วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์สถิติ จดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลและผลการนำส่งงบการเงินล่าสุด ประจำเดือนตุลาคม 2568 พบว่า ‘ธุรกิจจัดหาและรับเหมาแรงงาน (Outsource)’ มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านจำนวนผู้ประกอบการ รายได้ และผลกำไร สอดคล้องกับตลาดที่มีความต้องการแรงงานทักษะและประสบการณ์เฉพาะด้าน ซึ่งการจ้างคนทำงานในรูปแบบ Outsource จะช่วยลดปัญหาขาดแคลนพนักงาน รวมถึงลดต้นทุนการจ้างงาน และช่วยให้องค์กรเกิดการเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่ดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว ธุรกิจกลุ่มนี้ครอบคลุมการให้บริการจ้างงานชั่วคราวและการจัดหาทรัพยากรมนุษย์ แบ่งลักษณะงานออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1) งานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางธุรกิจ อาทิ บัญชี บริการลูกค้า 2) งานเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น การดูแลระบบเครือข่าย และการพัฒนาแอปพลิเคชัน และ 3) งานทรัพยากรบุคคล เช่น การสรรหาและการฝึกอบรมพนักงาน
อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า “ประเทศไทยมีนิติบุคคลในธุรกิจจัดหาและรับเหมาแรงงาน (Outsource) 2,958 ราย ทุนจดทะเบียน 9,834 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 153 ราย คิดเป็น 5.45% เมื่อเทียบกับเดือนตุลาคม 2567 โดยช่วง 10 เดือนของปี 2568 (ม.ค.-ต.ค.68) มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 266 ราย ทุนจดทะเบียน 411 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38 ราย คิดเป็น 16.67% ทั้งนี้ หากวิเคราะห์ไป 3 ปีย้อนหลัง (2565-2567) จะมีค่าเฉลี่ยการจัดตั้งธุรกิจใหม่อยู่ที่ 266 รายต่อปี โดยธุรกิจฯ เกือบทั้งหมดมีขนาดเล็ก (S) 2,679 ราย คิดเป็น 90.57% ขนาดกลาง (M) 220 ราย คิดเป็น 7.44% และขนาดใหญ่ (L) 59 ราย คิดเป็น 1.99%”
“ด้านผลประกอบการของธุรกิจ Outsource มีทิศทางเติบโตต่อเนื่อง โดยปี 2567 อยู่ที่ 97,271 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,103 ล้านบาท คิดเป็น 4.40% เมื่อเทียบกับปี 2566 ขณะที่กำไรสุทธิในช่วงปี 2565-2567 เฉลี่ยปีละกว่า 2,472 ล้านบาท โดยปี 2567 มีกำไร 2,643 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.80 ล้านบาท คิดเป็น 1.88% เมื่อเทียบกับปี 2566”
“แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่า กลุ่มธุรกิจ Outsource เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดแรงงานยุคใหม่ เพราะเป็นตัวช่วยที่เข้ามาแก้ปัญหาด้านบุคลากรให้กับธุรกิจได้อย่างตรงจุด การจ้างพนักงานที่มีทักษะเฉพาะตามที่องค์กรต้องการเข้ามาเสริมทีมในการทำงาน หรือขยายงานให้กว้างออกไป ทำให้องค์กรสามารถมุ่งเน้นภารกิจหลักได้เต็มประสิทธิภาพ อย่างไรก็ดี ธุรกิจอาจต้องเผชิญความท้าทายด้านการหมุนเวียนพนักงาน หรือการลาออกที่ส่งผลให้การทำงานไม่มีความต่อเนื่อง รวมไปถึงการรักษาความลับหรือความปลอดภัยของข้อมูลองค์กรที่ต้องธุรกิจต้องวางรูปแบบการทำงานอย่างรอบคอบ”
“กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเชื่อว่าธุรกิจจัดหาและรับเหมาแรงงานจะยังคงเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง และมีบทบาทสำคัญในการยกระดับศักยภาพองค์กรไทย เพิ่มความคล่องตัวในการทำงาน และช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้ในเศรษฐกิจยุคใหม่ สอดคล้องกับการคาดการณ์ของอุตสาหกรรม Business Process Outsource ซึ่งประเมินว่าธุรกิจดังกล่าวจะขยายตัวเฉลี่ยกว่า 9% ต่อปี ไปจนถึงปี 2030 โดยปี 2567 มีมูลค่าเศรษฐกิจรวม 303 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มบริการทางการเงิน ไอที และโทรคมนาคม ที่เป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อการเติบโตของธุรกิจนี้” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี