‘พิพัฒน์’ หนุน MOU ขนส่งทางบก - ทางหลวง เชื่อมข้อมูลรัฐยกระดับบริการประชาชน

‘พิพัฒน์’ หนุน MOU ขนส่งทางบก - ทางหลวง เชื่อมข้อมูลรัฐยกระดับบริการประชาชน

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 12.37 น.

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม  เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) บูรณาการข้อมูลเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานระหว่างกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กับกรมทางหลวง (ทล.) ว่า การลงนาม MOU ในวันนี้ เป็นการแสดงเจตนารมณ์ความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐในการบูรณาการข้อมูลเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงาน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดินและอำนวยความสะดวก ลดภาระแก่ประชาชนในการติดต่อราชการโดยไม่ใช้สำเนาเอกสาร เป็นไปตามตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2561 เห็นชอบมาตรการอำนวยความสะดวกและลดภาระแก่ประชาชน (การไม่เรียกสำเนาเอกสารที่ทางราชการออกให้จากประชาชน) เป็นไปตามตามพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวก  ในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558

ทั้งนี้กระทรวงคมนาคมได้ให้ความสำคัญในการให้บริการพี่น้องประชาชนมาอย่างต่อเนื่องในการเข้าถึงบริการภาครัฐ สร้างความโปร่งใส และการทำงานที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะยุคดิจิทัลที่ทำให้ประชาชนสะดวกขึ้น ไม่ต้องเดินทาง ลดขั้นตอน ลดการใช้กระดาษ และมั่นใจในความปลอดภัยของข้อมูล เป็นเครื่องมือสื่อสารสำคัญเพื่อรับ - ส่งข้อมูล และขออนุญาต/ขอเอกสารสำคัญ ทำให้การบริหารจัดการบ้านเมืองราบรื่นและตรวจสอบได้


อย่างไรก็ดีการลงนามร่วมกันระหว่าง ขบ. และ ทล. ครั้งนี้สามารถบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศระหว่างกันได้ทันที ซึ่งจะทำให้ทั้งสองหน่วยงานสามารถนำข้อมูลของแต่ละหน่วยงานมาให้บริการประชาชน และผู้ประกอบการได้อย่างรวดเร็ว สามารถลดขั้นตอนการให้บริการได้มากขึ้น อาทิ ข้อมูลการจดทะเบียนรถ การออกใบอนุญาต สภาพการจราจร การเกิดอบัติเหตุบนสายทาง การซ่อมแซมสายทาง เป็นต้น

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมได้มีการวางแผนให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมบูรณาการข้อมูลร่วมกัน เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนภาครัฐสู่รัฐบาลดิจิทัลและการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ด้วย

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดี ขบ. กล่าวว่า ขบ. ได้ลงนามความร่วมมือบูรณาการข้อมูลกับ ทล. เพื่อขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงคมนาคมให้มีประสิทธิภาพ และพัฒนาระบบการขนส่งทางถนนของประเทศให้มีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดย ขบ. จะสนับสนุนข้อมูลด้านทะเบียนรถ ข้อมูลใบอนุญาตขับรถ ด้านประกอบการขนส่ง และข้อมูลพิกัดจากระบบ DLT GPS เพื่อสนับสนุนการกำกับดูแล ตรวจสอบและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายด้านการขนส่งและทางหลวง รวมถึง ขบ. จะนำข้อมูลที่ได้จาก ทล. ไปพัฒนาระบบแผนที่ของหน่วยงาน เพื่อใช้สนับสนุนภารกิจการขนส่งสินค้า การขนส่งผู้โดยสาร และการกำหนดนโยบาย เพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน โดยการบูรณาการข้อมูลดังกล่าวเป็นไปตามกรอบกฎหมายและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนกระทรวงคมนาคมสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลหรือ Data-driven Organization อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาระบบ Smart Transport ของประเทศไทย โดยทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันยกระดับการทำงานบริหารจัดการเชิงกระบวนการไปสู่การบริหารจัดการเชิงข้อมูลและเทคโนโลยีอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้การขนส่งทางถนนมีความปลอดภัยอย่างยั่งยืน

นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดี ทล. กล่าวว่า การลงนาม MOU ระหว่าง ทล. และ ขบ. ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการด้านคมนาคมและความปลอดภัยทางถนนของประเทศ โดย ทล. จะสนับสนุนข้อมูลผลการจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกิน พิกัดตำแหน่งสถานีตรวจสอบน้ำหนักยานพาหนะ ข้อมูลทะเบียนสายทางและสะพาน ข้อมูลพิกัดทรัพย์สินในเขตทางหลวง ข้อมูลสถิติทางหลวง และข้อมูลอุบัติภัยบนทางหลวงจากระบบคลังข้อมูลภูมิสารสนเทศกรมทางหลวง (DOH One Map) เพื่อสนับสนุนภารกิจของ ขบ. ขณะเดียวกัน ทล. จะนำข้อมูลจาก ขบ. เช่น ข้อมูลทะเบียนรถ ข้อมูลผู้ขับขี่ ข้อมูลการเดินรถ และข้อมูลจากระบบกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลก (GPS) มาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์สภาพการจราจร ติดตามพฤติกรรมการใช้รถ ตรวจสอบและป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย รวมถึงวางแผนพัฒนาโครงข่ายทางหลวงให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง พร้อมสนับสนุนการขับเคลื่อนภาครัฐสู่รัฐบาลดิจิทัลและการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อให้การบริหารจัดการมีความแม่นยำ โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยในการเดินทาง พร้อมผลักดันการพัฒนาระบบคมนาคมของประเทศอย่างต่อเนื่อง

 

-031

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top