ส.อ.ท.ค้านปรับเพิ่มเงินสมทบประกันสังคมหวั่นกระทบเอสเอ็มอี

ส.อ.ท.ค้านปรับเพิ่มเงินสมทบประกันสังคมหวั่นกระทบเอสเอ็มอี

วันอังคาร ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.30 น.

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า  จากกรณีการปรับเพิ่มเงินสมทบประกันสังคม โดยการปรับเพดานค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบจากเดิมขึ้นเป็น 17,500 บาท ส่งผลให้ทั้งผู้ประกันตนและนายจ้างต้องจ่ายเงินสมทบสูงสุดเพิ่มจาก 750 บาท เป็น 875 บาทต่อเดือน โดยยังคงอัตราการจัดเก็บที่ 5% ของค่าจ้างเช่นเดิม และใช้แนวทางการปรับแบบขั้นบันไดทุก 3 ปี เพื่อลดแรงกระแทกและเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจสามารถปรับตัวได้ ซึ่งการปรับเพิ่มเงินดังกล่าวแน่นอนว่าย่อมทำให้เกิดภาระเพิ่มขึ้น โดยในความคิดเห็นส่วนตัวมองว่ายังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม

“การปรับเพิ่มดังกล่าวจะเป็นการเพิ่มต้นทุน หรือภาระให้กับทั้งผู้ประกอบการ และผู้ประกัน ในสภาวะที่สภาพเศรษฐกิจยังคงฝืดเคือง และยังไมคล่องตัว ขณะที่กำลังซื้อก็ไม่สู้ดีเท่าใดนัก ดังนั้น คำถามก็คือการดำเนินการดังกล่าวในช่วงเวลานี้น่าจะยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมหรือไม่”นายเกรียงไกรกล่าว


ทั้งนี้ ต้องยอมรับความจริงว่าปัจจุบันสภาวะเศรษฐกิจยังไม่ดี โดยเฉพาะกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ซึ่งจะสังเกตได้จากการปรับขึ้นเงินเดือน หรือการจ่ายโบนัส หากเป็นเอสเอ็มอี หรือบริษัททั่วไปจะดำเนินการค่อนข้างลำบาก หรือเรียกว่าทำได้น้อยมาก หากไม่ใช่บริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) หรือบริษัทข้ามชาติที่ผลิตสินค้าที่มีมูลค่าสูง กำไรมาก เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูง

“กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการจ้างงานในอนาคตมีแต่แนวโน้มจะลดลง เพราะการแช่งขันไม่สามารถสู้ได้กับสินค้านำเข้าที่ทะลักเข้ามาในประเทศไทย ยิ่งภาระจากเรื่องดังกล่าวมากขึ้นก็จะยิ่งไปสนับสนุนแนวคิดเรื่องการลดการจ้างงาน หรือเรียกว่าทำให้ผู้ประกอบการที่มีแนวคิดที่จะเลิกจ้างตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เพราะภาระที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น จึงอาจเลือกที่จะลดการจ้างงานไปเสียเลย เรียกว่าเป็นการย้อนศรกลับมา จากเดิมที่กำลังตัดสินใจจะลดต้นทุน ลดกำลังการผลิต พอมีเรื่องดังกล่าวเข้ามาก็สามารถตัดสินใจได้ไม่ยาก ทำให้มีผู้ตกงานมากขึ้น“นายเกรียงไกรกล่าว

นายเกรียงไกร กล่าวว่า ส่วนการปรับลดราคาน้ำมันทั้งเบนซิน และดีเซลในประเทศลง 50 สตางค์ต่อลิตรล่าสุด ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะช่วยทำให้ต้นทุนด้านการขนส่ง หรือโลจิสติกส์ลดลง อีกทั้งยังเชื่อว่าราคาพลังงานในระยะข้างหน้าอาจจะส่งผลทำให้ค่าไฟมีแนวโน้มที่ลดลงได้ อย่างไรก็ดีในการลดลงของราคาพลังงานยังส่งผลทำให้ขีดความสามารถทางการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นได้ จากการช่วยลดต้นทุน และลดภาระให้กับผู้ประกอบการได้ส่วนหนึ่ง

-031

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top