DITP จับตาเกาหลีส่งออกอาหาร K-Food แนะไทยยกระดับคุณภาพรับมือการแข่งขัน

DITP จับตาเกาหลีส่งออกอาหาร K-Food แนะไทยยกระดับคุณภาพรับมือการแข่งขัน

วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569, 10.50 น.

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่างๆ ทำการสำรวจลู่ทางการค้า และโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศที่ประจำอยู่ ตามนโยบายกระทรวงพาณิชย์ล่าสุดได้รับรายงานจากนางสาวสายทอง สร้อยเพชร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี ถึงนโยบายการส่งออกสินค้าอาหาร K-Food สู่ตลาดโลก ผลกระทบที่จะมีต่อการส่งออกอาหารของไทย และโอกาสในการส่งออกสินค้าอาหารไทยเข้าสู่ตลาดเกาหลี

โดยทูตพาณิชย์ได้รายงานว่า นายอี แจ-มยอง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี ได้ประกาศว่ารัฐบาลจะสนับสนุนการส่งออกอาหารสู่ตลาดโลกอย่างเต็มที่ พร้อมมุ่งให้อุตสาหกรรมอาหารกลายเป็นอุตสาหกรรมส่งออกเชิงยุทธศาสตร์ โดยชี้ว่า กระแสความนิยมวัฒนธรรมเกาหลี (K-Culture) ได้สร้างปรากฎการณ์ความสนใจในอาหารเกาหลีเพิ่มขึ้นทั่วโลก ทำให้มูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารเกาหลีช่วง 11 เดือน ปี 2568 (ม.ค.-พ.ย.) ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 10,400 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 7% และคาดว่ามูลค่าส่งออกทั้งปี 2568จะสูงถึง 10,700 ล้านเหรียญสหรัฐ


สำหรับสินค้าส่งออกสำคัญ อาทิ กิมจิ ทำสถิติส่งออกสูงสุด มียอดขายในต่างประเทศ 137.39 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 2% โดยญี่ปุ่นเป็นผู้นำเข้ากิมจิรายใหญ่ที่สุด ส่วนสหรัฐฯ และเนเธอร์แลนด์มียอดส่งออกลดลงเล็กน้อย และสินค้าปศุสัตว์ ได้ส่งออกเนื้อวัวพรีเมียม “ฮันอู” และเนื้อหมูจากเกาะเชจูไปยังสิงคโปร์เป็นครั้งแรก หลังจากผ่านการเจรจายาวนานนับ 10 ปี เนื่องจากสิงคโปร์มีมาตรฐานการนำเข้าที่เข้มงวด การส่งออกครั้งนี้ มีปริมาณรวม 4.5 ตัน มูลค่า 280 ล้านวอน (ประมาณ 190,000 เหรียญสหรัฐ) ซึ่งนับว่าเป็นการช่วยยกระดับภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยของสินค้าปศุสัตว์เกาหลีใต้ และรัฐบาลมีแผนขยายตลาดส่งออกสินค้าปศุสัตว์ไปยังประเทศอื่นๆ ต่อไป

นอกจากนี้ รัฐบาลเกาหลีใต้ยังวางแผนรับมืออุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (Non-tariff barriers) ด้วยการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือเฉพาะทาง เพื่อสนับสนุนผู้ส่งออกอาหารให้ปรับตัวต่อมาตรการและข้อจำกัดในตลาดต่างประเทศ พร้อมทั้งจัดทำรายงานอุปสรรคทางการค้ากับประเทศคู่ค้าเป็นประจำเช่นเดียวกับรายงานประเมินการกีดกันทางการค้ากับประเทศคู่ค้าของสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน มีการเสนอแนวคิดจัดตั้ง “มหาวิทยาลัยแห่งสหประชาชาติ” เพื่อบูรณาการ K-Culture K-Food และ K-Beauty เข้าด้วยกัน พร้อมสนับสนุนการพัฒนาสถาบันอบรมเชฟและหลักสูตรด้านอาหารในระดับอาชีวะและมหาวิทยาลัยเฉพาะทาง เพื่อรองรับความต้องการแรงงานและทักษะในอุตสาหกรรมอาหารเกาหลีที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

นางสาวสุนันทา กล่าวว่า นโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหารของเกาหลี อาจจะเพิ่มความเข้มข้นของการแข่งขันในตลาดอาหาร ทั้งในภูมิภาคเอเชียและระดับโลก ซึ่งอาจเป็นความท้าทายต่อการขยายตลาดของสินค้าอาหารไทยไปยังตลาดที่เกาหลีมีการส่งออก ดังนั้น ผู้ส่งออกจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และวางแผนรับมือ และต้องปรับใช้กลยุทธ์การตลาด ที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมไทย คุณภาพ มาตรฐาน และความหลากหลาย ในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับสินค้าอาหารของไทย เพื่อให้อาหารไทยยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดโลกต่อไป

ส่วนการทำตลาดสินค้าอาหารไทยในเกาหลี จากนโยบายดังกล่าว ไทยสามารถส่งออกวัตถุดิบคุณภาพสูง เช่น ผลไม้สด เครื่องเทศ เครื่องปรุงรส แป้ง เส้นจากข้าว หรือผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป ที่สามารถนำไปใช้เป็นส่วนผสมหรือส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์อาหารเกาหลีได้ และยังสามารถทำตลาดสินค้าอาหารไทย เช่น ขนมขบเคี้ยว อาหารพร้อมปรุง และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แต่ต้องพัฒนาสินค้าไทยให้สอดคล้องกับรสนิยม มาตรฐาน คุณภาพ และความปลอดภัยของตลาดเกาหลี

-031

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top