533.jpg
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ชูนวัตกรรมด้านสุขภาพ และ Age Tech หนุน บริการสุขภาพผู้สูงอายุไทย

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ชูนวัตกรรมด้านสุขภาพ และ Age Tech หนุน บริการสุขภาพผู้สูงอายุไทย

วันอังคาร ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 09.26 น.

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สนับสนุนธุรกิจบริการสุขภาพผู้สูงอายุไทย นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านสุขภาพ และ Age Tech เสริมระบบบริหารจัดการธุรกิจ พร้อมประสานความร่วมมือสมาคมการค้าและการบริการสุขภาพผู้สูงอายุไทย (SHSTA) วางแนวทางขับเคลื่อนยกระดับมาตรฐานธุรกิจ พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ และเสริมสร้างองค์ความรู้ให้สมาชิกในเครือข่ายธุรกิจ รองรับการขยายตัวของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ สิ่งสำคัญ คือ ผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำ ‘เศรษฐกิจแห่งการมีอายุยืนยาว (Longevity Economy)’ และศูนย์กลางบริการ Wellness & Senior Living ที่มีคุณภาพระดับภูมิภาคอาเซียน ดึงเม็ดเงินจากผู้สูงอายุทั่วโลกให้เข้ามาใช้บริการในประเทศไทย

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สมาคมการค้าและการบริการสุขภาพผู้สูงอายุไทย (SHSTA) และสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เตรียมจัดงานเสวนาวิชาการ ‘Shaping the Future of Senior Healthcare: Now & Next for Better Living 2025’ ระหว่างวันที่ 11 - 12 ธันวาคม 2568 ณ ห้อง Auditorium สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ถ.แจ้งวัฒนะ เพื่อใช้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการแพทย์ เทคโนโลยี นวัตกรรมการดูแลผู้สูงอายุ และการพัฒนาธุรกิจบริการสุขภาพ นอกจากนี้ จะมีการจัดนิทรรศการแสดงนวัตกรรมและการสร้างเครือข่ายธุรกิจด้านสุขภาพทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้เห็นถึงนวัตกรรมที่จะสามารถนำมาช่วยต่อยอดระบบบริหารจัดการธุรกิจ และแสดงถึงความทันสมัยของเทคโนโลยี และ Age Tech ที่จะนำมาเป็นผู้ช่วยในการดูแลผู้สูงอายุได้อย่างถูกต้องตามหลักการแพทย์ และเหมาะสมกับสรีระศาสตร์ของผู้สูงอายุแต่ละช่วงวัย/แต่ละคน ซึ่งจะช่วยให้การดูแลผู้สูงอายุมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการของผู้รับบริการ (ผู้สูงอายุ) และสนองความคาดหวังของลูกหลานที่ต้องการการบริการที่ดี ช่วยอำนวยความสะดวกแก่บุพการีในช่วงบั้นปลายอย่างมีความสุขและถูกต้องตามหลักสากล


ทั้งนี้ ความร่วมมือของ 3 หน่วยงานไม่ใช่เพียงการสนับสนุนเชิงนโยบายเท่านั้น แต่เป็นการร่วมกันลงมือปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน ช่วยสร้างระบบนิเวศธุรกิจบริการสุขภาพที่มีมาตรฐานเทียบเท่าสากล มีความโปร่งใส สามารถสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้รับบริการและนักธุรกิจที่ต้องการเข้ามาลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติ ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นพลังสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยให้เติบโตอย่างมีศักยภาพ ตั้งแต่การเริ่มต้นเข้าสู่ธุรกิจ การยกระดับมาตรฐาน การนำนวัตกรรม เทคโนโลยี และ Age Tech มาช่วยเสริมระบบบริหารจัดการธุรกิจ ไปจนถึงการเจรจาจับคู่ธุรกิจและขยายตลาดไปต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายในการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุซึ่งเป็นผู้รับบริการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมทั้ง ผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำ ‘เศรษฐกิจแห่งการมีอายุยืนยาว (Longevity Economy)’ และศูนย์กลางบริการ Wellness & Senior Living ที่มีคุณภาพระดับภูมิภาคอาเซียน ดึงเม็ดเงินจากผู้สูงอายุทั่วโลกให้เข้ามาใช้บริการในประเทศไทย

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) ประมาณ 14.5 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 21 ของประชากรทั้งประเทศ ส่งผลให้ไทยก้าวเข้าสู่ ‘สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์’ สอดคล้องกับแนวโน้มความต้องการด้านการดูแลสุขภาพ การอยู่อาศัย และคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุเพิ่มสูงขึ้นในทิศทางเดียวกัน นอกจากนี้ จำนวนผู้สูงอายุที่อยู่อาศัยลำพังก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นความท้าทายของภาครัฐในการดำเนินการและจัดการกับปัญหาดังกล่าว รวมถึง เป็นโอกาสของภาคธุรกิจ/นักลงทุนในการเข้ามาลงทุนในธุรกิจและพัฒนาธุรกิจบริการสุขภาพรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตผู้สูงวัยในอนาคต จึงนับเป็นธุรกิจที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก”

“ข้อมูลจาก DBD Data Warehouse+ ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจดูแลผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2565 มีนิติบุคคลธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ 609 ราย และเพิ่มเป็น 679 ราย ในปี 2566 (เพิ่มขึ้น 70 ราย หรือ 11.50%) ก่อนขยับเป็น 759 รายในปี 2567 (เพิ่มขึ้น 80 ราย หรือ 11.79%) โดยมีรายได้รวมแตะ 2,000 ล้านบาท ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2568) มีนิติบุคคลประกอบธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ 840 ราย ทุนจดทะเบียนรวมกว่า 4,400 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพการเติบโตของตลาดธุรกิจบริการดูแลผู้สูงอายุที่ขยายตัวสอดรับกับโครงสร้างสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย

- 030 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top