วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือนธันวาคม 2568 เท่ากับ 100.19 เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม 2567 ซึ่งเท่ากับ 100.47 ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงร้อยละ 0.28 (YoY) เป็นการลดลงในอัตราที่ชะลอตัว (เดือนพฤศจิกายน 2568 ลดลงร้อยละ 0.49) โดยมีปัจจัยสำคัญจากการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน ได้แก่ ค่ากระแสไฟฟ้า และน้ำมันเชื้อเพลิง ตามสถานการณ์พลังงานในตลาดโลก รวมถึงมติของคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ในการปรับลดอัตราเงินจัดเก็บเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซล ประกอบกับราคาสินค้าในกลุ่มของใช้ส่วนบุคคลยังปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง จากการส่งเสริมการตลาดของผู้ผลิตและผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตาม ราคาสินค้าในกลุ่มอาหาร และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ปรับตัวสูงขึ้น จากการสูงขึ้นของราคาผักสด เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และอาหารสำเร็จรูป สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ข้อมูลล่าสุดเดือนพฤศจิกายน 2568 พบว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยลดลงร้อยละ 0.49 (YoY) โดยอยู่ระดับต่ำอันดับ 7 จาก 132 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข และต่ำสุดในกลุ่มประเทศอาเซียน 9 ประเทศที่ประกาศตัวเลข (บรูไน ติมอร์-เลสเต สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม สปป.ลาว)
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงร้อยละ 0.28 (YoY) ในเดือนนี้ มีการเคลื่อนไหวของราคาสินค้าและบริการ ดังนี้
หมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ลดลงร้อยละ 1.43 (YoY) จากการลดลงของราคาสินค้าสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มพลังงาน (ค่ากระแสไฟฟ้า แก๊สโซฮอล์ น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน) รวมถึงของใช้ส่วนบุคคล (แชมพู ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว โฟมล้างหน้า สบู่ถูตัว) รถยนต์ ค่าน้ำประปา สิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด (ผลิตภัณฑ์ซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยารีดผ้า น้ำยาถูพื้น) และเสื้อผ้า (เสื้อยืดบุรุษ สตรี และเด็ก เสื้อเชิ้ตบุรุษและสตรี กางเกงขายาวบุรุษ) ขณะที่มีสินค้าสำคัญปรับราคาสูงขึ้น อาทิ ค่าเช่าบ้าน ค่าทัศนาจรต่างประเทศและในประเทศ ค่าโดยสารรถไฟลอยฟ้า ค่าแต่งผมบุรุษและสตรี ค่าบริการขนขยะ และอาหารสัตว์เลี้ยง
หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้นร้อยละ 1.53 (YoY) จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ อาทิ ผักสด (พริกสด ผักบุ้ง ผักกาดขาว กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว ใบกะเพรา) อาหารสำเร็จรูป (กับข้าวสำเร็จรูป ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดผัดกะเพรา) เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (กาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟ (ร้อน/เย็น) เครื่องดื่มรสช็อกโกแลต) ปลาและสัตว์น้ำ (ปลาทู ปลานิล ปลาช่อน ปลาหมึกกล้วย ปลาทูนึ่ง) และผลิตภัณฑ์น้ำตาล (ขนมหวาน ไอศกรีม) อย่างไรก็ตาม มีสินค้าหลายรายการราคาลดลง อาทิ ผลไม้สด (ส้มเขียวหวาน มะม่วง กล้วยน้ำว้า องุ่น แตงโม กล้วยหอม) ข้าวสารเหนียว ข้าวสารเจ้า ไข่ไก่ น้ำมันพืช และซอสหอยนางรม
อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก) สูงขึ้นร้อยละ 0.59 (YoY) ชะลอตัวลงจากเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่สูงขึ้นร้อยละ 0.66 (YoY)
ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนธันวาคม 2568 เมื่อเทียบกับเดือนพฤศจิกายน 2568 สูงขึ้นร้อยละ 0.04 (MoM) ตามการสูงขึ้นของหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ร้อยละ 0.46 (MoM) จากสินค้าสำคัญที่ราคาปรับสูงขึ้น โดยเฉพาะผักสด (พริกสด ถั่วฝักยาว กะหล่ำปลี ชะอม ใบกะเพรา) เนื่องจากแหล่งผลิตในบางพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง ไก่ย่าง และอาหารโทรสั่ง (Delivery) เนื่องจากสิ้นสุดช่วงจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ เนื้อสุกร และไข่ไก่ เนื่องจากมีความต้องการบริโภคเพิ่มขึ้นตามฤดูกาลท่องเที่ยวและเทศกาลปลายปี ประกอบกับราคาหน้าฟาร์มปรับเพิ่มขึ้นและสะท้อนมายังราคาจำหน่ายปลีก อย่างไรก็ตาม มีสินค้าที่ราคาปรับลดลง อาทิ ผลไม้สด (ส้มเขียวหวาน แตงโม กล้วยน้ำว้า สับปะรด) น้ำมันพืช น้ำพริกแกง ข้าวสารเหนียว ซอสหอยนางรม และซอสมะเขือเทศ
