‘พาณิชย์’ดึงเทคโนโลยีสกรีนกลุ่มเสี่ยงแบบพุ่งเป้าสกัดนอมินีบัญชีม้า

‘พาณิชย์’ดึงเทคโนโลยีสกรีนกลุ่มเสี่ยงแบบพุ่งเป้าสกัดนอมินีบัญชีม้า

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.16 น.

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงผลการดำเนินงานปราบปรามนอมินีบัญชีม้า ปี 2568 และแผนการดำเนินงานการป้องกันและปราบปรามนอมินีบัญชีม้าปี 2569 ว่า  กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเร่งปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายอย่างจริงจัง โดยแต่งตั้งคณะกรรมการและอนุกรรมการเฉพาะด้านครอบคลุมการป้องกันการจดทะเบียน การวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ การตรวจสอบบัญชีธุรกิจ และด้านกฎหมาย

พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร รวม 17 หน่วยงานหลัก มุ่งตรวจสอบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง 6 กลุ่ม ตามแผนงานที่ตั้งไว้ประจำปีที่มีเป้าหมายกว่า 46,918 ราย ได้แก่ 1) ท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง 2) ค้าที่ดินและอสังหาริมทรัพย์   3) e-Commerce ขนส่งและคลังสินค้า 4) โรงแรมและรีสอร์ท 5) เกี่ยวเนื่องกับการเกษตร และ 6) ก่อสร้างทั่วไป


ทั้งนี้กับกรมฯยังได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเพิ่มเติมตามข้อร้องเรียนจากประชาชนและติดตามความเคลื่อนไหวจากข่าว พบนิติบุคคลที่เข้าข่ายนอมินีและการถือหุ้นแทนคนต่างด้าวหลายกรณี อาทิ การพบผู้ถือหุ้นคนไทยที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายถือหุ้นแทนคนต่างด้าวในธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ ธุรกิจถือครองที่ดิน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และยังได้ทำงานร่วมกับคณะกรรมการฯ ระดับจังหวัด ลงพื้นที่ร่วมตรวจสอบในจังหวัดท่องเที่ยวที่มีความเสี่ยงสูงได้แก่ เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ชลบุรี และภูเก็ตด้วย ทั้งนี้ กรมฯ ได้ส่งข้อมูลผู้เข้าข่ายกระทำความผิดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) หรือตำรวจในท้องที่เพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ขณะที่ภารกิจเร่งด่วนปราบนอมินีบัญชีม้ารอบ 3 เดือน (ต.ค. - ธ.ค. 68) ตามนโยบาย Quick Big Win ของนางศุภจี   สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยได้จัดตั้งหน่วยงาน “กองป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย” และแต่งตั้งคณะกรรมการฯ และอนุกรรมการฯ อีก 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการวิเคราะห์ข้อมูล ด้านการป้องกันการจดทะเบียน     ด้านการตรวจสอบบัญชีและงบการเงิน และด้านกฎหมาย ให้มารับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง โดยลงพื้นที่ตรวจสอบใน 12 พื้นที่สำคัญ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ ชลบุรี เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี กระบี่ ซึ่งพบนิติบุคคลที่เข้าข่ายการกระทำผิดและได้ส่งเรื่องให้ บก.ปอศ. ดำเนินการตามกฎหมาย 11 ราย พร้อมส่งข้อมูลนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงให้ ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงินรวม 357 ราย และส่งให้กรมสรรพากรดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ รวม 3,634 ราย

ขณะเดียวกันได้จับมือกับหน่วยงานพันธมิตรจัดงานมหกรรม “รวมพลังปราบนอมินี บัญชีม้า” เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้นักบัญชีเพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพ โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมงานกว่า 1,625 ราย รวมทั้งออก 5 มาตรการจดทะเบียนใหม่ เพื่อป้องกันมิจฉาชีพจดทะเบียนนิติบุคคลและนำไปเปิดบัญชีม้านิติบุคคล เพื่อป้องกันนอมินีคนไทยให้การช่วยเหลือสนับสนุนชาวต่างชาติกระทำความผิด

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ในการยกระดับมาตรการปี 2569 เพิ่มการใช้เทคโนโลยีและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นตั้งแต่ต้นทาง กรมฯ จะใช้ระบบวิเคราะห์พฤติกรรมนิติบุคคล เป็นเครื่องมือหลักในการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงทั่วประเทศแบบเชิงลึกและพุ่งเป้ามากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติโดยใช้คนไทยเป็นนอมินี ซึ่งมีเป้าหมาย 21,459 ราย และตรวจสอบบัญชี - งบการเงิน และกลุ่มเสี่ยงนอมินีและกลุ่มบุคคลในบัญชีม้า HR03 จำนวน 4,554 ราย รวมถึงสำนักงานรับทำบัญชีและให้คำปรึกษาธุรกิจ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียนนิติบุคคล งบการเงิน และโครงสร้างผู้ถือหุ้น เพื่อระบุพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายนอมินีบัญชีม้า        

“ทั้งนี้ กรมฯ จะใช้เทคโนโลยีดังกล่าวควบคู่กับการบังคับใช้มาตรการเข้ม ‘4 คำสั่ง 2 ประกาศ’ ตั้งแต่ขั้นตอนจดทะเบียน เชื่อมโยงข้อมูลผู้ถือหุ้น งบการเงิน และบุคคลเสี่ยงสูง เพื่อสร้างระบบธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม และยั่งยืน ซึ่งมาตรการดังกล่าวเริ่มบังคับใช้แล้วตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา” นายพูนพงษ์กล่าว

 

-031

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top