เอกชนผ่าสแกมเมอร์ ชง6ยาแรงจี้รบ.ใหม่สกัด‘ยึดรัฐ’

เอกชนผ่าสแกมเมอร์ ชง6ยาแรงจี้รบ.ใหม่สกัด‘ยึดรัฐ’

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

 

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวระหว่างการเปิดงานในเวทีเสวนา Zero Corruption: กกร. และเพื่อน ไม่ทน “หยุดสแกมเมอร์ ทุนเทา และนอมินี” ว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับ “สงครามเศรษฐกิจยุคใหม่” ที่ไม่ได้สู้กันด้วยนวัตกรรม แต่สู้กับอาชญากรไซเบอร์และทุนเทา โดยปี 2568 ที่ผ่านมาเพียงปีเดียว ประเทศไทยเสียหายไปแล้วกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท จากคดีหลอกลวงออนไลน์กว่า 3.23 แสนคดี ในมุมมองเอกชนมองว่าน่าจะมีมากกว่านี้หลายเท่า ซึ่งเป็นปัญหาที่ใหญ่มาก และการเยียวยาให้กับผู้เสียหายนั้นทำได้เพียง 1%


ทั้งนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นคือการที่ “ทุนเทา” เข้ามาฟอกเงินผ่าน “นอมินี” เพื่อทำธุรกิจในไทย ใช้ไทยเป็นฐานของการฟอกเงิน ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยที่ทำธุรกิจอย่างตรงไปตรงมาต้องล้มตาย และสู้ต้นทุนและอิทธิพลที่ผิดกฎหมายไม่ได้ หากเราไม่หยุดปัญหาทุนเทา และนอมินีตอนนี้ เครือข่ายเหล่านี้จะเข้า “ยึดรัฐ” ผ่านการจ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงและนักการเมือง จนโครงสร้างประเทศเราพังทลาย

“ภาคเอกชนมองว่าปัญหาสแกมเมอร์ ทุนเทาและนอมินี ไม่ใช่แค่เรื่องของอาชญากรรมไซเบอร์ แต่มันคือ “มะเร็งร้ายคอร์รัปชัน” ที่กำลังกัดกินรากฐานเศรษฐกิจและธรรมาภิบาลของประเทศ” ดร.พจน์ กล่าว

ดร.พจน์ กล่าวอีกว่า เราตั้งใจใช้เวทีแห่งนี้เป็นกระบอกเสียงส่งต่อไปยังพรรคการเมืองทุกพรรค เพราะนี่คือโจทย์เร่งด่วนที่รัฐบาลหลังการเลือกตั้งจะต้องมีคำตอบที่ชัดเจน ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการปราบปรามเป็นรายคดี แต่ต้อง “ปฏิรูปเชิงโครงสร้าง” เพื่อให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากวงจรทุนสีเทา และกลับมาเป็นพื้นที่แห่งโอกาสของคนที่ทำธุรกิจอย่างโปร่งใสอย่างแท้จริง

ดร.พจน์ กล่าวว่า ปัญหาสแกมเมอร์และทุนสีเทาในปัจจุบันกลายเป็น “อุปสรรคเชิงโครงสร้าง” ที่บิดเบือนกลไกตลาดและทำลายขีดความสามารถการแข่งขันของเอกชนไทยอย่างรุนแรงใน 3 มิติหลัก คือ 1.บิดเบือนกลไกตลาดและทำลาย SME ไทย เป้าหมายคือการฟอกเงิน 2.ภัยนอมินีคือการ “ขายชาติ” เชิงเศรษฐกิจ ยึดครองธุรกิจสงวน และ 3.วิกฤตศรัทธาต่อเศรษฐกิจดิจิทัล กัดกร่อนความเชื่อมั่น

ทั้งนี้ เรามีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลชุดใหม่ให้ดำเนินการทันทีภายใน 6 เดือนแรก โดยมีมาตรการเชิงรุก 6 ประการ คือ 1.ปลูกฝังและรณรงค์ เอกชนต้อง “ฮั้วไม่จ่ายใต้โต๊ะ” และร่วมส่งข้อมูลทุนเทาจากเครือข่ายหอการค้าทั่วประเทศ 2.ผลักดันสมาชิกเข้าแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) เพื่อสร้างเกราะคุ้มกันคอร์รัปชัน 3.ความชัดเจนของใบอนุญาต ประกาศ “10 สินบนที่ไม่ยอมทน” เพื่อกดดันให้กระบวนการอนุมัติของรัฐโปร่งใส 4.บังคับภาครัฐเปิดข้อมูล 25 ชุดตามมาตรฐานสากลเพื่อการตรวจสอบ 5.นำฐานข้อมูล ACT Ai มามอนิเตอร์โครงการภาครัฐอย่างใกล้ชิด และ 6.ระบบร้องเรียน “ฟ้องโกงทันใจ” สร้างช่องทางคุ้มครองผู้ให้เบาะแส (Whistleblower) เพื่อป้องกันการฟ้องปิดปาก (SLAPP)

“ประเทศไทยไม่ใหญ่เกินกว่าจะจัดการปัญหานี้ หากรัฐบาลมีความตั้งใจจริงและบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดเหมือนในอารยะประเทศ หากปล่อยให้ขบวนการเหล่านี้ “ยึดรัฐ” ได้ ชาติล่มจมแน่นอน เราขอท้าทายให้รัฐบาลใหม่ร่วมพิสูจน์ความจริงใจในการลงมือทำไปพร้อมกับเรา ไม่อยากให้มองเป็นเรื่องของเอกชน ผู้ประกอบการ แต่ออกหน้าในภาพรวมเพื่อประเทศไทย แต่เราจะเป็นกระบอกเสียงสำคัญร้อง ซึ่งเราพร้อมเดินหน้าเต็มที่เพื่อแก้ไขปัญหานี้ให้พ้นจากประเทศไทย” ดร.พจน์ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top