จะเพิ่มขึ้น โดยความคืบหน้าของโครงการ USO เฟส 3 บริษัทยื่นข้อเสนอแข่งขันประมูลราคาไปแล้ว ซึ่งบริษัทมั่นใจว่าจะชนะในการประมูลบางส่วน พร้อมคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในช่วงต้นปี 2669 ซึ่งสุดท้ายโครงการ USO เฟส 3 ได้ล้มประมูลไปแล้ว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top