ขณะที่หมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ลดลงร้อยละ 0.23 (MoM) จากการลดลงของราคาสินค้าสำคัญ อาทิ ค่ากระแสไฟฟ้า และค่าน้ำประปา เนื่องจากมีมาตรการช่วยเหลือและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคของภาครัฐในพื้นที่จังหวัดสงขลาซึ่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัย น้ำมันเชื้อเพลิง (น้ำมันดีเซล แก๊สโซฮอล์ น้ำมันเบนซิน) เนื่องจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกลดลง ประกอบกับมีการปรับลดอัตราเงินจัดเก็บเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซล ของใช้ส่วนบุคคล (ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว โฟมล้างหน้า แชมพู สบู่ถูตัว แป้งผัดหน้า) และสิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด (น้ำยาปรับผ้านุ่ม ผลิตภัณฑ์ซักผ้า น้ำยาล้างจาน น้ำยาล้างห้องน้ำ) เนื่องจากมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการในช่วงปลายปี รวมทั้งค่าธรรมเนียมผ่านทางพิเศษ เนื่องจากมีการยกเว้นค่าผ่านทางในช่วงวันหยุดราชการและเทศกาลปีใหม่ตามมาตรการของภาครัฐ ขณะที่มีสินค้าที่ราคาปรับสูงขึ้น อาทิ ค่าโดยสารรถไฟลอยฟ้า ค่าเช่าบ้าน อาหารสัตว์เลี้ยง และค่าแต่งผมบุรุษ
ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป เฉลี่ยทั้งปี 2568 เทียบกับปี 2567 ลดลงร้อยละ 0.14 (AoA) โดยมีปัจจัยสำคัญจากการปรับตัวลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง และค่ากระแสไฟฟ้า ตามทิศทางราคาพลังงานในตลาดโลก และมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพของภาครัฐ ขณะเดียวกัน ราคาผักสดและผลไม้สดปรับลดลงจากปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น รวมถึงราคาของใช้ส่วนบุคคลที่ลดลงจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตาม ยังมีสินค้าสำคัญบางกลุ่มปรับราคาสูงขึ้น อาทิ อาหารสำเร็จรูป ปลาและสัตว์น้ำ และเครื่องประกอบอาหาร สำหรับไตรมาสที่ 4 ปี 2568 เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2567 ลดลงร้อยละ 0.52 (YoY) และเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ลดลงร้อยละ 0.02 (QoQ)
แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 คาดว่าจะยังคงลดลง อยู่ระหว่างร้อยละ (-0.5) - 0.0 (ค่ากลางร้อยละ -0.25) โดยมีปัจจัยสำคัญจากฐานราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับอุปสงค์ทางเศรษฐกิจยังอ่อนแอ เนื่องจากไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม สินค้าบางชนิดมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะผักสด จากผลผลิตที่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ทั้งนี้ คาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในระยะต่อไป จากการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐภายหลังการเลือกตั้ง การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ
สำหรับทั้งปี 2569 คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ในช่วงร้อยละ 0.0 - 1.0 (ค่ากลางร้อยละ 0.5) ปรับตัวสูงขึ้นจากปี 2568 ที่ลดลงร้อยละ 0.14 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากราคาสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นภายใต้นโยบายรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร รวมถึงการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลให้ราคาสินค้าและบริการที่เกี่ยวเนื่องปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยท้าทายที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอยู่ในระดับต่ำกว่าปีก่อนหน้า การแข็งค่าของเงินบาทอย่างต่อเนื่องและเร็วกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค การขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกที่อยู่ในระดับต่ำ และความไม่แน่นอนของสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายพื้นที่และหลายมิติ รวมถึงความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติอันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อรายได้เป็นวงกว้าง และส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้ออย่างมีนัยสำคัญ
-031
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี