วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569
นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จํากัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดเผยว่า บริษัทได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของ 2 จุดหมายปลายทางริมทะเลที่สำคัญของประเทศ ได้แก่ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี และเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยได้มีการการลงนามข้อตกลงในการพัฒนาและบริหารโรงแรมในแบรนด์ “เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน” ที่พัทยา ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาวระหว่างบริษัทและแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล และสะท้อนความมุ่งมั่นร่วมกันของทั้ง 2 องค์กรในการขยายพอร์ตโฟลิโอโรงแรมระดับลักชัวรีของประเทศไทย
ในการลงนามพัฒนาโครงการในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดยสานต่อจากการลงนาม โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน แบงค็อก เดอะ ริเวอร์ไซด์ โครงการแลนด์มาร์กระดับโลกที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและฟื้นฟูย่านประวัติศาสตร์ ล้ง 1919 และทรงวาด ในปี 2565 เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กรุงเทพฯ ในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวลักชัวรีระดับโลก และการลงนามโรงแรมเดอะ ริตซ์-คาร์ลตัน ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา ในปี 2566 ซึ่งได้ร่วมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมการบริการระดับลักชัวรีของจังหวัดภูเก็ต
โดยโครงการภายใต้การผนึกกำลังครั้งนี้นั้น สะท้อนความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่มั่นคงระหว่างบริษัทและแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ครอบคลุมการพัฒนาโครงการ Aquatique เมกะโปรเจ็กต์แบบมิกซ์ยูสระดับแฟลกชิปของบริษัทที่เมืองพัทยา ซึ่งมีโรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน พัทยา เป็นไฮไลต์สำคัญของโครงการ ควบคู่กับการรีโพสิชันนิ่งโรงแรมเชอราตัน สมุย รีสอร์ท สู่โรงแรมแมริออท เกาะสมุย
นอกจากนี้ความร่วมมือดังกล่าว สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในการพัฒนาจุดหมายปลายทางที่มีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยต่อยอดจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของแต่ละพื้นที่ ทั้งศักยภาพในระดับนานาชาติ ความพร้อมของระบบนิเวศด้านการท่องเที่ยว และความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง เพื่อร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศในระยะยาว พร้อมสนับสนุนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก
“ความร่วมมืออย่างต่อเนื่องกับแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เน้นย้ำความมุ่งมั่นของ AWC ในการพัฒนาโครงการระดับแฟลกชิปบนทำเลยุทธศาสตร์ ผ่านแนวทางการพัฒนาที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความยั่งยืน และอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ ซึ่งโครงการโรงแรม เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน ในโครงการ Aquatique พัทยา จะเป็นโครงการลักชัวรีระดับแฟลกชิปที่มีบทบาทสำคัญในการเสริมศักยภาพของเมืองพัทยาในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวหลักของประเทศไทย ขณะเดียวกัน การพัฒนาโรงแรมภายใต้แบรนด์แมริออท ที่เกาะสมุย เป็นการพัฒนาสอดคล้องเสริมศักยภาพของเกาะสมุยในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวคุณภาพขระดับนานาชาติ ทั้ง 2 โครงการสะท้อนกลยุทธ์ของ AWC ในการผนึกกำลังกับแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อร่วมสร้างคุณค่าระยะยาวทั้งในมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก”นางวัลลภา กล่าว
นายแบรด เอ็ดแมน รองประธานกรรมการประจำประเทศไทย กัมพูชา และเมียนมา แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างแมริออท และ AWC ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นหนึ่งในความร่วมมือที่มีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมโรงแรมและการบริการในประเทศไทย โดยครอบคลุมโรงแรมหลายแห่งและแบรนด์ชั้นนำของแมริออท โดยแบรนด์ เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน มุ่งมั่นในการยกระดับประสบการณ์การเข้าพักในจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมสูงสุดของประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง และการเปิดตัวโรงแรมแห่งใหม่นี้ ในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการ Aquatique เมืองพัทยา จะช่วยสนับสนุนชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกของประเทศไทย สู่มาตรฐานสูงสุดด้านความหรูหราและความเป็นเลิศในระดับสากล
ในขณะเดียวกันการนำเสนอแบรนด์แฟลกชิปอย่าง Marriott Hotels สู่เกาะสมุย ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของเอเชีย จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของนักเดินทางคุณภาพจากทั่วโลก รวมถึงสมาชิก Marriott Bonvoy ได้อย่างครบถ้วน แมริออท มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมงานกับพันธมิตรที่แมริออท ชื่นชมอย่าง AWC เพื่อร่วมกันผลักดันโครงการที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้ให้เกิดขึ้น
-033
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี