วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงกรณีที่ศาลฏีกาสหรัฐ(Supreme Court) กำลังอยู่ระหว่างพิจาณาตัดสินการเก็บภาษีนำเข้าหรือภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาใช้อำนาจกฎหมายฉุกเฉินประกาศใช้กับทุกประเทศคู่ค้าทั่วโลกซึ่งรวมทั้งไทยว่าเป็นการทำเกินขอบเขตอำนาจหรือไม่ ว่า หากศาลตัดสินใจให้สามารถดำเนินการต่อได้ สำหรับประเทศไทยก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงในเรื่องสถานะ แต่ที่น่าเป็นห่วง คือ จะเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้กับทรัมป์ในการใข้อำนาจของประธานาธิบดีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นความน่ากลัวได้เลยในรูปแบบหนึ่ง
ส่วนกรณีที่ศาลฯมีคำสั่งให้ยกเลิก โดยเห็นว่าเป็นการทำเกินขอบเขตของอำนาจประธานาธิบดี เพราะ เรื่องดังกล่าวเป็นหน้าที่ของสภาครองเกรส ก็จะทำให้เรื่องราวทั้งหมดกลับไปสู่สถานะเดิม ซึ่งจะทำให้ประเทศคู่ค้าต่างๆ และจีนที่ถูกเก็บภาษีจากสหรัฐในอัตราสูงกลับไปอยู่ในสภาพเดิม ซึ่งรวมถึงไทย
นายเกรียงไกร กล่าวว่า หากศาลสั่งยกเลิกการเก็บภาษี ทาง สหรัฐฯ จะต้องคืนเงินภาษีที่เรียกเก็บไปแล้วก่อนหน้านี้หรือไม่ หากศาลมีคำสั่งให้คืนจากการคำนวณเบื้องต้นจะอยู่ที่ประมาณ 1.33 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ก็จะกลายเป็นภาระเรื่องเงิน ซึ่งจะทำให้สถานะทางการเงินการคลังของสหรัฐรวน เนื่องจากภาระการคลังของสหรัฐเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา
นอกจากนี้ ยังเป็นการบั่นทอนอำนาจหรือเสถียรภาพของทรัมป์อย่างมาก โดยจะส่งผลให้การเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึงของสหรัฐฯ ยิ่งเพิ่มโอกาสที่จะทำให้จะแพ้การเลือกตั้ง หรือเสียสภาล่างให้กับพรรคเดโมแครตมากขึ้น
“แน่นอนว่าคำตัดสินในทิศทางดังกล่าวนี้จะบั่นทอนอำนาจของทรัมป์ในหลายเรื่องที่ตัดสินใจทำ เช่น กรณีการใช้อำนาจรุกรานเวเนซุเอลา ซึ่งไม่ใช่เรื่องฉุกเฉิน ขณะที่บางเรื่องต้องผ่านสภาครองเกรส แต่ทรัมป์ใช้อำนาจของประธานาธิบดีที่ค่อนข้างมากเกินขอบเขตไปหลายเรื่อง”นายเกรียงไกรกล่าว
นายเกรียงไกร กล่าวว่า หากศาลตัดสินให้ยกเลิกการเก็บภาษี ในภาพรวมน่าจะทำให้การค้าของโลกคลี่คลาย ขณะที่จีนก็จะส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯได้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้สินค้าจีนที่เข้าไปดัมฟ์ราคาตลาดอื่นลดน้อยลง รวมถึงไทย ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันจากสินค้าจีนที่ทะลักเข้ามาได้ โดยหลังจากนั้นก็จะทำให้สภาวะการค้าของโลกกลับเข้าสู่สภาวะปกติได้
“ผลดีต่อไทยก็คือการไม่ต้องถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้า 19% ส่วนทางอ้อมก็จะช่วยลดปัญหาจากสินค้าจีนที่ทะลักเข้ามาแย่งตลาดจำนวนมากในประเทศ เพราะนี่คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สินค้าจีนทะลักเข้ามาในภูมิภาค โดยเริ่มมาตั้งแต่สงครามการค้าครั้งแรก“นายเกรียงไกรกล่าว
นายเกรียงไกร กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด คือ กระแสการย้ายฐานการผลิตจะหยุดหรือไม่ เพราะต้องยอมรับว่าการมีสงครามการค้าได้ส่งผลให้มีโรงงานหลายแห่งย้ายฐานการผลิตจีน รวมถึงของจีนเองที่ออกมาลงทุนในต่างประเทศ โดยต้องดูว่าเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศโดยตรง (FDI) จากจีนจะลดลงหรือไม่
ส่วนการส่งออกไทยไปสหรัฐฯจะมีโอกาสที่ดีขึ้น โดยต้องทำความเข้าใจก่อนว่า สินค้าไทยที่ส่งเพิ่มไปยังสหรัฐฯในปี 2568 สัดส่วนประมาณ 28-29% นั้น หากเจาะลึกในรายละเอียดจะเห็นว่า ส่วนใหญ่เป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ หรือบางหมวดเท่านั้นไม่ได้กระจายไปทั่ว แต่หากมีการยกเลิกการเก็บภาษีสินค้านำเข้า 19% ก็น่าจะทำให้สินค้าเกษตร หรือหมวดอื่นสามารถส่งออกได้ดีมากขึ้น ไม่ใช่กระจุกแค่บางหมวด
“ต้องยอมรับว่าสินค้าที่ไทยส่งไปสหรัฐฯ ส่วนใหญ่อยู่ในหมวดอิเล็กทรอนิกส์ ในทางกลับกันไทยก็มีการนำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้นถึง 33% ซึ่งสถานการณ์อาจจะคลี่คลายขึ้น และทำให้มีสินค้าจากไทยส่งออกไปมากขึ้น จากการที่จีนลดการส่งสินค้าไปยังประเทศอื่น จากการที่สหรัฐฯกลับเข้าสู่ภาวะแบบเดิม ซึ่งจะทำให้จีนส่งออกไปยังสหรัฐฯเป็นตลาดใหญ่เหมือนในอดีต เพราะปัจจุบันจีนพลิกสถานการณ์โดยการลดส่งออกไปยังสหรัฐฯ เนื่องจากถูกเรียกเก็บภาษีสูงทำให้ต้องหาตลาดใหม่ ส่งผลให้สินค้าจีนทะลักไปทั่วโลก รวมถึงไทยทำให้ได้รับผลกระทบในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลทำให้โรงงานต่าง ๆ ย่ำแย่กันไปหมด“นายเกรียงไกรกล่าว
อย่างไรก็ตามไทยเองจะต้องมีการปรับแผนหรือกลยุทธ์ โดยสิ่งที่ไทยต้องรีบดำเนินการ คือ การเร่งหาตลาดใหม่ รวมถึงมีการเจรจาทำข้อตกลงการค้า (FTA) กับประเทศอื่นให้มากขึ้น ลดการพึ่งพาตลาดหลัก เพื่อกระจายความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในอนาคต
“ส่วนตัวเชื่อว่าส่วนใหญ่ทั่วโลกสนับสนุนให้ศาลฎีกาสหรัฐฯตัดสินไปในทิศทางที่มองว่าทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตประธานาธิบดี เพราะสถานการณ์ของโลกจะคลี่คลายไปในทางที่ดีกว่าการให้อำนาจทรัมป์เต็ม และเพื่อไม่ให้เป็นการตอกย้ำว่าทรัมป์มีอำนาจตัดสินใจทำในสิ่งที่คาดไม่ถึงอีกแบบกรณีการบุกชิงตัวประธานาธิบดีเวเนซุเอลา หรือการถล่มประเทศอื่นโดยไม่มีการเตือน ไม่มีการสื่อสาร หรือข้อบ่งชี้ว่าประเทศนั้นผิดจริง แต่เป็นแค่เพียงข้อกล่าวหา ทำให้ทั้งโลกระส่ำ”นายเกรียงไกรกล่าว
-031
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี